ตอนที่ 729
บทที่ 1159 : โอโรชิ - พญาอสรพิษแปดหัวแปดหาง!
October 22, 2026
โทคุงาวะฮิโรชินั้น นอกเหนือจากที่เคยประมือกับเหล่านินจาที่เก่งกาจภายในตระกูลโทคุงาวะด้วยกันมาแล้ว เขายังเคยพบเจอกับยอดฝีมือจากชาติต่างๆมามากมาย ทั้งที่ไปฝึกฝนวิชาด้วย และทั้งที่เคยต่อสู้ประมือกันอย่างเอาเป็นเอาตายมาด้วย ด้วยเหตุนี้..แม้จะต่อสู้กับหลิงหยุนมาจนถึงตอนนี้ โทคุงาวะ ฮิโรชิจึงไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ง่ายๆ! และที่ครั้งนี้โทคุงาวะฮิโรชิยอมมาประลองกับหลิงหยุนตามคำเชิญของเฉินจิ้งเฉวียนนั้น เบื้องหน้าอาจดูเหมือนว่าเขามาเพื่อต้องการช่วยเหลือตระกูลเฉิน แต่ความจริงแล้วที่โทคุงาวะ ฮิโรชิยอมรับคำเชิญในครั้งนี้นั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือ.. โทคคุงาวะ ฮิโรชินั้นเชื่อมั่นในพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่งของตนเองมาก จึงต้องการที่จะมาแสดงแสนยานุภาพของตนในผืนแผ่นดินจีน ด้วยการบดขยี้ยอดฝีมือจีนที่ล้ำเลิศให้ชาวจีนด้วยกันได้เห็นนั่นเอง! และเพื่อการนี้..โทคุงาวะ ฮิโรชิก็ได้เตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งด้านการประลอง และการสื่อสาร ไม่เช่นนั้นภาษาจีนของเขาคงจะไม่ดีถึงเพียงนี้แน่! โทคุงาวะฮิโรชินั้นเชื่อมั่นในฝีมือ และความแข็งแกร่งของตนเองเป็นอย่างมาก จนแทบไม่เคยเห็นจอมยุทธชาวจีนอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติในหน่วยนภา.. แต่หลังจากที่ได้ประลองกับหลิงหยุนความคิดความอ่าน และความมั่นใจของโทคุงาวะ ฮิโรชิก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างมาก! เมื่อครั้งเริ่มต้นการประลองนั้นโทคุงาวะ ฮิโรชิยังไม่มีท่าทีหวาดหวั่นต่อหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังเอ่ยชมหลิงหยุนอีกด้วย นั่นเพราะโทคุงาวะ ฮิโรชิมั่นใจว่าลมปราณในขั้นพลังเหนือธรรมชาติของตนนั้น จะสามารถสังหารหลิงหยุนได้ไม่ยาก และเชื่อมั่นว่าตนเองจะเป็นผู้คุมสถานการณ์ในสนามประลองแห่งนี้.. แต่ตอนนี้..กลับกลายเป็นว่าหลิงหยุนสามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติของตน สังหารนินจาขั้นเงาระดับสองตายได้ภายในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว ในขณะที่นินจาขั้นเงาระดับหนึ่งอีกสองคนนั้นก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ตัวหลิงหยุนเองกลับยังไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ทำให้โทคุงาวะ ฮิโรชิเริ่มจะหวาดหวั่นใจขึ้นมาในทันที! และเพียงแค่รู้สึกเช่นนั้นขึ้นในใจก็ทำให้โทคุงาวะ ฮิโรชิรู้สึกอับอายอย่างที่สุดแล้ว! เวลานี้..