ตอนที่ 745
บทที่ 1175 : ลงมือได้!
October 22, 2026
หลิงหยุนซึ่งอยู่ในขั้นซานฉางชี่นี้..หากมีคนแอบมองเขาในระยะสามกิโลเมตร ความรู้สึกก็จะคล้ายๆ กับคนธรรมดาทั่วไปที่จะรู้สึกได้ว่ามีคนแอบมองมาจากด้านหลัง และด้วยจิตหยั่งรู้ในขั้นนี้.. ภายในรัศมีสามกิโลเมตร จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนย่อมที่จะมองเห็นคนผู้นั้นได้.. แต่ครั้งนี้..ไม่ว่าหลิงหยุนจะพยายามสำรวจดูอย่างละเอียดเพียงใด เขาก็ไม่พบผู้ใดเลยแม้แต่คนเดียว บนท้องฟ้าเหนือศรีษะของเขานั้นมีเพียงทางช้างเผือก และดวงดาวที่พร่างพรายอยู่เต็มท้องฟ้าเท่านั้น.. และเวลานี้..ทั้งหลงฮ่าวหลานและเย่ชิงซินก็ไม่รู้ว่าจากไปตั้งแต่เมื่อใด และไปในทิศทางใด? แม้ว่าหลิงหยุนจะสำรวจไม่พบอะไรแต่เขาก็มั่นใจว่ามีคนจ้องมองเขาอยู่ และคนผู้นั้นจะต้องมีกำลังภายในสูงส่ง จึงจะสามารถที่จะล่องลอยอยู่บนอากาศได้เนิ่นนานเช่นนั้น.. สำหรับยอดฝีมือในโลกนี้ที่ฝึกจนถึงขั้นมีพลังเหนือธรรมชาติจะสามารเหาะเหินเดินอากาศได้หรือไม่นั้น หลิงหยุนไม่อาจรู้ได้ แต่สำหรับผู้ฝึกบ่มเพาะพลังในแบบของเขานั้น อย่างน้อยก็ต้องเข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่ คือตั้งแต่ขั้นซื่อเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-4) ขึ้นไปแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถทำเช่นนั้นได้.. “หรือจะเป็นตระกูลหลงหรือว่าจะเป็นตระกูลเย่? แต่ไม่น่าว่าอาจจะเป็นยอดฝีมือจากหน่วยนภาก็เป็นได้? น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่ง และไพ่ในมือของข้า กลับถูกผู้อื่นล่วงรู้ไปมากทีเดียว..” หลิงหยุนฉุกคิดขึ้นมาได้ก็ถึงกับพึมพำออกมาอย่างนึกเสียดาย.. หลังจากจัดการทำความสะอาดสนามประลองจนเรียบร้อยแล้วหลิงหยุนกับแวมไพร์ทั้งห้าจึงกลับออกไปจากหุบเขาทันที และหลังจากที่ได้ผ่านการประลองที่ดุเดือดไป เวลานี้ทุกคนต่างก็เหนื่อยล้าอย่างมากแล้ว.. ระหว่างทางที่บินกลับนั้น..พอลเป็นผู้ที่ทำหน้าที่อุ้มร่างของตี๋ยั่วถังบินกลับไปด้วย แต่ในระหว่างนั้นก็มีสมาชิกใหม่บินตามพวกเขากลับไปด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ..อีกาทองคำตัวนั้นนั่นเอง! อีกาทองคำบินตามกลุ่มของหลิงหยุนไปห่างๆจนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอันตรายต่อตัวเองแล้ว อีกาทองคำตัวนั้นจึงค่อยๆ บินเข้าไปใกล้หลิงหยุนมากขึ้นเรื่อยๆ ‘เจ้านี่ทั้งเฉลียวฉลาดแล้วก็ระมัดระวังตัวมากเลยทีเดียว!’ หลิงหยุนซึ่งยืนอยู่บนแผ่นหลังของเอ็ดเวิร์ดเห็นท่าทางของอีกาทองคำนั้น ก็แสร้งทำเป็นเมินหน้ามองไปทางอื่นไม่สนใจมัน แต่ในใจกลับนึกชื่นชม และพอใจไม่น้อย หากจะว่าไปแล้ว..