ตอนที่ 700
บทที่ 1129 : โซ่หยิน-หยาง และปีกหยิน-หยาง!
October 22, 2026
หลังจากที่ส่งจินเหยียวที่ห้องแล้วหลิงหยุนก็เรียกขวดหยกบรรจุน้ำลายมังกรออกมามอบให้กับนาง “ท่านน้าจินเหยียว..สองสามวันนี้ท่านคงต้องพักฟื้นร่างกาย น้ำลายมังกรนี่จะเป็นประโยชน์กับท่านมาก!” เมื่อได้ยินว่าเป็นน้ำลายมังกรจินเหยียวถึงกับปากคอสั่น และไม่สามารถพูดอะไรกับหลิงหยุนได้แม้แต่คำเดียว.. จินเหยียวกำขวดหยกในมือแน่นหลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่ นางจึงพูดออกไปว่า “หลิงหยุน.. เวลานี้หนอนกู่ชีวิตและความตายก็ได้กลับเข้ามาอยู่ในตัวข้าแล้ว ข้าเชื่อว่าหลังจากพักฟื้นก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่ขั้นต่อไปได้อย่างแน่นอน..” และแน่นอนว่าหากจินเหยียวสามารถก้าวขึ้นสู่ขั้นต่อไปได้นางก็จะอยู่ในขั้นที่สามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้.. หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มและแอบคิดอยู่ในใจว่าตนเองยังมีโอสถหลงหลิง และโอสถหลงหู่อยู่ หากจินเหยียวสามารถขึ้นสู่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้แล้ว เขาจะมอบโอสถทั้งสองให้กับนาง ถึงตอนนั้นนางจะสามารถพัฒนาขึ้นสู่ขั้นที่สูงกว่าได้อีกอย่างแน่นอน.. แต่ถึงกระนั้น..หลิงหยุนก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับนาง และได้แต่ร้องเตือนไปว่า “ท่านน้าจินเหยียว.. ท่านอย่าได้ฝึกปราณทมิฬตามแบบซือกงถูโดยเด็ดขาด!” ที่หลิงหยุนต้องเตือนจินเหยียวเช่นนั้นเพราะเมื่อครู่นางเป็นคนบอกเองว่าหนุนกู่ที่นางเรียกกลับคืนเข้าร่างนั้น ได้บันทึกความทรงจำมากมายของซือกงถูไว้ด้วย.. จินเหยียวเหลือบมองหลิงหยุนและได้แต่ยิ้มออกมา ก่อนจะตอบไปว่า “เจ้าอย่าได้เป็นห่วง.. ข้าฝึกวิชาจากแม่ของเจ้า ข้าย่อมไม่ฝีกปราณทมิฬนั่นอย่างแน่นอน!” หลังจากได้ฟังคำยืนยันจากปากของจินเหยียวเช่นนั้นหลิงหยุนจึงเดินออกจากห้องของนางด้วยความโล่งใจ แต่หลิงหยุนก็ไม่ได้กลับไปพักผ่อนที่ห้องของตนเอง เขาตรงไปยังสวนชั้นที่หก และนั่งฝึกวิชาอยู่ข้างต้นหลิวเทวะวิญญาณตลอดทั้งคืน.. และครั้งนี้หลิงหยุนก็กำลังฝึกวิชาพลังลับหยิน–หยาง.. เวลานี้..หลิงหยุนซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดขั้นเอ้อเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-2) มีหยินและหยางอยู่ในร่างกายมากมาย จนพวยพุ่งออกมาล้อมรอบกายของเขาไว้ ทำให้เขาดูประหนึ่งเทพบนสวรรค์.. เวลานี้รัศมีจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนครอบคลุมไกลถึงสองกิโลเมตรและสามารถบังคับกระบี่เหินได้ในระยะสองร้อยเมตร.. แต่กระบี่เหินนี้ไม่ใช่กระบี่เหินเงาธนูที่หลิงหยุนสร้างขึ้นแต่เป็นกระบี่เหินที่เกิดจากพลังปราณในตัว! หลิงหยุนนั่งขัดสมาธิและค่อยๆปลดปล่อยหยินและหยางในกายออกมา ภายใต้การควบคุมของหลิงหยุน พลังหยินและหยางที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้น บางครั้งก็เปลี่ยนเป็นดาบ บางคราก็เปลี่ยนเป็นกระบี่ บางคราวก็เปลี่ยนเป็นขวานด้ามใหญ่ เป็นหอก เป็นง้าว และอีกมากมาย.. สุดท้าย..หลิงหยุนได้เปลี่ยนพลังปราณที่พวยพุ่งออกมานั้นให้กลายเป็นโซ่ขนาดใหญ่สองเส้นที่มีความยาวหลายสิบเมตร และแต่ละเส้นก็มีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าหนึ่งข้อมือผู้ใหญ่ อีกทั้งยังไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า! และสามารถเปลี่ยนปลายของโซ่ทั้งสองเส้นให้เป็นหอกหรืออาวุธชนิดใดก็ได้ตามแต่ใจต้องการ! โซ่เส้นหนึ่งเป็นสีดำและอีกเส้นเป็นสีขาว.. เส้นหนึ่งเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็ง ส่วนอีกเส้นร้อนระอุดั่งไฟ! และนี่คือโซ่หยิน–หยาง! โซ่หยิน–หยางนี้พันอยู่รอบกายหลิงหยุนดูราวกับมังกรขนาดหลายสิบเมตรที่มีชีวิตสองตัว บางครั้งก็เลื้อยพันเข้าด้วยกัน บางครั้งก็คลายออกจากกัน และพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นเส้นตรงราวกับกระบองที่สูงกว่าสิบเมตร..