ตอนที่ 739
บทที่ 1169 : กลายร่างเป็นปีศาจ!
October 22, 2026
ในสนามต่อสู้ด้านล่าง.. “ฆ่ามัน!” “แก้แค้นให้กับผู้นำตระกูลซัน!” เมื่อเหล่านักรบตระกูลซันที่ยังมีชีวิตอยู่เห็นหลิงหยุนสังหารซันเจิ้นหวู่ตายทุกคนต่างก็ดวงตาแดงก่ำด้วยความเสียใจ และพุ่งเข้าจู่โจมใส่หลิงหยุนราวกับคนคลุ้มคลั่ง.. หลิงหยุนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมแต่มือยังคงตวัดกระบี่ไปมา และในแต่ละครั้งที่กระบีในมือของหลิงหยุนตวัดออกไป ก็จะมีนักรบตระกูลซันตายพร้อมกันถึงครั้งละห้าหกคน.. เวลานี้สายตาของหลิงหยุนที่จ้องมองเหล่านักรบตระกูลซันนั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่าไร้ความรู้สึก แต่ก็แฝงไว้ด้วยความดุดันโหดเหี้ยม และสามารถฟาดฟันกระบี่ใส่ร่างของเหล่านักรบราวกับว่ากำลังฟันใส่ต้นไม้ใบหญ้า.. ด้านหน้าของหลิงหยุนเวลานี้..มีซากของแขนขากระเด็นเกลื่อนกลาด และศรีษะที่ร่วงหล่นกลิ้งไปกับพื้นเกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมด ร่างไร้วิญญาณกองพะเนินราวกับเขาลูกใหญ่ เลือดสีแดงฉานเจิ่งนองไปทั่วทั้งบริเวณราวกับแม่น้ำสีเลือด.. หลงงจีนหลู่หมิงฉู่ลืมตาขึ้นมาพบกับภาพที่ไม่ต่างจากขุมนรกเช่นนี้ก็ได้แต่นึกสะท้อนใจ แล้วรีบจากไปทันทีโดยไม่สนใจแม้แต่คฑาซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของตนเอง.. ชัวะ! กระบี่ในมือของหลิงหยุนฟาดฟันออกไปอีกครั้งใส่นักรบตระกูลซันทั้งสามคนที่พุ่งเข้ามาทางด้านหน้าแล้วร่างไร้วิญญาณของพวกมันทั้งสามคนก็ลอยละลิ่วออกไปกองรวมกับซากศพด้านหน้าทันที หลังจากที่ซันเจิ้นหวู่เสียชีวิต..เหล่านักรบตระกูลซันก็ถูกหลิงหยุนสังหารตายจนหมด และเวลานี้ก็เหลือเพียงแค่นักรบตระกูลเฉินบางส่วน และตัวเฉินจิ้งเฉวียนเท่านั้น.. …… เวลานี้เฉินจิ้งเฉวียนยืนมองสนามประลองที่ได้กลายเป็นนรกบนดินด้วยดวงตาแดงก่ำแม้เฉินจิ้งเฉวียนจะเห็นหลิงหยุนกำลังไล่ล่าสังหารเหล่านักรบตระกูลเฉินร่วมสามสิบคนที่อยู่ตรงหน้า แต่เขากลับยืนนิ่งเฉยโดยไม่คิดที่จะหยุดยั้งหลิงหยุน และปล่อยให้หลิงหยุนใช้กระบี่โลหิตแดนใต้กับกระบี่พายุในมือฟาดฟันเข้าใส่ร่างของเหล่านักรบตระกูลเฉินอย่างเลือดเย็น.. และในเวลานี้..ดวงตาที่แดงก่ำของเฉินจิ้งเฉวียนก็ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม และร่างกายของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแดงไปทั่วทั้งร่างด้วยเช่นกัน หลวงจีนจื้อกงเห็นเช่นนั้นจึงรีบกระโดดเข้าไปยืนข้างเฉินจิ้งเฉวียนเขาจ้องดูอาการของเฉินจิ้งเฉวียนอยู่ครู่หนึ่ง ก็สามารถคาดเดาได้ว่าเฉินจิ้งเฉวียนกำลังคิดที่จะทำอะไร จึงรีบร้องถามออกไปอย่างร้อนใจ.. “จิ้งเฉวียน..นี่เจ้า.. เจ้าคิดจะ..” “ตระกูลเฉินถึงเวลาล่มสลายแล้ว!ไต้ซือได้โปรดสังหารข้าด้วย..” เฉินจิ้งเฉวียนกัดฟันกรอดก่อนจะเอ่ยคำพูดประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย.. “อามิตตาพุทธ..” หลวงจีนจื้อกงพึมพำออกมาแต่ในที่สุดก็ยกคฑาทองคำในมือของตนขึ้น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงคล้ายคนที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว.. “ใหนๆคืนนี้เจ้ากับข้าก็คงไม่สามารถหลีกพ้นความตายได้ถ้าเช่นนั้น.. ข้าจะเป็นฝ่ายไปก่อนเจ้า และจะช่วยให้เจ้าได้กลายร่างเป็นปีศาจอย่างที่ต้องการ!” หลังจากที่หลวงจีนจื้อกงพูดจบ..เขาก็แนบฝ่ามือไปที่แผ่นหลังของเฉินจิ้งเฉวียน พร้อมกับถ่ายเทพลังปราณที่ตนเฝ้าฝึกฝนมานานหลายสิบปีลงไปในร่างของเฉินจิ้งเฉวียนอย่างไม่นึกเสียดาย!ตูม! ภายในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตา..