ตอนที่ 740
บทที่ 1170 : สู้กับปีศาจ!
October 22, 2026
“ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..” ดวงตาทั้งสองข้างของเฉินจิ้งเฉวียนนั้นแดงก่ำราวกับโลหิตสายตาของมันที่จ้องมองหลิงหยุนนั้นคมกริบราวกับคมกระบี่ ลำคอตั้งตรงพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง เสียงหัวเราะที่แหลมดังไปทั่วทั้งหุบเขานั้น สามารถทำให้ผู้ที่ได้ยินถึงกับขนลุกขนพองได้เลยทีเดียว.. หลังจากที่กลายร่างเป็นปีศาจร้ายและเรียกประคำโลหิตกลับคืนมาได้ เฉินจิ้งเฉวียนก็เริ่มดูดเอาโลหิตมากมายเข้าไปในร่างกาย ทำให้เวลานี้ร่างกายของเฉินจิ้งเฉวียนเปลี่ยนไปอย่างมาก เดิมทีเฉินจิ้งเฉวียนนั้นเป็นผู้ที่มีรูปร่างผอมสูงแต่เวลานี้.. ร่างของเขากลับสูงมากกว่าสองเมตร ผมของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงและหยิกฟู ส่วนร่างกายก็ขยายพองออกดูราวกับยักษ์สีแดงตัวใหญ่ตนหนึ่ง! ในสายตาของมนุษย์ธรรมดาทั่วไปหากได้เห็นเฉินจิ้งเฉวียนในเวลานี้ก็คงจะคิดว่าเขาไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน เพราะไม่เพียงผิวของเฉินจิ้งเฉวียนจะกลายเป็นสีแดงคล้ายเลือดแล้ว ทั้งเส้นผม คิ้ว ขนตา และหนวด ก็ได้กลายเป็นสีแดงไปด้วยเช่นกัน แขนใหญ่ยักษ์ทั้งสองข้างนั้นเวลานี้ยาวลงมาเลยเข่า เรียกได้ว่าขนาดและรูปร่างของเฉินจิ้งเฉวียนเวลานี้ มีขนาดเท่ากับเหล่าแวมไพร์กลายร่าง เล็บทั้งสิบงอกยาวงุ้มงอราวกับตะขอ อีกทั้งยังมีสีแดงมันวาวราวกับโลหะ! เฉินจิ้งเฉวียนร้องคำรามออกมาและในที่สุดก็อ้าปากพูดกับหลิงหยุนว่า “เจ้าเด็กชั่วช้า.. ดูสิว่าครั้งนี้เจ้าจะยังรับมือข้าได้หรือไม่” หลิงหยุนสังเกตเห็นว่า..แม้แต่ฟันของเฉินจิ้งฉวียนยังกลายเป็นสีแดงโลหิต จนดูราวกับว่ามีเลือดไหลอยู่ท่วมปาก ดูช่างน่าสยดสยอง และสะอิดสะเอียนยิ่งนัก! “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้านำประคำโลหิตของข้าไปไว้ในร่างของแวมไพร์เจ้าหนู.. นี่เจ้าคิดว่ามรดกตระกูลเฉินของข้าจะยอมให้ผู้อื่นควบคุมได้ง่ายๆเช่นนั้นรึ!” ด้วยความช่วยเหลือจากหลวงจีนจื้อกงเฉินเจี้ยนกุ่ยจึงไม่รีรอที่จะทำให้ลมปราณของตนเองหมุนกลับด้าน และใช้พลังเหนือธรรมชาติของตนกลายร่างเป็นปีศาจในทันที อีกทั้งยังกลืนโอสถสีเลือดเข้าไปมากมาย ทำให้พลังปราณในร่างกายของตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาก จนสามารถแย่งชิงประคำโลหิตกลับคืนมาได้ และหลังจากที่ได้ประคำโลหิตมาเฉินจิ้งเฉวียนก็ได้ใช้ประคำโลหิตดูดเอาเลือดที่เจิ่งนองอยู่เต็มสนามประลองเข้าไปในร่างกาย เพื่อพัฒนาขั้นของตนเองให้เพิ่มสูงขึ้นในทันที! และกระบวนการทั้งหมดนั้นก็เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที.. ภายในเวลาเพียงแค่ชั่วประเดี๋ยวเดียว..