ตอนที่ 703
บทที่ 1132 : แหวนจักรวาล!
October 22, 2026
เหล่านักรบตระกูลหลิงต่างก็เข้าสู่ด่านแรกของขั้นเซียงเทียนกันถ้วนหน้าและเส้นลมปราณเยิ่นกับเส้นลมปราณตูก็ได้เปิดเชื่อมต่อถึงกันแล้ว.. จากนั้น..เหล่านักรบตระกูลหลิงทั้งหมดก็ลุกขึ้นยืนเรียงแถวหน้ากระดานหกแถว และกำลังยืนรอฟังคำพูดจากทายาทตระกูลหลิงทั้งสองรุ่นด้วยท่าทางสงบนิ่ง.. หลิงหยุนยิ้มออกมาพร้อมกับหันไปมองหลิงลี่แต่หลิงลี่กลับหัวเราะ แล้วพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. เวลานี้เจ้าคือผู้นำตระกูล พวกเขาล้วนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้า เจ้าควรจะเป็นผู้กล่าวจึงจะถูก..” หลิงหยุนได้ฟังเช่นนั้นจึงก้าวเท้าขึ้นไปข้างหน้าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด “เวลานี้พวกเจ้าก็นับเป็นคนของตระกูลหลิง นักรบตระกูลหลิงก็เสมือนหนึ่งสมาชิกตระกูลหลิงเช่นกัน! ต่อไปเมื่อพบข้า.. ไม่จำเป็นต้องทำตัวเคร่งเครียดมากนัก ขอให้ทุกคนทำตัวตามสบาย!” “เห็นพวกเจ้าทุกคนก้าวหน้าได้เช่นนี้ข้าก็มีคำพูดสักสองสามประโยคจะพูดกับพวกเจ้า..” เหล่านักรบทั้งสามสิบคนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่สามารถพลีชีพเพื่อตระกูลหลิงได้ทั้งสิ้น! ในเมื่อพวกเขาสามารถพลีชีพของตนเองเพื่อตระกูลหลิงได้เช่นนี้พวกเขาจึงควรเป็นเสมือนยิ่งกว่าคนรัก และเป็นเสมือนยิ่งกว่าญาติสนิท.. เหตุผลเพียงเท่านี้หลิงหยุนย่อมเข้าใจได้ดี..เขาจึงไม่เคยทำตัวสูงกว่าเหล่านักรบตระกูลหลิงเลย หนำซ้ำยังปฏิบัติต่อทุกคนราวกับเป็นหนึ่งในสมาชิกของตระกูล.. เหล่านักรบตระกูลหลิงต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอฟังคำพูดของหลิงหยุนด้วยความตื่นเต้นและซาบซึ้งใจ นั่นเพราะหลิงหยุนปฏิบัติต่อพวกเขาดังเช่นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่ทาสที่จะจิกหัวเช่นใดก็ได้! “ก่อนอื่นข้าต้องบอกกับพวกเจ้าว่า..ครั้งนี้ที่ข้ากับท่านปู่ช่วยให้พวกเจ้าสามารถก้าวจากขั้นโฮ่วเทียนขึ้นสู่ขั้นเซียงเทียนได้นั้น นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น..” “โอสถที่ข้าให้พวกเจ้ากินเข้าไปนั้นจะทำให้รากฐานของพวกเจ้าแต่ละคนแข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือขั้นเซียงเทียนคนอื่นๆหลายเท่านัก!” “หากพวกเจ้าไม่เชื่อคำพูดของข้า..ก็สามารถเดินลมปราณภายในร่างกายดูได้!” แต่ยังไม่ทันที่หลิงหยุนจะพูดจบดีเสียงของหลิงอี๋ก็ดังขึ้น “พวกเราเชื่อคำพูดของท่านผู้นำตระกูล!” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับพูดต่อ“เวลานี้ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลิงมีพลังชีวิตอยู่เข้มข้น คิดว่าพวกเจ้าคงจะสัมผัสได้ หากพวกเจ้ามาฝึกฝนที่นี่ ก็จะเป็นประโยชน์กับพวกเจ้ามาก!” เหล่านักรบตระกูลหลิงต่างก็พยักหน้าพร้อมกัน.. “หากวันใดที่พวกเจ้าไม่มีภารกิจรัดตัวก็ให้หมั่นมาฝึกฝนวิชาที่คฤหาสน์ตระกูลหลิงนี้ เพื่อความก้าวหน้าของพวกเจ้าเอง..” ครั้งนี้เหล่านักรบตระกูลหลิงต่างก็ร้องตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน“พวกเรารับทราบ!” “และนับจากนี้ไป..