ตอนที่ 702
บทที่ 1131 : นักรบตระกูลหลิง!
October 22, 2026
ทันทีที่ได้ยินว่าเย่ซิงเฉินมีข่าวเกี่ยวกับตระกูลเฉินจะบอกหลิงหยุนก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นข่าวสำคัญอย่างแน่นอน เขาจึงรีบตอบรับทันที และทั้งคู่ก็นัดพบกันในคืนพรุ่งนี้! เวลานี้การประลองระหว่างตระกูลหลิงและตระกูลเฉินก็ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆหลิงหยุนจึงมีงานรัดตัวเพราะมีเรื่องที่ต้องเตรียมการมากมาย และแน่นอนว่าตระกูลเฉินเองก็คงไม่ต่างจากเขา หลิงหยุนจัดการวางหมาก และกลยุทธ์ต่างๆ รวมทั้งคิดไกลไปถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังการประลองสิ้นสุด.. เฉินจิ้งเฉวียนไม่ใช่คนโง่..หากเขาไม่มั่นใจจริง ก็คงไม่เป็นฝ่ายเสนอให้มีการประลองกับตระกูลหลิงในครั้งนี้ขึ้นมาอย่างแน่นอน! แต่ถึงกระนั้น..สิ่งที่เฉินจิ้งเฉวียนยังไม่รู้เกี่ยวกับตระกูลหลิง ก็คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหลิงหยุน และไพ่ในมือที่เขามีอยู่ ในการประลองโดยมีชีวิตเป็นเดิมพันเช่นนี้แม้หลิงหยุนจะมั่นใจเพียงใด ก็ไม่กล้าที่จะประมาทอย่างเด็ดขาด! ดังคำโบราณว่า..รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง! ด้วยเหตุนี้..ข้อมูลที่เขาจะได้รับจากเย่ซิงเฉินในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนี้ จะต้องเป็นประโยชน์กับเขาอย่างมาก! “อืมม..คนหนึ่งอยู่ในที่สว่าง ส่วนอีกคนอยู่ในที่มืด ช่างเป็นความร่วมมือที่ลงตัว และได้ผลดียิ่งนัก!” หลังจากที่จบการสนทนากับเย่ซิงเฉินหลิงหยุนก็ยืนนิ่งอยู่เงียบๆ และยิ้มออกมาเพียงลำพัง.. ระหว่างนั้นหลิงหยุนก็ได้เรียกศิลากลั่นวิญญาณออกมาถือไว้ในมือจากนั้นก็ยกขึ้นมาส่องดูด้วยตาอย่างละเอียด และสีหน้าของเขาก็ปรากฏร่องรอยของความเสียดายขึ้นมา.. ศิลากลั่นวิญญาณนั้นนับเป็นหินอุกกาบาตจากนอกโลกเหล่าผู้ฝึกบ่มเพาะทั้งหลายสามารถใช้ศิลาก้อนนี้ฝึกฝนจิตหยั่งรู้ของตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นทีละขั้น จนกระทั่งเข้าถึงความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง เวลานี้หลิงหยุนเข้าสู่ขั้นพลังชี่ซึ่งเป็นขั้นของการกลั่นปราณบ่มเพาะจิตวิญญาณในขั้นพลังชี่นี้หากได้ศิลาก้อนกลั่นวิญญาณช่วย จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็จะต้องแข็งแกร่ง และก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่านัก.. ยิ่งไปกว่านั้น..