เฉินจิ้งเฉวียนก็สามารถเข้าสู่ระดับห้าขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้ในทันที! แม้หลิงหยุนจะเฉลียวฉลาดและสามารถคาดการทุกอย่างได้อย่างแม่นยำ แต่เขาก็คิดไม่ถึงว่าเฉินจิ้งเแวียนจะใช้วิธีนี้! และที่เฉินจิ้งเฉวียนเรียกเหล่านักรบจากตระกูลเฉินและตระกูลซันให้ลงมาสู้ในสนามประลองนั้น ก็เพื่อให้หลิงหยุน และเหล่าแวมไพร์ทั้งห้าทำการสังหารนักรบเหล่านั้นให้หมด แต่ก็นับว่าไม่ได้เป็นการพลีชีพที่เสียเปล่า เพราะเฉินจิ้งเฉวียนได้วางแผนที่จะใช้เลือดของนักรบเหล่านี้ในการพัฒนาขั้นของตนเองหลังจากที่ได้ประคำโลหิตกลับคืนมานั่นเอง.. ‘ข้าลืมนึกถึงมรดกของตระกูลเฉินไปได้อย่างไรกัน!’ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นั้นทำให้หลิงหยุนนึกถึงเมื่อครั้งที่มีการต่อสู้กันในบ้านเลขที่-1 ในเมืองจิงฉู ครั้งนั้นเฉินเจี้ยนกุ่ยก็ใช้เลือดที่นองเต็มพื้นนี้กระตุ้นประคำโลหิต ให้ทำหน้าที่ฟื้นฟูพลังปราณของตนได้อย่างรวดเร็ว และสามารถพัฒนาขั้นของตนเองให้สูงขึ้นได้ด้วยเช่นกัน! หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มให้กับเฉินจิ้งเฉวียนเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น “เฉินจิ้งเฉวียน.. คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะฝึกวิชามารด้วย!” “ดูท่าวิชามารของเฉินเจี้ยนกุ่ยนั้นคงไม่ใช่เพิ่งจะมาฝึกฝนกับสำนักโลหิตมารสินะ แต่เจ้าคงจะถ่ายทอดวิชามารเหล่านี้ให้กับเฉินเจี้ยนกุ่ยตั้งแต่เด็ก!” “ส่วนเจ้าสำนักโลหิตมารก็คงจะเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดของตระกูลเฉิน!” หลิงหยุนค่อยๆเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ และเริ่มเข้าใจทุกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งมากขึ้น จึงได้ร้องถามเฉินจิ้งเฉวียนออกไปเช่นนั้น“หึ..เจ้าเด็กต่ำช้า! แม้เจ้าจะอายุยังน้อยนัก แต่นับว่าเฉลียวฉลาดยิ่งนัก!”มาถึงตอนนี้..เฉินจิ้งเฉวียนไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว จึงได้ตอบหลิงหยุนไปตามความจริง.. หลิงหยุนเองก็ไม่คิดที่จะถามอะไรมากมายอีกและได้แต่คิดว่าสองตระกูลใหญ่อย่างตระกูลหลงกับตระกูลเย่ ซึ่งมีคนของตนเองอยู่ในหน่วยนภามากมาย แต่กลับปล่อยให้ตระกูลเฉินซึ่งฝึกวิชามารขึ้นเป็นหนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ของประเทศนี้อยู่นานหลายปี พวกเขาแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น และปล่อยให้เรื่องเช่นนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจากนั้น..หลิงหยุนจึงหันไปทางเอ็ดเวิร์ดพร้อมกับตะโกนสั่งว่า “เอ็ดเวิร์ด.. เจ้ากับคนอื่นๆ ถอยออกไปให้ห่างจากสนามประลองนี้!”