ตอนที่ 738
บทที่ 1168 : นองเลือด!
October 22, 2026
หลิงหยุนฟาดฟันกระบี่โลหิตแดนใต้ในมือเข้าใส่ทวนม่วงทองของเฉินจิ้งเฉวียนอย่างต่อเนื่องและบีบให้เฉินจิ้งเฉวียนต้องล่นออกไปเรื่อยๆ ในขณะที่มือซ้ายก็ใช้ดาบพายุต้านคฑาทองคำของหลวงจีนจื้อกงที่จู่โจมมาทางด้านข้างของตน.. ‘พวกมันกลืนโอสถชนิดใดเข้าไปกันนะเหตุใดจู่ๆ จึงมีพละกำลังเพิ่มขึ้นมากมายถึงเพียงนี้ได้?’ หลิงหยุนประมือกับเฉินจิ้งเฉวียนและหลวงจีนจื้อกงไปราวสิบกระบวนท่าก็เริ่มรับรู้ได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น.. ก่อนหน้านี้ทั้งเฉินจิ้งเฉวียนและหลวงจีนจื้อกงต่างก็ถูกหลิงหยุนทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บไม่น้อยอีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ได้ใช้พลังปราณไปกับการทำลายค่ายกลวราหกของเขา จึงไม่ควรที่ทั้งคู่จะมีพลังปราณ และพละกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นมากมายเช่นนี้! อีกทั้งเวลานี้หลิงหยุนเองก็เพิ่งจะดูดเอาพลังปราณจากยอดฝีมือในขั้นพลังเหนือธรรมชาติเข้าไปถึงสองคนทำให้พลังปราณของหลิงหยุนนั้นอยู่ในขั้นสมบูรณ์สูงสุดเลยทีเดียว และด้วยความพร้อมเช่นนี้.. เฉินจิ้งเฉวียนกับหลวงจีนจื้อกงจึงไม่น่าที่จะรับมือกับการจู่โจมที่รุนแรงหนักหน่วงของตนได้เช่นนี้.. แต่หลังจากที่หลิงหยุนได้ประมือกับเฉินจิ้งเฉวียนและหลวงจีนจื้อกงไปเขากลับรู้สึกว่าทวนม่วงทอง และคฑาทองคำนั้นมีพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการรับมือ หรือว่าการจู่โจม ทั้งคู่ก็ทำได้อย่างหนักหน่วง และทรงพลังกว่าก่อนหน้านี้มาก! แทบไม่ต้องคิดหลิงหยุนก็พอจะคาดเดาได้ว่า..เฉินจิ้งเฉวียนกับหลวงจีนจื้อกงนั้นคงต้องกลืนโอสถบางอย่างเข้าไปอย่างแน่นอน ทำให้พลังปราณของคนทั้งคู่เพิ่มขั้นได้อย่างมากมายภายในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้! ‘หรือทั้งคู่จะใช้ยันต์สีเงินที่นักบวชนั่นมอบให้ตั้งแต่ก่อนเริ่มประลอง’ นี่คือการประลองที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพันแม้กระทั่งนักบวชเลี่ยหั่วที่มาช่วยนั้น ยังนำของวิเศษติดตัวมาด้วยมากมาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่เฉินจิ้งเฉวียนกับหลวงจีนจื้อกงจะลงสนามประลองโดยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาด้วย! นับว่าหลิงหยุนคาดเดาได้ไม่ผิดนัก..เพราะเฉินจิ้งเฉวียนกับหลวงจีนจื้อกงนั้น ไม่เพียงใช้ยันต์สีทองที่นักบวชเลี่ยหั่วมอบให้ แต่ทั้งคู่ยังกลืนโอสถของวัดเส้าหลินซึ่งสามารถช่วยฟื้นฟูพลังปราณให้เพิ่มขึ้นได้ในช่วงระยะเวลาสั้น นับว่าหลิงหยุนคาดเดาได้ไม่ผิดนัก..