จู่ๆร่างของเฉินจิ้งเฉวียนก็สูงขึ้น และลำตัวก็ขยายพองขึ้น เวลานี้ร่างกายของเฉินจิ้งเฉวียนดูราวกับลูกโป่งที่กำลังถูกสูบลมเข้าไป และเป็นลูกโป่งที่มีสีแดง..หัวใจของเฉินจิ้งเฉวียนเริ่มเต้นแรงขึ้นเลือดในกายเริ่มสูบฉีด และหมุนเวียนได้รวดเร็วจากเดินมากขึ้นถึงสิบเท่า ใบหน้าที่เป็นสีแดงเข้ม ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง และทั่วทั้งร่างกายก็ได้กลายเป็นสีแดงราวกับเลือดทันทีที่เฉินจิ้งเฉวียนสัมผัสได้ว่าร่างกายของตนนั้นได้ขยายออกและแข็งแกร่งจนถึงขีดสุดแล้ว เขาก็ได้ยกขวดที่ภายในบรรจุโอสถสีแดงขึ้น และจัดการเทโอสถสีแดงทั้งหมดนั้นเข้าไปในปากทันที..และนี่ลมปราณที่หมุนกลับด้านซึ่งจะนำคนผู้นั้นให้กลายเป็นมารในที่สุด!เฉินจิ้งเฉวียนใช้พลังวิเศษของตนทำการหมุนลมปราณภายในร่างกายให้เดินกลับด้านเพื่อที่ตนเองจะได้กลายเป็นปีศาจเต็มตัวนั่นเอง!แต่การกระทำเช่นนี้..จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด!“อ๊าก..”ภายใต้ความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสนั้น..เฉินจิ้งเฉวียนค่อยๆ กลายร่างเป็นปีศาจ ดวงตาของเขาได้กลายเป็นสีแดงเข้มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเวลานี้ลูกนัยน์ตาของเฉินจิ้งเฉวียนได้กลายเป็นสีแดงสว่างสุกใสราวกับลูกไฟ..ในขณะที่เฉินจิ้งเฉวียนค่อยๆกลายร่างเป็นปีศาจดั่งที่ใจต้องการ หลวงจีนจื้อกงก็ได้มรณภาพอยู่ด้านหลังของเฉินจิ้งเฉวียนในท่ายืน..เฉินจิ้งเฉวียนได้ใช้พลังเหนือธรรมชาติของตนผนวกกับพลังปราณทั้งหมดที่หลวงจีนจื้อกงถ่ายเทให้ ทำให้เขาสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับสามได้ในทันที! เฉินจิ้งเฉวียนคำรามอยู่ในลำคอ..…….ในขณะที่แกรนด์ดยุคเอ็ดเวิร์ดซึ่งอยู่ในสนามประลองและกำลังสังหารนักรบเดนตายอีกราวสองสามคนที่ถูกกักขังไว้ในกรงโลหิตนั้น มันก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้น..เอ็ดเวิร์ดสัมผัสได้ว่าเวลานี้บริเวณท้องน้อยของตนเริ่มสั่นอย่างรุนแรงนั่นเพราะประคำโลหิตที่อยู่ด้านในเริ่มขยับไปมา คล้ายกับว่ากำลังจะพุ่งทะลุออกไปจากร่างของมันไป..เอ็ดเวิร์ดรีบร่ายมนต์แวมไพร์สะกดไว้ทันทีและพยายามที่จะควบคุมประคำโลหิตไว้ แต่ครั้งนี้ประคำโลหิตกลับไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของมัน..และในที่สุดประคำโลหิตก็พุ่งทะลุออกจากท้องของเอ็ดเวิร์ดไปแล้วลอยไปหาเฉินจิ้งเฉวียนที่เวลานี้ได้กลายเป็นปีศาจเต็มตัวแล้ว! นี่คือมรดกตกทอดของตระกูลเฉินเฉินจิ้งเฉวียนไม่เพียงต้องการนำประคำโลหิตกลับคืนให้ตระกูลเฉิน แต่เขายังต้องการที่จะใช้มันต่อสู้กับหลิงหยุนในยกสุดท้ายนี้ด้วย!“แย่แล้ว!”ในเวลานั้นหลิงหยุนซึ่งกำลังสังหารเหล่านักรบตระกูลเฉินที่เหลืออยู่ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติในครั้งนี้ แต่เมื่อหลิงหยุนหันกลับไปมอง ก็พบว่าเฉินจิ้งเฉวียนกำลังพยายามที่จะนำประคำโลหิตกลับไป หลิงหยุนจึงพยายามที่แย่งชิงกลับคืนมา..แต่หลิงหยุนก็ต้องพบว่ามันไร้ประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้นแม้เขาจะใช้พลังจิตควบคุมประคำโลหิตได้ แต่เฉินจิ้งเฉวียนนั้นเป็นสายเลือดตระกูลเฉินโดยตรง จึงย่อมมีพลังอำนาจในการควบคุมประคำโลหิตซึ่งเป็นมรดกตกทอดของตระกูลได้ดีกว่าตน..ประคำโลหิตลอยนิ่งอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งแต่ในที่สุดมันก็พุ่งตรงเข้าไปในปากของเฉินจิ้งเฉวียน และกลืนลงท้องไป.. สาเหตุที่เฉินจิ้งเฉวียนไม่ยอมเข้าร่วมการต่อสู้มาจนถึงเวลานี้ก็เพราะกำลังใช้พลังจิตสื่อสารกับประคำโลหิตอยู่นั่นเอง