ข้าจะไม่มอบหมายภารกิจใดๆให้พวกเจ้าอีก ช่วงนี้พวกเจ้าจะได้มีเวลาฝึกวิชาเพื่อพัฒนาขั้นความแข็งแกร่งของตนเอง!” “แม้ว่าตระกูลอื่นในปักกิ่งจะมองพวกเจ้าเป็นเพียงแค่นักรบเดนตายแม้แต่ตระกูลหลิงเองก็เรียกพวกเจ้าว่านักรบ แต่สำหรับข้าหลิงหยุน.. พวกเจ้าเสมือนพี่น้อง เช่นนี้แล้วข้าจึงไม่อยากเห็นพวกเจ้าต้องตาย เช่นเดียวกับที่พวกเจ้าไม่อยากเห็นข้าต้องตายเช่นกัน!” “ตระกูลหลิงต้องพึ่งพาพวกเจ้าทุกคน!พี่น้องทั้งหลาย.. พวกเราจะร่วมแบ่งปันกันทั้งยามสุข และยามทุกข์!” คำพูดของหลิงหยุนนั้นช่างมีอำนาจและทรงพลังยิ่งนัก! แทบไม่ต้องรอให้หลิงหยุนพูดจนจบ..ดวงตาของเหล่านักรบตระกูลหลิงต่างก็รื้นไปด้วยน้ำตา ทุกคนคุกเข่าลงต่อหน้าหลิงหยุนพร้อมๆกัน! “พวกเราทั้งหมดขอสาบานต่อหน้าผู้นำตระกูลหลิงทั้งสองรุ่นว่า..พวกเรานักรบตระกูลหลิง จะทำตามคำสั่งของผู้นำตระกูลทั้งสองอย่างเคร่งครัด แม้จะต้องบุกน้ำลุยไฟ พวกเราก็ไม่หวาดหวั่น!” ทั้งหลิงลี่กับเหล่ากุ่ยต่างก็หันไปมองหน้ากันพวกเขารู้ว่าคำพูดของหลิงหยุนนั้นล้วนมาจากใจ และเป็นความจริง ไม่ได้เป็นเพียงคำพูดที่สวยงามเท่านั้น! จากนั้น..หลิงหยุนก็พูดต่อว่า “เอาล่ะ.. พรุ่งนี้ข้าจะให้เหล่ากุ่ยเริ่มสอนวรยุทธให้กับพวกเจ้า ” ……. หลังจากนั้นหลิงลี่กับหลิงหยุนก็แยกตัวออกมาระหว่างที่เดินมาด้วยกันนั้น จู่ๆ เหล้าเหมาไถหนึ่งขวดก็ปรากฏขึ้นมาในมือของหลิงลี่พร้อมกับพูดขึ้นว่า“หลานรัก..เจ้ามาดื่มเป็นเพื่อปู่หน่อย!”หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงถามออกไปว่า“ท่านปู่.. แหวนนี่ใช้ไม่ยากเลยใช่หรือไม่”หลิงลี่จัดการเปิดฝาขวดเหล้าพร้อมกับตอบไปว่า“ปู่เองก็คิดไม่ถึงว่าในชีวิตนี้จะมีของวิศษเช่นนี้ใช้ด้วย มีแหวนวงนี้ทำให้พกพาสิ่งของไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกมากทีเดียว..”นับว่าหลิงหยุนเป็นผู้ที่นำความสุขมาสู่ตระกูลหลิงแม้ว่าเขาจะได้สังหารหลิงห่าวไป แต่ต้นเหตุก็มาจากความชั่วช้าที่หลิงห่าวเป็นผู้ก่อขึ้นเองทั้งสิ้น..หลิงลี่เองก็มีความมั่นใจอยู่ลึกๆว่าในการประลองกับตระกูลเฉินครั้งนี้ หลิงหยุนจะต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน!หลิงลี่เชื่อมั่นแม้กระทั่งว่า..ต่อให้ตระกูลเฉินอัญเชิญเซียนจากสรวงสวรรค์มาร่วมประลอง หลิงหยุนก็ย่อมหาทางรับมือได้อยู่ดี!และในช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเช่นนี้หลิงลี่จึงต้องการที่จะร่วมดื่มกับหลิงหยุน หลิงหยุนเองก็รู้ตัวว่าคงเลี่ยงไม่ได้ จึงตกลงนั่งดื่มเป็นเพื่อนหลิงลี่..ระหว่างที่นั่งดื่มกันไปนั้นหลิงหยุนก็บอกกับหลิงลี่ว่า “ท่านปู่.. เรื่องแหวนพื้นที่นี้ ท่านช่วยกำชับทุกคนให้เก็บเป็นความลับ หากให้คนนอกรู้.. ตระกูลหลิงคงต้องกลายเป็นเป้าหมาย และเป็นศัตรูกับเหล่าชาวยุทธมากมายแน่!”