ศิลาก้อนนี้ยังเป็นศิลาที่มีความวิเศษยิ่งนัก สามารถนำมาทำเป็นศิลาพื้นที่ได้โดยที่ไม่ต้องสลักค่ายกลลงไปก็ได้ เพราะด้านในมีลักษณะเป็นช่องอากาศอยู่แล้ว ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้น ไม่ว่าจะเป็นหีบวิเศษ แหวนพื้นที่ หรือสร้อยข้อมือจักรวาล และอีกมากมาย ก็ล้วนแล้วแต่ทำจากหินชนิดนี้ทั้งสิ้น.. นั่นเพราะหินชนิดนี้มีคุณสมบัติที่ล้ำเลิศและยังหาได้ยากนักในจักรวาล แม้แต่นักบ่มเพาะในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ แม้จะเสาะหาทั่วทั้งเส้นทางดวงดาว ก็ยากนักที่จะพบเจอได้ง่ายๆ การที่จู่ๆ หลิงหยุนได้ศิลากลั่นวิญญาณก้อนใหญ่ถึงเพียงนี้มา เขายังคิดเสมอว่ามันคือปาฏิหารย์! ไม่ว่าจะเป็นหลิงหยุนหรือว่านักบ่มเพาะใด ก็ต้องรู้ว่านี่คือสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง! และเวลานี้จิตหยั่งรู้อันทรงพลังของหลิงหยุนก็สามารถเห็นได้ว่าเนื้อหินภายในศิลากลั่นวิญาณนั้นยอดเยี่ยมมาเพียงใด เรียกได้ว่าเนื้อดีอย่างที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเห็นมาเลยก็ว่าได้.. “เฮ้อ..น่าเสียดายที่ก้อนเล็กไปหน่อย !” สีหน้าของหลิงหยุนที่มองศิลากลั่นวิญญาณนั้นเปลี่ยนจากเสียดายเป็นเจ็บปวด และได้แต่ถอนหายใจออกมา.. นั่นเพราะเขาจำเป็นต้องตัดบางส่วนของศิลากลั่นวิญญานนี้มาทำเป็นแหวนพื้นที่นั่นเอง แม้ว่าจะตัดมาเพียงแค่ส่วนเล็กๆ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้หลิงหยุนรู้สึกเสียดายอย่างมากแล้ว.. หลังจากที่จ้องมองศิลากลั่นวิญญาณด้วยสีหน้าเจ็บปวดอยู่นานหลิงหยุนจึงกัดฟันใช้กระบี่โลหิตแดนใต้ในมือซ้ายเฉือนเข้าที่มุมของศิลากลั่นวิญญาณทันที! ชัวะ! จากนั้น..หินขนาดเท่าลูกปิงปองก็หล่นลงสู่พื้นดิน และหลิงหยุนก็รีบเก็บกระบี่เข้าไป และก้มลงเก็บศิลากลั่นวิญญาณขึ้นมาจากพื้นทันที เหล็กดีย่อมตีกระบี่ที่คมกริบได้ฉันใดวัตถุล้ำค่าย่อมสามารถใช้สร้างสิ่งของล้ำค่าได้เช่นกัน!“เพียงแค่นี้ก็เพียงพอที่จะใช้ทำแหวนพื้นที่แล้ว..”สีหน้าเจ็บปวดของหลิงหยุนเมื่อครู่ค่อยๆจางหายไปหลังจากพึมพำจบเขาก็โยนศิลากลั่นวิญญาณชิ้นนั้นเข้าไปในปาก และกลืนมันลงไปในท้องทันที ราวกับว่ามันคือโอสถวิเศษ!ในระดับสูงสุดขั้นเอ้อเฉิงชี่กับดาราคุ้มกายขั้นที่สอง ทำให้เวลานี้ไม่เพียงร่างกายของหลิงหยุนแข็งแกร่งมาก แต่ภายในร่างกายของเขายังมีไฟไร้รูปอยู่ด้วย ทำให้ภายในร่างกายของหลิงหยุนเสมือนหนึ่งเตาหลอมขนาดย่อม จึงสามารถกลืนก้อนทองคำเข้าไปได้โดยไม่เป็นอะไร..