ทั้งโทคุงาวะ ฮิโรชิ โทคุงาวะ ทาเคชิ และโทคุงาวะ ทาเคฮิโกะ ต่างก็ยืนนิ่งด้วยใบหน้าเคียดแค้น ซึ่งบ่งบอกว่าอยากจะขย้ำหลิงหยุนให้สิ้นใจตายไปต่อหน้าต่อตาโดยเร็ว! และหากสายตาสามารฆ่าคนได้ป่านนี้หลิงหยุนคงจะตายไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน! แต่ทางด้านหลิงหยุนนั้นกลับยืนยิ้มและไม่สนใจแววตาเคียดแค้นของนินจาทั้งสาม เขากำลังคิดหาวิธีที่จะสังหารเหล่านินจาให้ได้โดยเร็วที่สุด! นินจาทั้งห้านี้ต่างจากไต้ซือหลู่หมิงฉู่และยอดฝีมือจากกลุ่มพันธมิตรทะเลจีนตะวันออกอย่างตระกูลไป๋หลี่ เพราะพวกมันคือชาวญี่ปุ่น! หลิงหยุนเองยังจำได้ดีว่า.. สหายของเขา – ตู้กู่โม่นั้นเกลียดชัง และเคียดแค้นชาวญี่ปุ่นมากเพียงใด! ก่อนหน้านี้หลิงหยุนยังไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์จีนอย่างละเอียดนักแต่หลังจากที่ความฝันครั้งนั้นทำให้เขาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหลิงหยุนแล้ว ดูเหมือนความรู้สึกที่เขามีต่อชาวญี่ปุ่นนั้นจะเริ่มรุนแรงขึ้นด้วยเช่นกัน! เวลานี้..หลิงหยุนรับรู้ว่าคนญี่ปุ่นก็คือศัตรูของแผ่นดินนี้! และนี่คือความรู้สึกและความหมายของคำว่าคนของประเทศชาติ! ด้วยเหตุนี้การสังหารนินจาทั้งห้า ก็คือการสังหารศัตรูของประเทศชาติ หลิงหยุนจึงไม่รู้สึกสงสาร หรือเห็นใจเหล่านินจาทั้งห้าเลยแม้แต่น้อย! ส่วนตระกูลไป๋หลี่นั้นถึงแม้แว่าจะเป็นยอดฝีมือจากกลุ่มพันธมิตรทะเลจีนตะวันออก พวกเขาก็คือเลือดเนื้อเชื้อสายของชาวจีน ในเมื่อตระกูลไป๋หลี่ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี จึงไม่มีเหตุผลอันใดที่หลิงหยุนจะต้องเอาชีวิตพวกเขาให้ได้.. อีกทั้งระหว่างหลิงหยุนกับตระกูลไป๋หลี่เองต่างก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ตระกูลไป๋หลี่มาร่วมประลองกับเขาในครั้งนี้ก็เพราะตระกูลซันของร้อง หากจะพูดไปแล้วระหว่างหลิงหยุนกับตระกูลไป๋หลี่แทบไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ เหตุใดจึงต้องลงเอยด้วยการเข่นฆ่ากันด้วยเล่า แต่สำหรับนินจาญี่ปุ่นนั้น..ในเมื่อพวกมันเป็นฝ่ายเหยียบเข้ามาในผืนแผ่นดินจีนเช่นนี้ ต่อให้พวกมันต้องการที่จะยอมแพ้ หลิงหยุนก็ไม่มีทางที่จะเปิดโอกาสให้พวกมันได้ทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน! ยิ่งไปกว่านั้น..ก่อนหน้านี้เหล่านินจานับสิบก็เคยบุกเข้าไปที่คฤหาสน์ตระกูลหลิง และลงมือสังหารนักรบตระกูลหลิงไปตั้งมากมาย และได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ไม่น้อย หากครั้งนั้นหลิงหยุนไปช่วยไว้ไม่ทัน แน่นอนว่าตระกูลหลิงคงต้องล่มสลายด้วยน้ำมือนินจาญี่ปุ่นไปแล้วเป็นแน่! แต่ในทางกลับกัน..หลิงหยุนเองก็ได้สังหารเหล่านินจาของตระกูลโทคุงาวะไปตั้งมากมายเช่นกัน ด้วยเหตุนี้.. ระหว่างหลิงหยุนกับเหล่านินจาญี่ปุ่น จึงเสมือนมีหนี้เลือดที่ต้องชำระสะสาง พวกมันต้องการสังหารหลิงหยุน หลิงหยุนเองก็ต้องการสังหารพวกมันเช่นกัน!ด้วยเหตุนี้..เพียงแค่เห็นเหล่านินจาทั้งห้าก้าวลงสนามประลองมา ในหัวของหลิงหยุนจึงมีเพียงแค่คำว่า ‘ต้องฆ่า’ เท่านั้น!ระหว่างที่ต่างฝ่ายต่างก็ยืนมองหน้ากันด้วยความเคียดแค้นนั้นหลิงหยุนก็อาศัยโอกาสนี้ ทำการย่อยสลายลมปราณของเหล่านินจาที่ดูดเข้าไปในร่างกาย และเปลี่ยนให้เป็นพลังหยิน และหยางหมุนเวียนไปทั่วร่างกายแทน..ในการประลองทั้งสามยกนั้น..หลิงหยุนไม่เพียงไม่สูญเสียลมปราณ แต่ยังได้รับพลังปราณกลับมาเติมเต็มร่างกายจนเข้าสู่ระดับสมบูรณ์สูงสุดอีกครั้ง!