“โซ่หยิน–หยาง..เจ้าจะเป็นอาวุธที่สามารถใช้ทั้งจู่โจมและตั้งรับได้เป็นอย่างดี!”………..หลิงหยุนนั่งฝึกวิชาพลังลับหยิน–หยางจนดึกดื่นและเวลานี้เขาก็สามารถควบคุมพลังหยินและหยางในร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว และสามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธอันทรงพลังที่เรียกว่าโซหยิน–หยางได้!โซ่หยิน–หยางนี้เกิดจากพลังหยิน–หยางในร่างกายของหลิงหยุนและหลิงหยุนได้ใช้จิตใจบังคับควบคุมให้โซ่หยิน–หยางนี้ สามารถยืดยาว และหดได้ตามแต่ใจต้องการ เรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้คล่องแคล่วราวกับเป็นแขนของตนเองก็ไม่ปาน..หลิงหยุนยังคงฝึกควบคุมโซ่หยิน–หยางนี้ให้เคลื่อนที่ไปมาราวกับมังกรสองตัวที่กำลังร่ายรำ.. “เยี่ยม!”หลิงหยุนใช้จิตใจบังคับโซ่หยิน–หยางนี้ให้ลัดเลาะไปตามกำแพงสูงของสวนชั้นที่หกและตรงไปยังสวนชั้นที่เจ็ด ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ลูกเหล็กขนาดใหญ่ลูกหนึ่ง..เมื่อโซ่หยิน–หยางพุ่งกระทบลูกเหล็กก็ได้เปลี่ยนเป็นโซ่สีดำ และสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โซ่ทั้งสองเส้นค่อยๆรัดรึงลูกเหล็กขนาดใหญ่นั้นไว้จนทั่ว..“ขึ้นมา!”หลิงหยุนใช้จิตใจบังคับควบคุมโซ่หยิน–หยางนั้นให้ยกเอาลูกเหล็กขนาดใหญ่นั้นขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่จะหยุดนิ่งอยู่เช่นนั้น และหากผู้ใดได้มาพบเห็นภาพที่เกิดขึ้น ก็คงต้องตกตะลึงจนแทบอ้าปากค้างอย่างแน่นอน!นั่นเพราะหลิงหยุนซึ่งนั่งอยู่ในสวนชั้นที่หกข้างต้นหลิวเทวะวิญญาณแต่กลับสามารถบังคับควบคุมพลังปราณของตนเอง ให้พุ่งออกไปยกลูกเหล็กหนักหลายร้อยกิโลกรัมที่อยู่ในสวนชั้นที่เจ็ดได้..หลิงหยุนใช้จิตหยั่งรู้ควบคู่กับความคิดในการควบคุมสั่งการให้โซ่หยิน–หยางเคลื่อนที่ไปตามใจต้องการได้อย่างน่าอัศจรรย์!และนี่ก็คือพลังเหนือธรรมชาติ!เวลานี้ลูกเหล็กขนาดใหญ่ถูกโซ่หยิน–หยางของหลิงหยุนยกขึ้นและจับโยนไปทางซ้ายทีขวาที แล้วโยนขึ้นโยนลงราวกับลูกฟุตบอลภาพที่เห็นในขณะนี้จึงดูคล้ายกับมังกรยาวสองตัวกำลังกระโดดโลดเต้น และเล่นลูกเหล็กขนาดใหญ่อยู่บนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลหลิงกันอย่างสนุกสนาน โดยที่ลูกเหล็กนั่นไม่มีทีท่าว่าจะตกลงบนพื้นเลยแม้แต่น้อย..หลิงหยุนกำลังใช้ลูกเหล็กขนาดใหญ่นี้ฝึกความคุ้นเคยในการบังคับควบคุมโซ่หยิน–หยางผ่านความคิด หลิงหยุนฝึกอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งรู้สึกราวกับว่า โซ่หยิน–หยางนั้นเป็นเสมือนนิ้วมือของตนเองแล้ว จึงค่อยๆ ควบคุมให้โซ่หยิน–หยางนำลูกเหล็กกลับลงไปไว้ที่เดิมอย่างนุ่มนวล..“โม่วู๋เตา..เจ้าหมูเกียจคร้านนั่นยังคงนอนหลับอุตุเช่นเคย!”จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนสำรวจพบร่างของโม่วู๋เตาที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ในห้องเขาแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา และเปลี่ยนให้โซ่หยิน–หยางกลายเป็นงูเลื้อยเข้าไปในห้องนอนของโม่วู๋เตาแทน..“หึ..เจ้ามาเจอกับข้านับเป็นความโชคร้ายของเจ้าแล้ว!”เมื่อเข้าไปในห้องนอนของโม่วู๋เตาได้หลิงหยุนก็ได้เปลี่ยนพลังปราณนี้ให้เป็นโซ่หยิน–หยางที่พุ่งเข้ารัดร่างของโม่วู๋เตาไว้ทันที!