ตอนที่ 730
บทที่ 1160 : สู้กับพญางูโอโรชิ!
October 22, 2026
‘นี่มันตัวอะไรกัน!’ หลิงหยุนที่อยู่ห่างไปราวสิบกว่าเมตรยืนจ้องมองพญาอสรพิษโอโรชิที่ตอนนี้มีลำตัวสูงใหญ่อย่างมาก เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันน่ากลัว และความดุร้ายที่แผ่ซ่านออกมา! กลิ่นอายสังหารจากพญางูโอโรชินั้นรุนแรงยิ่งนักเพียงแค่รูปร่าง และขนาดของมันก็สามารถสร้างความกดดัน และความหวาดหวั่นให้กับผู้พบเห็นได้อย่างมากแล้ว อีกทั้งดวงตาสีแดงเพลิงทั้งสิบหกดวงนั้น ก็ดูทรงพลังจนสามารถสะกดทุกคนให้หวาดผวาได้ในทันที! แม้กระทั่งหลิงหยุนซึ่งเตรียมร่างกายมาจนพร้อมถึงขั้นสมบูรณ์สูงสุดแล้วยังแทบจะไม่สามารถทานทนต่อพลังอันน่าสะพรึงกลัวของพญางูโอโรชิตนนี้ได้! หลิงหยุนสัมผัสได้ในทันทีว่าปีศาจพญางูโอโรชิตนนี้นั้น ดุร้ายเสียยิ่งกว่าเทพอสูรทมิฬของซือกงถูหลายเท่านัก! ยิ่งไปกว่านั้นเทพทมิฬของซือกงถูก็เป็นเพียงแค่พลังปราณทมิฬของซือกงถูเท่านั้นแต่ปีศาจพญางูโอโรชินั้นแตกต่างกัน มันได้ดื่มเลือดและกินเนื้อของนินจาทั้งสองเข้าไป ภายในตัวจึงมีเลือดและเนื้อหนังของมนุษย์ไหลเวียนอยู่ภายใน ทำให้มันมีอานุภาพเหนือกว่าเทพอสูรทมิฬซึ่งเป็นเพียงแค่เงาเสมือนจริงเท่านั้น! ดวงตาทั้งสิบหกดวงของปีศาจงูโอโรชินั้นแดงก่ำราวกับสีเลือดทำให้เหล่ายอดฝีมือในบริเวณนั้นถึงกับขนลุกขนพองไปตามๆกัน! และนี่คือสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง! …… ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดเวลานี้..สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าราวสามกิโลเมตร มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังแอบดูการประลองอยู่ห่างๆ ชายหญิงคู่นี้ต่างก็กำลังยืนทรงตัวอยู่บนตัวกระบี่คนละเล่ม.. ชายผู้นั้นยืนเอามือไขว้หลังและกำลังลอยอยู่กลางอากาศ รอบตัวของเขามีพลังปราณสีเขียวปกคลุมอยู่ทั่วทั้งร่าง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้า และเรือนร่างที่แท้จริงได้ เห็นเพียงแค่กลุ่มควันสีเขียวจางๆ ที่ครอบคลุมอยู่เท่านั้น พลังปราณสีเขียวหมุนรอบตัวชายผู้นั้นดูคล้ายกับมังกรสีเขียวที่มีเขี้ยวเล็บ และกำลังหมุนวนอยู่รอบร่างกายของชายผู้นั้นราวกับมีชีวิต.. ส่วนผู้หญิงที่ยืนอยู่คู่กันนั้นนางสวมชุดสีเขียว และมีกลุ่มควันจางๆ รายล้อมร่างกายไว้เช่นกัน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้า และเรือนร่างที่แท้จริงของนางได้เช่นกัน! ทั้งสองคนต่างก็กำลังจ้องมองและสังเกตดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามประลองด้านล่างอย่างไม่กระพริบตา.. ระยะทางที่สูงถึงสามกิโลเมตรอีกทั้งยังเป็นเวลาค่ำคืนที่มืดมิด ไม่มีผู้ใดรู้ว่าชายและหญิงคู่นี้อยู่ในขั้นใดกันแน่ แต่ทั้งคู่ก็สามารถมองเห็นเหตุการณ์ภายในสนามประลองด้านล่างได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว! และในระยะความสูงเช่นนั้น..