ถึงแม้ว่าในร่างกายของหลิงหยุนจะมีไฟไร้รูปอยู่ก็จริงแต่ความร้อนของไฟไร้รูปยังไม่ร้อนแรงจนสามารถถึงกับหลอมศิลากลั่นวิญญาณได้ แต่ที่หลิงหยุนกลืนเข้าไปนั้นก็เพื่อให้ไฟไร้รูปในร่างกายทำการกำจัดสิ่งไม่บริสุทธิ์ออกไป..“รู้สึกแปลกๆ”………หลิงหยุนเดินกำศิลากลั่นวิญญาณที่เหลือไว้ในมือและเดินเข้าไปยังสวนชั้นที่แปด เวลานี้ภายในสวนชั้นที่แปดมีเหล่านักรบตระกูลหลิงรออยู่.. ในทุกๆวัน..เหล่านักรบตระกูลหลิงทั้งสามสิบหกคนนั้น ก็ล้วนแล้วแต่มีภารกิจรัดตัว และยากที่จะรวมตัวกันครบเช่นนี้ได้หลิงหยุนยิ้มออกมาพร้อมกับร้องตะโกนทักทาย“ทุกคนกลับมาแล้วรึ คนมากมายครึกครื้นดีมาก!”ทันทีที่หลิงหยุนเดินเข้ามา..เหล่านักรบตระกูลหลิงก็คุกเข่าลงทำการคาราวะหลิงหยุนพร้อมกันทันที“หลิงอี๋..เคารพท่านผู้นำตระกูล!”“หลิงชี..คาราวะท่านผู้นำตระกูล!”เมื่อเห็นหลิงหยุนเดินเข้ามาแววตาของเหล่านักรบตระกูลหลิงต่างก็เต็มไปด้วยความเคารพ ศรัทธา และตื่นเต้น..และที่เป็นเช่นนี้นั้นส่วนหนึ่งก็เพราะเหล่ากุ่ย..เหล่ากุ่ยเป็นบ่าวที่ภักดีต่อตระกูลหลิงมานาน หนำซ้ำยังมีหน้าที่คอยฝึกฝนเหล่านักรบตระกูลหลิง และคอยสั่งการต่างๆแทนหลิงลี่หลังจากที่เหล่ากุ่ยได้พบหลิงหยุนที่จิงฉูเขาก็เชื่อว่าหลิงหยุนจะต้องเป็นผู้นำตระกูลที่ดีในวันข้างหน้า จึงได้แอบพูดคุยกับหลิงลี่ และหลังจากได้รับการอนุมัติแล้ว เหล่ากุ่ยก็ค่อยๆปลูกฝังฐานะของหลิงหยุนลงไปในจิตใจของเหล่านักรบตระกูลหลิงนี้เหล่านักรบตระกูลหลิงทั้งหมดต่างก็เคยเห็นความแข็งแกร่งของหลิงหยุนด้วยตาตนเองมาแล้วอีกทั้งยังมีเหล่ากุ่ยที่จงใจใส่ข้อมูลให้ เวลานี้ในหัวใจของเหล่านักรบตระกูลหลิง หลิงหยุนจึงเป็นเสมือนเทพองค์หนึ่งเลยทีเดียว!ซึ่งตรงข้ามกับหลิงเจิ้นเมื่อครั้งยังเป็นผู้นำตระกูลไม่มีทางที่เหล่านักรบตระกูลหลิงจะคุกเข่าคาราวะเช่นนี้..“ทุกคนลุกขึ้นได้!”หลิงหยุนผายมือออกพร้อมกับร้องสั่งให้ทุกคนลุกขึ้นหลังจากที่เหล่านักรบตระกูลหลิงลุกขึ้นแล้ว หลิงหยุนก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ทุกคนในที่นี้ล้วนรอดจากการต่อสู้ในครั้งนั้นทุกคนล้วนแล้วแต่จงรักภักดีต่อตระกูลหลิง!”“ตระกูลหลิงของเราต้องการทุกคนและขอบใจทุกคนที่ทุ่มเททำงานให้กับตระกูลหลิง!”“ข้าเพียงคนเดียวย่อมไม่สามารถนำพาตระกูลหลิงผงาดขึ้นมาได้ในเมื่อข้าแข็งแกร่ง ทุกคนก็ต้องแข็งแกร่งด้วย ตระกูลหลิงของเราจึงจะสามารถผงาดขึ้นได้จริง!”“เหล่ากุ่ยคงจะบอกกับพวกเจ้าแล้วว่าคืนนี้ข้าจะทำการล้างไขกระดูกให้กับพวกเจ้า..”