หลิงลี่พยักหน้าพร้อมกับตอบไปว่า“ได้.. ข้าจะสั่งทุกคนห้ามใช้แหวนพื้นที่ต่อหน้าคนภายนอก และจะกำชับให้พวกเขาเก็บเป็นความลับเหมือนเรื่องมรดกตระกูลหลิงด้วย!”จากนั้นหลิงลี่จึงถามต่อว่า“หลานรัก.. จากนี้ไปเจ้าคิดจะทำอะไรบ้าง” หลิงหยุนยิ้มมุมปากพร้อมกับตอบไปทันที“ท่านปู่.. พรุ่งนี้ข้ามีเรื่องสำคัญต้องไปทำ หลังจากคืนพรุ่งนี้ข้าจะบอกกับท่านปู่เอง!”หลังจากนั่งดื่มกับหลิงลี่ไปจนเหล้าหมดขวดแล้วทั้งคู่ต่างก็แยกย้ายกัน หลิงหยุนจึงเดินไปที่หลิวเทวะวิญญาณ และพบโม่วู๋เตากำลังนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่..หลังจากที่ถูกหลิงหยุนบีบบังคับและจ้ำจี้จำไชเรื่องการฝึกฝน โม่วู๋เตาจึงไม่กล้าเกียจคร้านอีก เพราะเกรงว่าหลิงหยุนจะใช้โซ่หยิน–หยางจับตนเองโยนขึ้นฟ้าเหมือนครั้งที่แล้วอีก..และอีกหนึ่งเหตุผลที่โม่วู๋เตาขยันฝึกวิชามากขึ้นก็เพราะว่าวิชาที่หลิงหยุนสอนให้เขานั้น ยิ่งฝึกก็ยิ่งเสพติด.. ไอลีนโนเวลนั่นเพราะเมื่อสามารถเข้าสู่ขั้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆนั้นร่างกายก็จะค่อยๆเปลี่ยนไป ทำให้คนผู้นั้นอยากจะฝึกฝนต่อไปอีกเรื่อยๆหลังจากที่หลิงหยุนทำการล้างไขกระดูกให้กับโม่วู๋เตาแล้วเขาก็สามารถฝึกวิชาดาราคุ้มกายเข้าสู่ระดับที่สามได้ในทันที!หลิงหยุนเห็นโม่วู๋เตาตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนเช่นนั้นจึงได้แต่แอบหัวเราะอยู่ในใจ และร้องตะโกนออกไปว่า“โม่วู๋เตา..หยุดฝึก แล้วก็ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”โม่วู๋เตาถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นและร้องตะโกนออกไปอย่างไม่พอใจ “ทำเสียงดังหนวกหูไปได้! นี่เจ้าจะมารบกวนการฝึกของข้าทำไมกัน”หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า“นักพรตน้อย.. เจ้าไม่ต้องมาเสแสร้ง! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ ข้าจะพาเจ้าไปที่ที่ดีกว่านี้!”“ที่ใหนกัน”โม่วู๋เตาตาโตขึ้นมาทันที“เจ้าหุบปากแล้วเดินตามข้ามา..”หลิงหยุนร้องบอกโม่วู๋เตาพร้อมกับดึงต้นหลิวเทวะวิญญาณเก็บเข้าไปในแหวนพื้นที่แล้วเดินตรงไปที่ประตูทันที หลังจากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรถมุ่งหน้าไปยังชานเมือง.. …..ค่ำคืนดึกดื่นเช่นนี้..หลิงหยุนพาโม่วู๋เตามาที่คลังอาวุธตระกูลหลิงหลังเข้าสู่ถนนวงแหวนที่หกและเปิดจิตหยั่งรู้สำรวจดูว่าไม่มีใครแอบสะกดรอยตามมาแล้ว หลิงหยุนก็เหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้นทันที ในที่สุดรถของหลิงหยุนก็ไปจอดอยู่หน้าโรงงานเก่าๆซอมซ่อแห่งหนึ่ง หากผู้ใดพบเห็นเข้าก็คงคิดว่าเป็นโรงงานร้าง และไม่คิดที่จะใส่ใจ..โม่วู๋เตาถึงกับร้องออกมาอย่างผิดหวัง“เฮ้อ.. ดึกๆดื่นเช่นนี้ เจ้ากลับพาขามาโรงงานผุพังทำไมกัน”