แม้แต่จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนยังไม่สามารถจับภาพชายหญิงคู่นี้ไว้ได้.. “หึ..นั่นมันพญางูโอโรชินี่! เด็กหลิงหยุนนั่นคงต้องพบกับปัญหาใหญ่แล้ว!” ทันทีที่เห็นปีศาจพญางูโอโรชิปรากฏตัวขึ้นชายผู้นั้นก็พึมพำออกมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม.. “หลงฮ่าวหลาน..นินจาญี่ปุ่นกล้าเข้ามาผยองในผืนแผ่นดินจีนเช่นนี้ หนำซ้ำยังกล้าปล่อยปีศาจพญางูโอโรชิออกมาอาละวาดด้วย ท่านยังทำเป็นไม่สนใจได้อีกงั้นรึ” หญิงผู้นั้นเอ่ยปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่ในความหมายของคำพูดนั้น บ่งบอกว่ากำลังตำหนิหลงฮ่าวหลานซึ่งๆหน้า!“เย่ชิงซิน..เจ้าเองก็อย่าได้ตำหนิข้านัก!หลายปีมานี้ตระกูลเย่ได้ทำอะไรให้กับประเทศนี้บ้าง เอาแต่เก็บตัวอยู่เงียบๆ แอบเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และไม่สนใจโลกภายนอกเช่นนี้ คิดจะทำอะไรอย่างนั้นรึ?!”ชายและหญิงคู่นี้นั้นคนหนึ่งก็คือผู้นำตระกูลหลิงนามว่าหลงฮ่าวหลาน ส่วนอีกคนก็คือยอดฝีมือผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศของตระกูลเย่นามว่าเย่ชิงซิน!“เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศนี้..เป็นเรื่องของเย่ชิงเฟิงไม่เกี่ยวกับข้า ข้าไม่เคยสนใจอยู่แล้ว!”“แต่..”เย่ชิงซินหันไปมองหลงฮ่าวหลานพร้อมกับหัวเราะขบขันก่อนจะพูดต่อว่า “ตระกูลหลงของท่านเองก็เช่นกัน.. หลายสิบปีมานี้เพียงเพื่อต้องการรักษาสถานะตระกูลอันดับหนึ่งเอาไว้ ถึงกับทำเรื่องไม่เหมาะสมหลายเรื่องเลยทีเดียว..”หลงฮ่าวหลานเห็นเย่ชิงซินหัวเราะขบขันและพูดจาประชดประชันตนเองเช่นนั้น แต่กลับไม่โกรธ และตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“ถูกต้อง..การจะรักษาสถานะตระกูลอันดับหนึ่งของประเทศนี้ไว้ได้ นับว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นยิ่งนัก!”“หึ..”เย่ชิงซินทำเสียงเย้ยหยันก่อนจะพูดต่อว่า“ข้าว่าคงไม่ยากเย็นถึงเพียงนั้นกระมัง!”“เพราะเท่าที่ข้ารู้มา..หลังจากที่ท่านรู้ว่ามีการประกาศท้าประลองระหว่างตระกูลหลิงกับตระกูลเฉิน และตระกูลซันขึ้น ท่านในฐานะผู้นำตระกูลหลง ก็รีบให้คนส่งจดหมายไปตระกูลหลิงหนึ่งฉบับในทันที แล้วก็สามารถทำให้หลิงหยุนโกรธจนต้องเข้าร่วมการประลองได้สำเร็จ ส่วนท่าน.. ก็เพียงแค่รอดูเสือกัดกันอยู่บนภูเขา และรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ นี่ไม่เท่ากับว่ายืมมือคนอื่นกำจัดคู่แข่งหรอกรึ!”