เวลานี้เฉินจิ้งเฉวียนไม่เพียงแข็งแกร่งอย่างที่สุดอีกทั้งยังมีประคำโลหิตอยู่ในร่าง พลังที่ส่งออกมาจากร่างของเฉินจิ้งเฉวียนจึงรุนแรง จนแม้แต่เลือดในกายของเขายังกระเพื่อมรุนแรง จึงยากที่แวมไพร์ทั้งห้าตนจะทานทนได้!หลิงหยุนร้องตะโกนสั่งให้เหล่าแวมไพร์ถอยห่างออกไปจากสนามประลองก็จริงแต่ในขณะเดียวกันก็แอบสั่งพวกมันผ่านกระแสจิตว่า–ภายในคฤหาสน์ยังมียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่อีกระหว่างที่ข้าสู้กับเฉินจิ้งเฉวียนอยู่นี้ พวกเจ้าก็กลายร่างเป็นค้างคาวแอบเข้าไปด้านในเฝ้าดูพวกมันไว้ หากเห็นว่าพวกมันมีการเคลื่อนไหวที่ไม่ชอบมาพากล ก็จัดการสังหารพวกมันได้ทันที!-หลิงหยุนรู้ว่าเฉินจิ้งเฉวียนยังมีไพ่ในมือซ่อนอยู่อีกเขาจึงต้องเตรียมตัวรับมือให้พร้อม!หลังจากแวมไพร์ทั้งห้าบินออกไปจากสนามประลองแล้วหลิงหยุนก็หันไปยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวให้กับเฉินจิ้งเฉวียน ก่อนจะพูดขึ้นว่า“คิดไม่ถึงว่าท้ายที่สุด..จะเหลือเพียงแค่เจ้ากับข้าที่ต้องประมือกันตามลำพัง..”แต่จู่ๆหลิงหยุนก็ยกมือขึ้นชี้หน้าเฉินจิ้งเฉวียน และพูดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว “เฉินจิ้งเฉวียน.. ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า เจ้าจะอยู่ในสภาพนี้ได้อีกนานเพียงใด” หลิงหยุนรู้ว่าการที่เฉินจิ้งเฉวียนกลายร่างเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งได้เช่นนี้ก็เพราะมีพลังเหนือธรรมชาติเข้าช่วย และต่อให้มันมีประคำโลหิต ก็ใช่ว่าสภาพปีศาจที่แข็งแกร่งนี้จะอยู่ได้ตลอดไป..เฉินจิ้งเฉวียนได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนก็ถึงกับชะงักไปทันทีแต่ในที่สุดปากใหญ่กว้างของมันก็อ้าออก พร้อมกับคำรามเสียงดัง“ฉลาดดีนี่..ในเมื่อเจ้าอยากรู้ข้าก็จะบอกให้ หากไม่มีโลหิตจำนวนมากที่เจิ่งนองทั่วทั้งสนามประลองเมื่อครู่นี้ ร่างปีศาจของข้าก็คงอยู่ได้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่เพราะเลือดจำนวนมากนั้น ทำให้ข้าสามารถอยู่ในร่างปีศาจนี้ได้นานถึงสองสามชั่วโมงเลยทีเดียว..”“และเพียงแค่นี้ก็พอที่จะสังหารเจ้าให้ตายได้อย่างแน่นอน!”หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆพร้อมกับตอบไปว่า “เช่นนั้นก็ดี.. ข้าเองก็จะสู้กับเจ้าอย่างสุดความสามารถ เจ้าเองก็อย่าได้เก่งแต่ปากล่ะ..”“ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มได้เลย..”หลิงหยุนไม่รอช้า..เขาเก็บกระบี่และดาบกลับเข้าไปแหวนจักรวาล และเรียกคันธนูทองออกมาแทน!ฟิ้ว..ระยะทางที่ห่างไกลกันราวสามสิบเมตรนั้นหลิงหยุนจัดการยิงลูกธนูใส่ร่างปีศาจใหญ่ยักษ์ของเฉินจิ้งเฉวียนทันที!