ตอนที่ 701
บทที่ 1130 : เตรียมทำแหวนพื้นที่!
October 22, 2026
สวนชั้นที่แปดของคฤหาสน์ตระกูลหลิงนั้นเป็นสวนขนาดใหญ่ และมีกำแพงกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว จุดประสงค์ของการสร้างสวนนี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้เป็นที่ฝึกวรยุทธของเหล่าสมาชิกตระกูลหลิงนั่นเอง ส่วนสนามที่ใช้ฝึกหน่วยกล้าตายของตระกูลหลิงนั้นอยู่แยกไปต่างหากเพราะหากมีการฝึกฝนทั้งวันทั้งคืนเช่นนั้น สมาชิกตระกูลหลิงคงไม่ต้องหลับต้องนอนแน่.. ทันทีที่เข้าไปยังสวนชั้นที่แปดหลิงหยุนก็เอ่ยทักทายหลิงเสี่ยวทันที “ท่านพ่อ” “หลิงหยุน..เจ้ามาแล้วรึ” ดูเหมือนหลิงเสี่ยวเองก็คาดเดาได้อยู่แล้วว่าหลิงหยุนจะมาจึงไม่ได้มีท่าทีตกใจ หรือประหลาดใจนัก และรีบหยุดการฝึกฝนแล้วลุกขึ้นยืนทันที นับจากวันกราบไหวบรรพชนมาหลิงเสี่ยวก็เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชาเพื่อให้สามารถก้าวหน้าได้มากกว่านี้ หลังจากที่เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-6 ได้แล้ว หลิงเสี่ยวก็รู้สึกว่าจะสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้ในอีกไม่ช้า.. และการที่เหล่าสมาชิกตระกูลหลิงฝึกฝนได้ก้าวหน้ารวดเร็วเช่นนี้ก็เพราะปราณอมตะเสวียนหวงในร่างกาย ซึ่งมีอานุภาพแข็งแกร่งกว่าปราณเสวียนหวงธรรมดาๆของตระกูลหลิงเสียอีก.. หลิงหยุนก้าวเข้าไปหาหลิงเสี่ยวพร้อมกับยกมือขึ้นเกาศรีษะและพูดขึ้นว่า “ท่านพ่อ.. สองสามวันที่ผ่านมาลูกมีหลายสิ่งหลายอย่างต้องจัดการ จึงไม่มีเวลาแวะเวียนมาหาท่านพ่อ ขออย่าได้ตำหนิลูก!” หลิงเสี่ยวยิ้มออกมาพร้อมกับเอื้อมมือไปตบบ่าหลิงหยุน“หลิงหยุน.. เจ้าไม่จำเป็นต้องอธิบาย เรื่องนั้นข้าเข้าใจดี!” “เอาล่ะ..เจ้ามาพบข้าแต่เช้ามีเรื่องอะไรงั้นรึ” “ท่านพ่อ..คาดว่าอีกไม่กี่วันท่านพ่อคงจะสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้แล้วใช่หรือไม่” หลิงเสี่ยวพยักหน้า“ถูกต้อง.. นับจากวันกราบไหว้บรรพชน ข้าเองก็รู้สึกว่าจะสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นต่อไปได้ตลอดเวลา แต่เกรงว่ารากฐานจะไม่มั่นคง จึงไม่รีบร้อนที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นต่อไปเร็วนัก..” “แต่คาดว่าไม่คืนนี้ก็คืนพรุ่งนี้ ข้าคงต้องเข้าสู่ขั้นต่อไปได้อย่างแน่นอน!” หากหลิงเสี่ยวสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้เขาก็จะเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-7 ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายของขั้นเซียงเทียนอย่างที่เขาตั้งหน้าตั้งตารอคอย แต่หลิงหยุนกลับตอบไปว่า“ท่านพ่อ.. ที่ข้ามาพบท่านวันนี้ก็เพื่อจะเตือนท่านพ่อว่า อย่าได้รีบร้อนเข้าสู่ขั้นต่อไปนัก” หลิงเสี่ยวถามออกมาอย่างสงสัย“เพราะเหตุใดรึ” หลิงหยุนจึงอธิบายให้หลิงเสี่ยวฟังอย่างละเอียด“เหตุผลข้อแรก.. ท่านพ่อเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ จุดตันเถียนและเส้นลมปราณเพิ่งกลับสู่ปกติ รากฐานจึงยังไม่มั่นคงพอ” “ยิ่งไปกว่านั้น..