อีกาทองคำตัวนี้ดูเหมือนจะเป็นกำไรชิ้นโตที่หลิงหยุนได้รับจากการประลองในคืนนี้ เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าได้เห็นมังกรโลหิตเสียอีก เพราะนั่นคือสมบัติของเขาอยู่แล้ว.. ถึงแม้หลิงหยุนจะดูพอใจกับอีกาทองคำมากแต่ดูเหมือนแวมไพร์ทั้งห้าจะไม่คิดเช่นนั้น พวกมันมองดูอีกาทองคำด้วยสีหน้าหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา นั่นเพราะทุกครั้งที่อีกาทองคำเข้าใกล้พวกมันทั้งห้า จะทำให้พวกมันรู้สึกหวาดกลัวจนสะดุ้ง และไม่สบายใจ พวกมันจึงพยายามที่จะบินหนีให้ห่างจากอีกาทองคำตัวนี้มากที่สุด.. “เจ้านายที่เคารพ..เหตุใดต้องให้อีกาสีดำตัวใหญ่นี้บินตามไปด้วย พวกเรารู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเลย!” เจสเตอร์ที่บินอยู่บนท้องฟ้าไม่อาจอดรนทนต่อไปได้อีกจึงร้องถามหลิงหยุนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย.. “ไม่แปลกที่พวกเจ้าจะรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวเช่นนั้นแต่อีกสองสามเดือนทุกอย่างจะดีขึ้นเอง!” หลิงหยุนร้องบอกไปพร้อมกับยิ้มออกมาแต่ก็ไม่อธิบายอะไรมากไปกว่านั้น.. แวมไพร์นั้นจัดว่าเป็นเจ้าแห่งรัตติกาล..แต่สิ่งที่พวกมันเกลียดกลัวที่สุดก็คือแสงอาทิตย์ และอีกาทองคำ! แต่แน่นอนว่า..อีกาตัวนี้ยังเป็นเพียงแค่อีกาลายทองที่ยังห่างไกลจากอีกทองคำจริงๆ หลายเท่านัก แต่หากอีกาลายทองตัวนี้โชคดี มันก็จะสามารถพัฒนาร่างเป็นอีกาทองคำจริงๆ ได้ในวันข้างหน้า.. คืนนี้..การที่อีกาลายทองปรากฏตัวให้เห็น ไม่ใช่เพราะซากศพกองมหึมานั่น แต่เป็นเพราะหยางบริสุทธิ์ที่หลิงหยุนปลดปล่อยออกมาในระหว่างที่สู้รบต่างหาก อีกาลายทองตัวนี้จะเป็นประโยชน์กับหลิงหยุนในการฝึกวิชาหยางพิสุทธิ์อย่างมากในวันข้างหน้ามันจะทำให้หลิงหยุนสามารถฝึกฝนได้ก้าวหน้ารวดเร็วขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่าเลยทีเดียว อย่างน้อยก็ช่วยให้เขาสามารถเข้าสู่ขั้นที่สองของหยางพิสุทธิ์ได้ไม่ยากนัก หลังจากที่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันของอีกาลายทองตัวนี้แวมไพร์ทั้งห้าต่างก็รีบเร่งความเร็วบินหนีให้ห่างมันไปอย่างรวดเร็ว..หลังจากที่แวมไพร์ทั้งห้าบินไปจนเกือบถึงถนนแล้วหลิงหยุนจึงสั่งว่า “เอาล่ะ.. พวกเราบินลงได้แล้ว บินไปไกลกว่านี้จะเป็นที่สังเกตเห็นของผู้คน!”หลิงหยุนและเหล่าแวมไพร์ร่อนลงบนถนนเส้นหนึ่งและนั่นก็เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว..ทันทีที่ร่อนลงสู่พื้นดินหลิงหยุนก็จัดการเรียกชุดผ้าแพรไหมดำชุดใหม่ออกมาเปลี่ยน และใช้ยันต์ธาราทำความสะอาดเนื้อตัว..“ช่างน่าเสียดายนัก..ชุดภูษาเกราะของข้าเสียหายหมดแล้ว!”ถึงแม้เสื้อภูษาเกราะจะเป็นรูและฉีกขาดเสียหายแต่หลิงหยุนก็ยังไม่ยอมทิ้ง เพราะมันคือชุดที่เย่ซิงเฉินเป็นผู้ตัดเย็บให้เขาด้วยตัวเอง หลิงหยุนจึงล้างทำความสะอาด และเก็บกลับเข้าไปไว้ในแหวนจักรวาล.. และที่สำคัญ..ภูษาเกราะชุดนี้เป็นชุดที่หลิงหยุนใช้ใส่ในวันประลองกับตระกูลเฉินและตระกูลซัน มันจึงเปรียบเสมือนเครื่องหมายที่บอกว่า.. นับแต่คืนนี้ไปตระกูลหลิงจะกลับมาผงาด และยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง หลิงหยุนย่อมไม่ทิ้งมันไปอย่างแน่นอน!