เพราะเฉินจิ้งเฉวียนกับหลวงจีนตื้อกงไม่เพียงใช้ยันต์สีทองที่นักบวชเลี่ยหั่วมอบให้ แต่ยังกลืนโอสถของวัดเส้าหลินที่สามารถช่วยฟื้นฟูพลังปราณให้เพิ่มขึ้นได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆด้วย ยันต์สีเงินนั้นช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้ถึงสองเท่าและจะมีฤทธิ์อยู่ราวครึ่งชั่วโมง ส่วนโอสถของวัดเส้าหลินนั้น ก็ช่วยเพิ่มพลังปราณทำให้คนผู้นั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมด้วยแม้โอสถของวัดเส้าหลินจะคล้ายคลึงกับโอสถหลงหู่ แต่ก็เหนือกว่ามาก เพราะไม่เพียงทำให้คนผู้นั้นสามารถฟื้นฟูพลังปราณได้ในทันที แต่ยังทำให้ขั้นพลังเพิ่มสูงขึ้นไปอีกหนึ่งขั้นด้วย! ใช่ว่าจะมีแต่หลิงหยุนที่สามารถฟื้นฟูพลังปราณได้ในทันทียอดฝีมือผู้อื่นก็ทำได้เช่นกัน เพียงแต่แตกต่างกันที่หลิงหยุนใช้วิธีการดูดลมปราณแทนการกลืนโอสถ.. ‘หึ..ต่อให้พวกเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้พวกเจ้าทั้งสองก็ต้องตายที่นี่!’ หลิงหยุนได้แต่นึกหยันอยู่ในใจ..จากนั้นจึงตวัดกระบี่โลหิตแดนใต้ในมือไปด้านหน้า และพลังปราณที่รุนแรงก็พุ่งออกไปไกลถึงเก้าเมตร ทำให้เหล่านักรบเดนตายที่อยู่ตรงหน้าหลิงหยุนตายทันทีพร้อมกันหกคน! เพียงแค่หนึ่งดาบของหลิงหยุนแต่ร่างของนักรบทั้งหกก็ถึงกับแยกออกจากกันเป็นสองท่อน และเลือดสีแดงก็พุ่งกระจายไปทั่วท้องฟ้า ก่อนที่จะไหลนองพื้นในเวลาต่อมา.. มาถึงตอนนี้..หากไม่ใช่ยอดฝีมือที่อยู่ในขั้นพลังเหนือธรรมชาติแล้วล่ะก็ หลิงหยุนสามารถสังหารตายได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว! และก่อนที่จะเริ่มการนองเลือดอย่างแท้จริงหลิงหยุนก็ได้เตือนแวมไพร์ทั้งห้าตนผ่านทางกระแสจิต –พวกเจ้าทั้งห้าจงฟังให้ดี!อย่าได้หลงเข้าไปในกลุ่มหมอกสีขาวโดยเด็ดขาด หากพวกเจ้าหลงเข้าไปแล้ว ก็จะต้องใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะหลุดรอดออกมาได้!- “ครับเจ้านาย!” ค่ายกลวราหกของหลิงหยุนนั้นแวมไพร์ทั้งห้าได้เคยพบเห็นด้วยตาตัวเองมาก่อนแล้ว ทั้งเมื่อครั้งที่อยู่ในจิงฉู และที่คฤหาสน์ตระกูลหลิง.. หลังจากที่รับคำสั่งของหลิงหยุนแล้ว..เจสเตอร์ก็กระพือปีกใหญ่ไปมา ดวงตาสีม่วงของมันเป็นประกาย ก่อนจะพุ่งเข้าฉีกร่างของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-1 ที่อยู่ตรงหน้าสิ้นใจตายในทันที! “เวทย์มนต์แวมไพร์!” เวลานี้เอ็ดเวิร์ดได้เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นแกรนด์ดยุคแล้วและกำลังจะแสดงพลังความแข็งแกร่งของตนเองออกมาให้ทุกคนได้ประจักษ์.. เอ็ดเวิร์ดทำปากขมุบขมิบพร้อมกับพ่นเลือดออกมาจากปากแล้วใช้เวทย์มนต์แวมไพร์เสกละอองเลือดให้เป็นกรงโลหิตขนาดห้าเมตรขึ้นมาครอบร่างของนักรบเดนตายทั้งเจ็ดคนไว้ทันที“เนตรปีศาจ!”