ตอนที่ 736
บทที่ 1166 : สังหารสองยอดฝีมือ!
October 22, 2026
ถึงแม้จื่อยู่วจะมองไม่เห็นหลิงหยุนแต่ประสาทสัมผัสของยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาตินั้น ย่อมเหนือกว่ายอดฝีมือขั้นอื่นอย่างแน่นอน ทันทีที่หลิงหยุนเข้าไปภายในค่ายกลวราหกที่ขังจื่อยู่วไว้ จื่อยู่วจึงรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น และอยู่ในสภาวะที่ระมัดระวังตัวอย่างที่สุด! หลิงหยุนเองก็รู้เรื่องนี้ดีเขาจึงระมัดระวังตัว และพยายามที่จะให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ และนิ่งสงบที่สุดแม้แต่ลมหายใจ เพื่อไม่ให้จื่อยู่วสามารถสัมผัสทิศทางของตนเองได้.. ครั้งนี้หลิงหยุนเปลี่ยนมาใช้ดาบพายุแทนแต่ถึงกระนั้นจื่อยู่วก็ยังสามารถรับเพลงกระบี่นวสังหารของหลิงหยุนได้ถึงสองดาบ ก่อนจะถูกดาบพายุแทงเข้าที่หน้าอกทะลุร่างไปในทันที! และหากไม่ใช่เพราะจื่อยู่วเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยดาบพายุของหลิงหยุนก็คงแทงเข้าที่หัวใจของเขาไปแล้ว.. “อ๊าก!” จื่อยู่วได้รับบาดเจ็บสาหัสและกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่หลิงหยุนกลับไม่ตามไปแทงซ้ำที่เดิมอีกครั้ง เขาเคลื่อนตัวไปยืนอยู่ด้านหลังของจื่อยู่วแทน และฟันดาบพายุเข้าที่แผ่นหลังของจื่อยู่วถึงสองดาบแทน! “อ๊าก!” จื่อยู่วกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอีกเป็นครั้งที่สองและแผ่นหลังของเขาก็ถูกหลิงหยุนฟันเข้าเข้าถึงสองครั้ง และกระอักเลือดออกมาทันที! จื่อยู่วรู้ดีว่าเวลานี้ตนเองกำลังเผชิญหน้าอยู่กับสถานการณ์ที่อันตรายยิ่งนักแต่ถึงกระนั้นก็ร้องตะโกนออกมาอย่างเคียดแค้น “เจ้าโจรถ่อย!ข้าจะขอสู้ตายกับเจ้า!” หลังจากที่ร้องตะโกนออกไปเช่นนั้นจื่อยู่วที่มองไม่เห็นศัตรูของตนเอง ก็ได้แต่ถือกระบี่ไว้ด้วยสองมือ และฟาดฟันไปทางด้านหน้าของตนเองราวกับคนคลุ้มคลั่ง แววตาของหลิงหยุนเต็มไปด้วยความเฉยชาก่อนจะก้าวเข้าไปยืนอยู่ด้านข้างของจื่อยู่วอย่างช้าๆ และเงื้อดาบพายุในมือฟันลงไปอย่างแรง.. ชัวะ! แล้วแขนของจื่อยู่วก็ขาดออกจากร่างและเลือดก็พุ่งกระฉูดออกมาจากแขนที่เหลือเพียงแค่หัวไหล่.. ปัง! จากนั้นหลิงหยุนก็ฟาดฝ่ามือข้างขวาเข้าใส่หน้าอกของจื่อยู่วหนึ่งครั้งและเริ่มใช้กระแสวนหยิน–หยางดูดเอาพลังปราณจากร่างของจื่อยู่วเข้าไป.. ในระดับกลางขั้นซานฉางชี่นั้น..การดูดลมปราณของหลิงหยุนจึงเป็นไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ! หลังจากที่ได้ดูดเอาพลังปราณของจื่อยู่วเข้าไปในร่างกายแล้วจุดตันเถียนของหลิงหยุนก็ได้เปลี่ยนพลังปราณนั้นให้เป็นพลังปราณที่ร่างกายของหลิงหยุนสามารถดูดซับไปใช้ได้ทันที ทำให้พลังปราณที่เหลือเพียงสามสิบส่วนของหลิงหยุน ได้เพิ่มขึ้นเป็นเจ็ดสิบส่วนในทันที! “เจ้า..เจ้ามันคือปีศาจ!” ระหว่างที่จื่อยูวกำลังจะตายนั้นเขาก็ได้กัดฟันเอ่ยคำพูดประโยคนี้ออกมา “ความจริงเจ้าไม่ควรมาที่นี่ตั้งแต่แรก!เพราะนี่คือการประลองที่มีชีวิตเป็นเดิมพันซึ่งเจ้าเองย่อมรู้ดี..” จากนั้นหลิงหยุนก็กระซิบกับจื่อยู่วเสียงเบา“ได้เวลาที่ข้าจะส่งเจ้าลงนรกแล้ว!”หลิงหยุนดึงฝ่ามือออกจากร่างของจื่อยู่วและใช้ดาบพายุในมือแทงเข้าไปที่ขั้วหัวใจของเขาทันที เขาเลือกที่จะไม่ตัดศรีษะของจื่อยู่ว เพื่อให้จื่อยู่วได้ตายในสภาพที่ไม่สยอดสยองนัก! หลิงหยุนทิ้งร่างไร้วิญญาณของจื่อยู่วไว้กับพื้นและหลังจากที่เก็บสมบัติล้ำค่าต่างๆ ของจื่อยู่วเข้าไปในแหวนจักรวาลแล้ว หลิงหยุนก็เดินออกมาจากค่ายกลทันทีเขาใช้เวลาในการสังหารจื่อยู่วไปไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำไป!หลิงหยุนค่อยๆย่างสามขุมเข้าไปยังกลุ่มหมอกสีขาวที่เหลืออีกสามกลุ่ม แต่เขากลับพบว่าร่างของเฉินจิ้งเฉวียนได้หายไปแล้ว หลิงหยุนคาดเดาว่าเฉินจิ้งเฉวียนคงจะเข้าไปในค่ายกลไม่อันใดก็อันหนึ่ง เพื่อหวังช่วยคนผู้นั้นรับมือกับหลิงหยุน..แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับหลิงหยุนคู่ต่อสู้จะมีห้า มีสอง หรือว่ามีหนึ่ง เขาก็ย่อมรับมือได้อยู่ดี..หลิงหยุนจ้องมองกลุ่มหมอกสีขาวทั้งสามอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดก็กระโดดเข้าไปในค่ายกลที่ขังนักบวชเลี่ยหั่วไว้ด้านใน..‘นักบวชจากเขาหลงหู่..ถึงคราวของเจ้าแล้วสินะ!’ แม้นักบวชเลี่ยหั่วจะถูกหลิงหยุนขังไว้ในค่ายกลแต่กลุ่มหมอกสีขาวหนาทึบนั้น ก็ไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัวได้เลยแม้แต่น้อยภายในค่ายกลวราหก..นักบวชเลี่ยหั่วยังคงควบคุมดาบเทียนชี่ให้สู้กับกระบี่เหินเงาธนู สลับกับการใช้แส้ที่แข็งแกร่งในมือฟาดใส่ลูกเหล็กเป็นครั้งคราว และดูจากพละกำลังที่นักบวชเลี่ยหั่วฟาดแส้ใส่ลูกเหล็กนั้น เห็นทีค่ายกลนี้อีกไม่นานก็คงจะไม่สามารต้านทานนักบวชผู้นี้ไว้ได้!แต่ก็คงจะไม่ทันแล้วเพราะหลิงหยุนได้รีบปรี่เข้าไปภายในค่ายกล เพื่อหมายสังหารนักบวชเลี่ยหั่วเป็นรายต่อไป..‘เจ้าเตรียมตัวตายได้แล้ว!’ทันทีที่เข้าไปภายในค่ายกลได้..หลิงหยุนก็ร่ายรำเพลงดาบนวสังหาร และฟาดฟันดาบพายุเข้าใส่ร่างของนักบวชเลี่ยหั่วอย่างรวดเร็ว!–จิตนิ่งดั่งหินผา– –นภาสังหาร––ผลาญเทวะ––นวสังหาร–นักบวชเลี่ยหั่วไม่สามารถต้านทานเพลงกระบี่ทั้งสี่กระบวนท่าที่ทั้งทรงพลังและดุดันของหลิงหยุนได้ และพยายามที่จะหลบเลี่ยง แต่หลิงหยุนเพิ่งจะดูดลมปราณของจื่อยู่วเข้าไป พลังปราณของเขาจึงนับว่าอยู่ในขั้นที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์อย่างยิ่ง!เสื้อคลุมของนักบวชเลียหั่วถูกดาบพายุของหลิงหยุนฟันขาดและดาบของเขาก็ได้เฉือนเนื้อบนร่างของนักบวชเลี่ยหั่วจนเกิดเป็นแผลลึกถึงกระดูกหากไม่ใช่เพราะการเคลื่อนที่ของหลิงหยุนถูกจำกัดไว้ด้วยเส้นทางของค่ายกลแล้วล่ะก็ร่างของนักบวชเลี่ยหั่วคงต้องถูกหลิงหยุนฟันขาดไปแล้วอย่างแน่นอน!นักบวชเลี่ยหั่วกระโดดถอยหลังหลบและใช้แส้ในมือฟาดใส่ลูกเหล็กอีกสองลูก พร้อมกับร้องตะโกนท้าทายหลงหยุนด้วยความโมโห เมื่อเห็นว่าตนเองกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ..“เจ้าโจรชั่วช้า!เก่งจริงเจ้าก็มาสู้กับข้าตัวต่อตัวอย่างยุติธรรมสิ! เหตุใดจึงใช้ค่ายกลปิดตาผู้อื่นเช่นนี้”เวลานี้..นักบวชเลี่ยหั่วตกอยู่ในสถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสยิ่งนัก เขาไม่เพียงต้องคอยใช้แส้ฟาดทำลายลูกเหล็กเพื่อสลายค่ายกล แต่ยังต้องสลับไปควบคุมดาบเทียนชี่ให้คอยต้านทานกระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนด้วย อีกทั้งยังต้องคอยระมัดระวังการจู่โจมของหลิงหยุนอีก!”หลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“หึ.. เจ้าอย่าพูดเอาแต่ได้! เมื่อครู่พวกเจ้าห้าคนก็รุมข้าเพียงคนเดียว เหตุใดตอนนี้จึงเพิ่งจะถามหาการต่อสู้ที่ยุติธรรมเล่า”นักบวชเลี่ยหั่วถึงกับพูดไม่ออก..แต่ในระหว่างนั้นก็แอบหยิบยันต์สีม่วงออกมาถือไว้ที่มือข้างขวา.. ดวงตาของหลิงหยุนหรี่ลงและเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น เมื่อเห็นนักบวชเลี่ยหั่วถือยันต์พุ่งเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนอย่างรวดเร็ว..ในการใช้ยันต์จู่โจมคู่ต่อสู้นั้น..จะต้องปิดยันต์ไปที่ร่างของเป้าหมาย หรือระยะใกล้กับเป้าหมายเท่านั้น นักบวชเลี่ยหั่วเองก็รู้เรื่องนี้ดี จึงได้รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีพุ่งเข้าใส่หลิงหยุนอย่างรวดเร็วเช่นนั้น!