หลงฮ่าวหลานหันไปมองเย่ชิงซินพร้อมกับพูดยิ้มๆ“ดูท่าแม่นายเย่จะเข้าใจข้าผิดไปมากทีเดียว!”“เย่ชิงซิน..เจ้าเป็นคนไม่สนใจเรื่องราวในโลกภายนอก บางสิ่งบางอย่างเจ้าเองก็ยังไม่เข้าใจนัก!”“เรื่องของประเทศชาตินั้นใช่ว่าจะพูดกันเพียงแค่สองสามประโยคก็จะเข้าใจยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวพันเกี่ยวเนื่องกันอีกมากมาย! เจ้าลองไปถามพี่ชายของเจ้าดู!”“ยกตัวอย่างตระกูลเฉิน..คนตระกูลเฉินซุ่มเตรียมการมาหลายปี เพื่อหวังที่จะไต่อันดับขึ้นมาเป็นตระกูลอันดับหนึ่งให้ได้ ถึงกับยอมแอบเอาเหล่าแวมไพร์ชาวตะวันตกเข้ามาในประเทศมากมาย หนำซ้ำยังร่วมมือกับชาวญี่ปุ่น และไม่ลังเลที่จะขายประเทศชาติเพียงเพื่อความรุ่งเรืองของตระกูล เช่นนี้แล้ว.. เจ้าว่าผู้ที่สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้กับประเทศชาติเช่นตระกูลเฉิน สมควรถูกทำลายล้างให้สิ้นซากหรือไม่!”“ส่วนทางด้านตระกูลซัน..พวกเขาครอบครองกระทรวงศึกษา และกระทรวงสาธารณสุขของประเทศนี้มายาวนานกว่ายี่สิบปีแล้ว เจ้าคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องมีการจัดระเบียบเรื่องนี้ใหม่หรือไม่เล่า”เมื่อได้ฟังคำอธิบายของหลงฮ่าวหลานเย่ชิงซินก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที “แม้ว่าคำพูดของท่านจะมีเหตุมีผลที่พอฟังได้อยู่บ้าง แต่ในเมื่อตระกูลหลงรู้เรื่องทุกอย่างดีเช่นนี้ เหตุใดยังทำเป็นหลับหูหลับตามาได้ตั้งหลายปี และเหตุใดจึงตระกูลหลงจึงไม่ยื่นมือไปจัดการกับตระกูลเฉิน และตระกูลซันด้วยตัวเอง?”หลงฮ่าวหลานยิ้มขื่นก่อนจะตอบไปว่า“มันยังไม่ถึงเวลา!”“อีกอย่าง..ทั้งสองกระทรวงนี้ก็เคยเป็นของตระกูลหลิงมาก่อน ช้าเร็ว.. ก็คงต้องคืนกลับให้ตระกูลหลิงอยู่ดี! ยังไม่ถึงเวลาที่ตระกูลหลงจะต้องออกหน้า..”เย่ชิงซินได้ฟังจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“ฮ่า.. ฮ่า.. ช่างน่าขัน! หลงฮ่าวหลาน.. ลิ้นของท่านนี่สามารถพลิกไปมาทำให้ตนเองดูดีได้เสมอสินะ! แต่ท่านอย่าคิดว่าข้าไม่รู้เรื่องชั่วช้าที่ท่านกับเย่ชิงเฟิงร่วมกันทำเมื่อยี่สิบปีก่อนล่ะ!”ทันทีที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้ของเย่ชิงซินพลังปราณสีเขียวที่หมุนวนรอบตัวดั่งมังกรมีชีวิตนั้น ก็หยุดชะงักลงทันที!หลงฮ่าวหลานยิ้มขื่นอีกครั้งก่อนจะพูดขึ้นว่า “แม่นางเย่.. เจ้าคงจะหมายถึงเรื่องของหลิงเสี่ยวกับหยินชิงเฉวียนสินะ! เรื่องนี้ข้ากับพี่ชายของเจ้าตกที่นั่งลำบากจริงๆ เชื่อว่าเย่ชิงเฟิงเองก็คงจะอธิบายให้เจ้าฟังหลายต่อหลายครั้งแล้ว..”