หลิงหยุนเรียกรถสีดำคันยาวออกมาจากแหวนจักรวาลแล้วทุกคนรวมทั้งตี๋ยั่วถังต่างก็เข้าไปนั่งด้านใน..“กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลหลิง!”หลิงหยุนซึ่งนั่งอยู่ข้างคนขับร้องสั่งเจสเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถ..ระหว่างที่เจสเตอร์ขับรถไปนั้น..หลิงหยุนก็เปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองออกสำรวจดูอีกาทองคำ และพบว่ามันตกใจเสียงเครื่องยนต์ และเวลานี้ก็กำลังบินตามรถสีดำของหลิงหยุนไปในระยะห่างถึงห้าสิบเมตรหลิงหยุนหลับตาลงพักสายตาครู่หนึ่งจึงเรียกเครื่องมือสื่อสารออกมากดหาคนเพียงสองคนเท่านั้นคือหลิงลี่กับเย่ซิงเฉิน.. “การประลองสิ้นสุดแล้วคนของตระกูลซันและตระกูลเฉินถูกข้าสังหารตายหมด! ส่วนตัวข้าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้..”หลิงหยุนพูดสั้นๆเพียงเท่านี้..……ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลิง..หลิงลี่หลิงเสี่ยว หลิงเย่ว เหล่ากุ่ย หลิงหย่ง และเหล่าทายาทตระกูลหลิงรุ่นเล็กทั้งหมด ต่างก็สวมชุดดำรวมตัวกันอยู่ในห้องรับแขกที่สวนชั้นที่หนึ่ง..และนอกเหนือจากสมาชิกตระกูลหลิงแล้วก็ยังมีฉินตงเฉี่วย เกาเฉินเฉิน จินเหยียว และโม่วู๋เตา!ภายในห้องรับแขกของสวนชั้นที่หนึ่งนั้นเปิดไฟสว่างไสวสีหน้าของทุกคนต่างก็เคร่งเครียด และเต็มไปด้วยความกังวลใจ แทบไม่มีเสียงพูดคุยกันดังออกมาเลยแม้แต่น้อย เวลานี้ทุกคนต่างก็กำลังรอฟังผลการประลองอย่างใจจดใจจ่อ..ในการประลองครั้งนี้..หลิงหยุนมั่นใจว่าตนเองจะต้องเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ เขาจึงได้ขอให้เกาจิ้งสงตัดสัญญาณสื่อสารรอบๆเขาหยุนเหมิงทั้งหมดตามแผนที่หลิงหยุนวางไว้นั้น..ทุกคนในตระกูลหลิงต่างก็เตรียมพร้อมรับมือกับศัตรู หากคนของตระกูลซันกับตระกูลเฉินบุกเข้ามาถึงคฤหาสน์ตระกูลหลิง พวกเขาก็พร้อมที่จะต่อสู้ป้องกันตัว แต่หากไม่มีผู้ใดบุกมา พวกเขาก็เพียงแค่นั่งรอฟังผลการประลองอยู่เงียบๆแต่ถึงแม้จะรอแล้วรอเล่า..พวกเขาก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวใดๆจากหลิงหยุน จนกระทั่งเวลาห้าทุ่มครึ่่ง ทุกคนต่างก็เริ่มกระวนกระวาย และร้อนใจอย่างมาก“การประลองเริ่มตั้งแต่สองทุ่ม..ผ่านไปสามชั่วโมงครึ่งแล้ว การประลองที่เนิ่นนานเช่นนี้ หลิงหยุนตัวคนเดียวจะทานทนได้เชียวรึ” หลิงลี่ถึงกับนั่งไม่ติดและเริ่มเดินวนไปวนมารอบๆห้อง พร้อมกับรำพึงรำพันออกมาเบาๆ“แต่ดูจากที่ตระกูลซันกับตระกูลเฉินยังคงนิ่งเงียบไม่เคลื่อนไหวย่อมหมายความว่าพวกมันก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะของทั้งสองฝ่ายเช่นเดียวกัน.. หลิงหยุนจึงน่าจะยังปลอดภัยดี!”หลิงเย่ววิเคราะห์ให้ทุกคนฟังด้วยท่าทีที่สงบนิ่งหลิงเย่วนั้นเปรียบเสมือนมันสมองของตระกูลหลิง และรู้ว่าหากยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จากฝ่ายตรงข้าม ทุกคนก็ควรที่จะอยู่นิ่งๆไปก่อน