จากนั้นแกรนด์ดยุคเอ็ดเวิร์ดก็ได้ใช้เนตรปีศาจสะกดจิตนักรบทั้งเจ็ดให้ยืนนิ่งก่อนจะเสกละอองเลือดให้เป็นหอกโลหิต แทงเข้าที่ขั้วหัวใจของนักรบทั้งเจ็ดที่ยืนนิ่ง ค่อยๆสิ้นใจตายทีละคน! และในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตา..เอ็ดเวิร์ดก็สามารถสังหารนักรบทั้งเจ็ดตายได้อย่างรวดเร็ว!“เจ้าปีศาจ..จงตายซะ!”ชัวะ!นักรบขั้นโฮ่วเทียน-9ผู้หนึ่งเงื้อดาบฟันเข้าที่แผ่นหลังของเจสเตอร์อย่างแรง แต่ก็ถึงกับงุนงง เมื่อพบว่าเจสเตอร์ไม่เพียงไม่ได้รับบาดเจ็บ แม้แต่เสื้อที่มันใส่ยังไม่มีแม้แต่รอยขาดด้วยซ้ำไป..เจสเตอร์หันไปทางนักรบผู้นั้นพร้อมกับยื่นฝ่ามือใหญ่ของมันออกไปบีบศรีษะของนักรบผู้นั้นอย่างแรง จนกะโหลกศรีษะแตกคามือ และสมองไหลเยิ้มออกมา นักรบผู้น่าสงสารไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้องออกมา..ในขณะเดียวกันเพียร์ซกับจอยซ์เองก็พุ่งเข้าสังหารเหล่านักรบตายไปอย่างมากมายเช่นกัน..เอ็ดเวิร์ดเจสเตอร์ พอล เพียร์ซ และจอยซ์ ไม่เพียงเป็นปีศาจที่แข็งแกร่ง แต่ยังสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วยิ่งนัก แม้เวลานี้จะมีนักรบเดนตายรายล้อมอยู่มากมาย แต่ก็ไม่ต่างจากพญาเสือโคร่งทั้งห้าที่อยู่ท่ามกลางฝูงคางคกและภายในเวลาเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียว..เหล่านักรบก็ตายไปด้วยน้ำมือของแวมไพร์ทั้งห้าถึงสามสิบกว่าคนเลยทีเดียว!“สังหารพวกมันให้หมด..อย่าให้มีผู้ใดหนีรอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว ส่วนสองคนนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง!”หลิงหยุนเห็นแวมไพร์ทั้งห้าแข็งแกร่งเช่นนั้นจึงตัดสินใจมอบภารกิจสังหารนักรบมากกว่าร้อยคนนี้ให้กับพวกมันจัดการ หลังจากสั่งการไปแล้ว หลิงหยุนก็ไม่สนใจอีก..“พวกเจ้าสองคนเตรียมตัวตายได้แล้ว”กระบี่โลหิตแดนใต้และกระบี่พายุในมือของหลิงหยุน ตวัดเข้าใส่ร่างของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้า และกำลังทำหน้าที่คุ้มครองเฉินจิ้งเฉวียนอยู่.. “ระวัง!”หลวงจีนจื้อกงรีบพุ่งคฑาทองคำเข้ามาขวางไว้ทันทีในขณะที่เฉินจิ้งเฉวียนก็กระโดดหนีจากหลิงหยุนไปอย่างเงียบๆ“ระฆังทองคุ้มกาย”หลวงจีนจื้อกงรีบเดินลมปราณสร้างระฆังทองคุ้มกายไว้ทันทีเขารู้ว่าหลิงหยุนนั้นแข็งแกร่งมาเพียงใด จึงไม่กล้าที่จะประมาทอีก..แม้หลิงหยุนจะเห็นเฉินจิ้งเฉวียนอาศัยจังหวะหลบหนีไปเช่นนั้นและปล่อยเขาให้สู้กับหลวงจีนจื้อกงตามลำพัง แต่หลิงหยุนก็ได้เปิดจิตหยั่งรู้จับไว้ที่ร่างของเฉินจิ้งเฉวียนแล้ว จึงคร้านที่จะตามไป และหันมาประมือกับหลวงจีนจื้อกงแทน..การประมือระหว่างหลิงหยุนกับหลวงจีนจื้อกงนั้นนอกจากเฉินจิ้งเฉวียนแล้ว คนอื่นก็ยากที่จะเข้ามาสอดแทรกได้ ไม่เช่นนั้นก็เท่ากับรนหาที่ตาย! –ห้ำหั่นสวรรค์––สังหารชีวิต––จิตนิ่งดั่งหินผา––นภาสังหาร–“อามิตตาพุทธ!เพลงกระบี่ของประสกน้อยมีกลิ่นอายสังหารที่รุนแรงยิ่งนัก!”