ก่อนหน้านี้หลิงหยุนได้ดูดเอาพลังปราณของโทคุงาวะทาเคฮิเดะ และโทคุงาวะ ทาเคกิซึ่งเป็นนินจาขั้นเงาระดับสองเข้าไปแล้ว และตอนนี้ก็เพิ่งจะดูดเอาพลังปราณของโทคุงาวะ ทาเคชิ กับโทคุงาวะ ทาเคฮิโกะเข้าไปอีก และเวลานี้พลังปราณของเหล่านินจาที่หลิงหยุนดูดเข้าไปนั้น ก็ได้ถูกแปลงเป็นพลังปราณที่ร่างกายของหลิงหยุนสามารถดูดซับไปใช้ได้ ทำให้จุดตันเถียน และเส้นลมปราณทั่วร่างกายของหลิงหยุนเวลานี้ มีพลังปราณอยู่เต็มเปี่ยมยิ่งกว่าตอนเริ่มประลองเสียอีก!หลิงหยุนใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูภายในร่างกายของตนเองและพบว่าจุดตันเถียนของเขานั้นมีพลังปราณอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด จนเริ่มที่จะเปลี่ยนสถานะมาเป็นของเหลว และอัตราการหมุนเวียนของพลังปราณที่โคจรไปตามเส้นลมปราณต่างๆทั่วร่างกายนั้น ก็เร็วขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า ทำให้เวลานี้หว่างคิ้วของหลิงหยุนสามารถกลั่นหยดเสินหยวนได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย!ในสภาพการณ์เช่นนี้..หลิงหยุนรู้สึกว่าตนจะสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่ได้ทุกเมื่อ และนี่เท่ากับว่ายิ่งประลอง หลิงหยุนกลับยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น!จะไม่ให้หลิงหยุนแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไรกันเล่าในเมื่อพลังปราณที่หลิงหยุนสูญเสียไปในระหว่างการต่อสู้นั้น มันน้อยกว่าพลังปราณที่ได้รับกลับเข้ามา!และนี่คือความล้ำเลิศของวิชาพลังลับหยิน–หยาง!….หลิงหยุนจ้องมองโทคุงาวะฮิโรชิที่อยู่ตรงข้าม พร้อมกับร้องตะโกนออกไปเพื่อยั่วโมโห “นี่.. พวกเจ้ามีดีแค่นี้เองหรอกรึ เช่นนั้นแล้วก็ไม่ควรเสนอหน้าเข้ามาประลองกับข้า!”หลิงหยุนจงใจกระตุ้นให้อีกฝ่ายโกรธและต้องการที่จะประลองต่อ เพราะเขาเกรงว่าเหล่านินจาที่เหลือนั้นจะเปลี่ยนใจหนีไปกะทันหัน!โทคุงาวะฮิโรชิได้ฟังคำยั่วยุของหลิงหยุน ก็ถึงกับโกรธจนควบคุมสติไม่อยู่ เขาเดินตรงเข้าไปหาหลิงหยุนอย่างไม่หวั่นเกรง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ และร้องตะโกนออกไปเสียงดัง!“หุบปากสามหาวของเจ้าซะ!”จากนั้นจึงหันหน้าไปทางโทคุงาวะทาเคชิ และโทคุงาวะ ทาเคฮิโกะที่ยืนอยู่ข้างๆเขา และร้องสั่งเป็นภาษาญี่ปุ่น..หลังจากที่นินจาทั้งสองได้ฟังคำสั่งของโทคุงาวะฮิโรชิ นินจาทั้งคู่ก็ถึงกับมีสีหน้าหวาดผวา และดูเหมือนกำลังพยายามที่จะห้ามปรามโทคุงาวะ ฮิโรชิ! “พวกเจ้าสองคนหุบปาก!”โทคุงาวะฮิโรชิตะคอกใส่นินจาทั้งสองด้วยเสียงที่ดังราวกับฟ้าร้อง จนนินจาทั้งสองถึงกับหน้าซีดเผือด และได้แต่ทำตามที่ฮิโรชิสั่ง..โทคุงาวะทาเคชิเดินกลับไปข้างสนามประลอง และหยิบกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดหนึ่งฟุตออกมาจากกระเป๋าเดินทางที่นำติดตัวมาด้วย จากนั้นจึงนำกล่องดังกล่าวมายื่นให้กับโทคุงาวะ ฮิโรชิถึงแม้ว่าหลิงหยุนจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นแต่จากท่าทาง และสีหน้าของโทคุงาวะ เทเคชิ และมือไม้ที่สั่นเทาของเขา ทำให้หลิงหยุนรู้ได้ว่ากล่องใบนั้นต้องไม่ใช่กล่องธรรมดาอย่างแน่นอน!‘ข้างในกล่องมีของวิเศษอะไรกันแน่!’