เพราะหลิวเทวะวิญญาณปลดปล่อยพลังปราณให้ในครั้งนั้น ทำให้ท่านพ่อพัฒนาจากขั้นโฮ่วเทียน-5 เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-6 ได้ในทันที นั่นนับว่าเป็นการก้าวหน้าที่รวดเร็วมากจนเกินไป และหากท่านพ่อจะเข้าสู่ขั้นต่อไปในอีกสองวัน ข้าเกรงว่าระยะเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ จะทำให้รากฐานของแต่ละขั้นไม่มั่นคงพอ..” “แม้ว่าท่านพ่อจะสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้โดยไม่มีปัญหาอะไรแต่ก็จะทำให้รากฐานในแต่ละขั้นอ่อนแอ และจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นในวันข้างหน้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 จะทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน!” หลิงหยุนบอกเล่าความกังวลใจของตนเองให้กับหลิงเสี่ยวรู้.. หลิงเสี่ยวเองก็เข้าใจในสิ่งที่หลิงหยุนอธิบายได้ดีแต่การประลองกับตระกูลเฉินก็กำลังใกล้จะมาถึงแล้ว เขาจึงรู้สึกกังวลใจไม่น้อย.. หลิงเสี่ยวขมวดคิ้วและพูดขึ้นว่า“แต่ในอาทิตย์หน้าก็จะถึงวันนัดประลองกับตระกูลเฉินแล้ว หากข้าไม่รีบเข้าสู่ขั้นต่อไปโดยเร็ว จะมิกลายเป็นภาระของเจ้าหรอกรึ” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า“ท่านพ่ออย่าได้กังวลใจไป! การประลองกับตระกูลเฉินที่แบ่งเป็นประลองเดี่ยวสองรอบ และแบบกลุ่มหนึ่งรอบนั้น เพียงแค่ข้าคนเดียวก็นับว่าเพียงพอที่จะรับมือพวกมันแล้ว!” หลิงหยุนเพิ่งจะผ่านการฝึกควบคุมโซ่หยิน–หยางมาเขาจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสามารถเอาชนะตระกูลเฉินได้อย่างแน่นอน! แต่สิ่งที่หลิงหยุนรู้สึกกังวลอยู่ตลอดเวลานั้นกลับเป็นหลังจากที่จัดการกับตระกูลซัน และตระกูลเฉินแล้วมากกว่า เพราะหลังจากนั้น..เขาจะต้องเผชิญหน้ากับตระกูลหลงและตระกูลเย่ นี่จึงจะเรียกว่าการต่อสู้แย่งชิงอำนาจได้เต็มปาก ด้วยเหตุนี้.. หลิงหยุนจึงต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะพัฒนาตระกูลหลิงให้แกร่งขึ้นในทุกๆด้าน.. หลิงเสี่ยวฟังแล้วถึงกับตกใจอย่างที่สุดและรีบระล่ำระลักถามออกไปว่า “หลิงหยุน.. นี่เจ้า.. เจ้าเพียงคนเดียวจะประลองกับตระกูลเฉินทั้งสามรอบเชียวรึ”หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆ“ถูกต้องแล้วท่านพ่อ.. ลูกคนเดียวก็เพียงพอที่จะจัดการกับพวกมันได้แล้ว!”หลิงเสี่ยวรีบถามต่อทันที“เช่นนั้นแล้ว.. พวกเราทั้งหมดล่ะ”หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบกลับไปว่า“ท่านพ่อกับคนอื่นๆยังต้องช่วยข้าเล็กๆน้อยๆ หลังจากที่ตระกูลเฉินพ่ายแพ้ให้แก่ตระกูลหลิงแล้ว ท่านพ่อและทุกคนต้องระวังอย่าให้คนตระกูลเฉินหลบหนีได้แม้แต่คนเดียว!”ตั้งแต่โบร่ำโบราณมาแล้ว..ฝ่ายที่พ่ายแพ้ในการประลองด้วยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันเช่นนี้ มักจะหนีเอาตัวรอดในที่สุด ตระกูลเฉินเองก็คงไม่ต่างกัน..เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะร้องขอความเตตาจากตระกูลหลิงหากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และหลิงหยุนเองก็ไม่เชื่อว่าตระกูลเฉินจะยอมยืนนิ่งๆ ให้คนตระกูลหลิงสังหารหลังจากรู้ผลแพ้ชนะ!“ท่านพ่อ..ข้าเองได้เตรียมการให้ท่านพ่อเข้าสู่ขั้นต่อไปแล้ว แต่ยังไม่รีบร้อนที่จะทำในตอนนี้!”“แต่สิ่งที่ท่านพ่อควรต้องเร่งรีบก็คือการฝึกวรยุทธยิ่งวรยุทธของท่านพ่อล้ำเลิศมากเท่าใด ก็จะยิ่งมีประโยชน์ต่อไปในวันข้างหน้า!”หลิงเสี่ยวได้ฟังคำอธิบายของหลิงหยุนและรู้ว่าลูกชายเป็นห่วงเป็นใยตนเช่นนี้ ก็ได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับบอกหลิงหยุนว่า“ได้..ได้.. พ่อจะเชื่อฟังเจ้า ไม่รีบร้อนเข้าสู่ขั้นต่อไป!”หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างโล่งใจและแนะนำหลิงเสี่ยวต่อ “ท่านพ่อ.. ข้าได้สอนวรยุทธให้กับท่านปุ่มากมาย หากสองสามวันนี้ท่านพ่อไม่มีอะไรทำ ก็ไปฝึกวรยุทธกับท่านปู่ไปพลางๆก็ได้..”หลิงเสี่ยวตอบกลับหลิงหยุนด้วยใบหน้าเบิกบาน“อ่อ.. ท่านปู่ของเจ้าได้อธิบายให้ข้าฟังบ้างแล้ว แต่ข้ามัวแต่หมกมุ่นที่จะพัฒนากำลังภายในของตนเอง จึงไม่ได้สนใจนัก แต่สองสามวันนี้คงต้องใส่ใจบ้างแล้ว..”หลิงหยุนยังคงย้ำอีกครั้ง“ท่านพ่อ.. เชื่อฟังข้า.. ฝึกวรยุทธไปก่อน ส่วนเรื่องกำลังภายในนั้นข้าจะช่วยท่านเอง”หลิงเสี่ยวเห็นหลิงหยุนย้ำด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเช่นนั้นจึงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข “ได้.. ข้าจะเชื่อฟังเจ้า และจะฝึกเฉพาะวรยุทธเท่านั้น!”จากนั้นหลิงหยุนจึงได้เปลี่ยนมาพูดเรื่องของซือกงถู“ท่านพ่อ.. เวลานี้ซือกงถูถูกขังอยู่ที่คุกใต้ดิน และข้าได้ทรมานมันนานพอควรแล้ว เวลานี้สภาพของมันแทบไม่เป็นผู้เป็นคนแล้ว ไม่ทราบว่าท่านพ่อคิดจะจัดการกับคนผู้นี้เช่นใด” และก็เป็นอย่างที่หลิงหยุนคาดคิดไว้ทันทีที่หลิงเสี่ยวได้ยินชื่อของซือกงถู สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น!นั่นเพราะสำหรับหลิงเสี่ยวแล้ว..ซือกงถูนอกจากจะเป็นศัตรูคู่แค้นของเขามานานถึงสิบแปดปีแล้ว แต่ยังเป็นเสมือนปีศาจชั่วช้าในสายตาของเขาด้วย!และนี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่หลิงหยุนยังไม่ต้องการให้หลิงเสี่ยวพัฒนากำลังภายในเข้าสู่ขั้นต่อไป..ความจริงหลิงเสี่ยวเองก็รู้ว่าซือกงถูถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินมานานแต่เขากลับไม่เคยเข้าไปที่นั่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว นั่นเพราะการได้พบหน้าซือกงถูจะทำให้อารมณ์ของหลิงเสี่ยวเหวี่ยงไปมาไม่สงบนิ่ง ซึ่งมีผลต่อการฝึกฝนของเขา..และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้..หลิงหยุนจึงไม่ลงมือสังหารซือกงถู และรอให้หลิงเสี่ยวลงมือด้วยตัวเอง เพื่อให้เขาได้ปลดเปลื้องความแค้นในใจอัดแน่นมานานนับสิบปี..“หลิงหยุน..เวลานี้การประลองระหว่างตระกูลหลิงกับตระกูลเฉินก็ใกล้จะมาถึงแล้ว ข้าไม่ต้องการให้คนผู้นี้มาทำให้จิตใจของข้าไม่สงบ รอให้การประลองสิ้นสุดลงก่อน ค่อยสังหารซือกงถูกแก้แค้นก็ยังไม่สาย!”หลิงหยุนได้แต่ถอนหายใจและคิดว่าเรื่องจิตใจเป็นของแต่ละคน ต่อให้เขาเก่งกาจมากเพียงใดก็ช่วยพ่อปลดภาระทางใจนี้ไม่ได้ จึงได้แต่พูดไปว่า“เรื่องนี้แล้วแต่ท่านพ่อ..ถ้าเช่นนั้นก็ปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ต่ออีกสังสิบวัน จึงค่อยลงมือสังหารมัน!”หลิงเสี่ยวเองก็พอที่จะมองออกว่าหลิงหยุนรู้สึกเช่นใดจึงได้ถามออกไปว่า “หลิงหยุน.. พ่อทำให้เจ้าลำบากใจหรือไม่”“ไม่เลยท่านพ่อ!”เพื่อลบความเคียดแค้นที่อัดอั้นในใจหลิงเสี่ยวมานานนับสิบปีปล่อยให้ซือกงถูมีชีวิตต่อไปอีกหน่อยก็คงไม่เป็นอะไร..………หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วหลิงหยุนก็สอบถามเหล่ากุ่ยถึงเรื่องสมุนไพรที่สั่งให้นำจากบ้านตระกูลหลิงในวงแหวนที่ห้า มาไว้ที่คฤหาสน์ตระกูลหลิงแทน เพราะเมื่อครั้งที่หลิงหยุนมาปักกิ่งครั้งแรกนั้น เขาได้สั่งให้ถังเมิ่งส่งสมุนไพรที่อบด้วยพลังชีวิตในบ้านเลขที่-1 มาไว้ที่นั่น และจนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้นำไปใช้อะไรเลย.. ไอลีนโนเวล