ตอนที่ 754
บทที่ 1184 : สร้างรากฐานให้กับตระกูลหลิง!
October 22, 2026
หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมเอ่ยขอบใจเย่ซิงเฉินแล้วรีบพูดเรื่องสำคัญต่อทันที.. “ในบรรดาเสาหลักทั้งสามของประเทศนี้ตระกูลหลิงของข้าเพิ่งจะผงาดขึ้นมาได้ แน่นอนว่าย่อมไม่อาจเทียบได้กับตระกูลหลง และตระกูลเย่ในเวลานี้ เหตุผลก็คือ.. ตระกูลหลิงยังขาดรากฐานที่มั่นคงและแข็งแกร่ง!” “ด้วยเหตุนี้..เรื่องเร่งด่วนสำหรับตระกูลหลิง จึงเป็นเรื่องของการสร้างความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้นทั้งภายใน และภายนอก” เย่ซิงเฉินยิ้มพร้อมกับถามขึ้นว่า“สร้างความแข็งแกร่งขึ้นภายในตระกูลหลิง เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงงั้นรึ เจ้าคิดจะทำเช่นใด?” ดวงตาของหลิงหยุนเป็นประกายขึ้นมาทันทีและเริ่มเล่าแผนการของตนเองให้เย่ซิงเฉินฟัง.. “เวลานี้..ตระกูลหลิงมีผู้ที่สามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้อยู่ถึงสองคน ซึ่งก็คือท่านปู่ของข้า และท่านน้าจินเหยียว..” หลิงหยุนจ้องหน้าเย่ซิงเฉินพร้อมกับย้ำว่า“และกำลังจะมีเจ้าเพิ่มมาอีกหนึ่งคน..” “ส่วนท่านพ่อของข้าก็คงจะใช้เวลาอีกไม่นานนักและเมื่อรวมตัวข้าเองด้วยแล้ว ตระกูลหลิงก็จะมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งอย่างมากถึงห้าคนทีเดียว!” แต่ในใจของหลิงหยุนนั้น..เขายังมีอีกสองคนอยู่ในใจ แต่เลือกที่จะไม่พูดออกมาให้เย่ซิงเฉินฟังในตอนนี้ ซึ่งก็คือหนิงหลิงยู่ และเกาเฉินเฉิน เขาเชื่อมั่นว่าหญิงสาวทั้งสองคนจะสามารถพัฒนาก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว.. “แต่ต่อให้ตระกูลหลิงมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งถึงห้าคนหากจะคอยพึ่งพาเฉพาะพวกเราห้าคน ก็ยังไม่เพียงพอ..” ในการมาปักกิ่งครั้งที่สองและโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากผ่านการประลองเมื่อคืนนี้มา ทำให้การประเมินตระกูลหลงกับตระกูลเย่ของหลิงหยุนได้เปลี่ยนไปด้วย.. เพราะการที่ตระกูลหลงกับตระกูลเย่ไม่ยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องกับการประลองในครั้งนี้ย่อมเป็นการบ่งบอกว่าทั้งสองตระกูลมั่นใจว่า แม้ตระกูลหลิงจะผงาดขึ้นมาได้อีกครั้ง ก็ไม่สะเทือนถึงรากฐานที่แข็งแกร่งของทั้งสองตระกูลได้ พวกเขาจึงสามารนิ่งนอนใจได้เช่นนั้น! “แต่การที่จะสร้างยอดฝีมือในขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้ในช่วงเวลาสั้นๆใช่ว่าจะสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนี้การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับตระกูลหลิง จึงจำเป็นต้องสร้างจากภายนอกเสียก่อน!” เย่ซิงเฉินถามขึ้นด้วยความสงสัย“แล้วเจ้าคิดว่าจะเริ่มต้นสร้างความแข็งแกร่งจากภายนอกได้อย่างไร” หลิงหยุนดีดนิ้วพร้อมกับตอบไปว่า“เริ่มจากการสร้างหน่วยข่าวที่แข็งแกร่งของตระกูลหลิงขึ้นเองก่อน!” “เวลานี้พวกเรามีนักรบตระกูลหลิงอยู่ทั้งหมดสามสิบหกคนมีเหล่ากุ่ยเป็นหัวหน้าใหญ่ของพวกเขา ส่วนหลิงอี๋กับหลิงชีก็เป็นผู้ช่วยเหล่ากุ่ย..” “นักรบตระกูลหลิงทั้งสามสิบหกคนนี้ล้วนแล้วแต่จงรักภักดีกับข้าเพียงแต่ยังขาดทักษะในการสะกดรอย ลอบสังหาร แล้วก็สืบข่าว..” “ด้วยเหตุนี้..” หลิงหยุนเงยหน้าขึ้น..เขามองตาเย่ซิงเฉินพร้อมกับทำสีหน้าที่ราวกับจะบอกนางว่า ‘เจ้าย่อมรู้อยู่แล้วว่าต้องทำเช่นใด’ เย่ซิงเฉินยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นอย่างเข้าใจ“เจ้าต้องการให้องค์กรนักฆ่าข้าฝึกทักษะในการสะกดรอย ลอบสังหาร แล้วก็สืบข่าว ให้กับนักรบตระกูลหลิงทั้งสามสิบหกคนสินะ” หลิงหยุนยกนิ้วให้พร้อมกับเอ่ยชมเย่ซิงเฉิน“แน่นอนที่สุด! เรื่องพวกนี้ไม่มีใครเก่งเกินเจ้าอยู่แล้ว!” เย่ซิงเฉินพยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ได้สิ! ตั้งแต่ซือกงถูกับลูกๆของมันถูกเจ้าจับตัวไป แรงกดดันของข้าก็ลดลงไปมากทีเดียว ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ส่งนักรบตระกูลหลิงเข้าไปร่วมฝึกกับมือสังหารขององค์กรนักฆ่าได้เลย!” หลิงหยุนปรบมือพร้อมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงร่าเริง“เช่นนั้นก็ดี.. ข้าขอมอบพวกเขาให้กับองค์นักฆ่าของเจ้าช่วยฝึกฝนให้ ข้าจะให้เบอร์ติดต่อกับเหล่ากุ่ยไว้ หากมีเรื่องอะไรเจ้าก็สั่งเหล่ากุ่ยได้โดยตรง เขาจะเชื่อฟังคำสั่งของเจ้า..”เรื่องการจัดตั้งหน่วยข่าวกรองของตระกูลหลิงนั้นหลิงหยุนเองก็ได้เคยเกริ่นกับเหล่ากุ่ยไว้คร่าวๆบ้างแล้ว ในเมื่อการประลองสิ้นสุดลงแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรต้องลงมือทำอย่างจริงจังเสียที!“อ่อ..ข้ายังมีศิษย์อีกเจ็ดสิบสองคน แต่เวลานี้ทั้งหมดยังอยู่ในเมืองจิงฉู และขั้นพวกเขายังต่ำมากนัก รอให้พวกเขาฝึกฝนจนสามารถพัฒนาได้มากกว่านี้ก่อน ข้าจะส่งไปให้องค์กรนักฆ่าของเจ้าเป็นผู้ฝึกฝนพวกเขาต่อไป..”และแน่นอนว่าทั้งหมดนั้นก็คือ..ศิษย์ทั้งเจ็ดสิบสองคนของสำนักหมอสวรรค์นั่นเอง!เย่ซิงเฉินพยักหน้าเป็นการตอบตกลง..“เจ้าช่วยสั่งคนขององค์กรนักฆ่าให้ฝึกฝนทักษะต่างๆและสำนึกในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ให้กับพวกเขาก็พอ ไม่จำเป็นต้องฝึกเขาให้เป็นมือสังหารที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นข้าจะใช้งานอื่นๆพวกเขาไม่ได้!”เย่ซิงเฉินยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวและตอบหลิงหยุนไปว่า “เรื่องนั้นข้ารู้!”“อ่อ..ยังมีเรื่องที่ข้าคิดว่าเป็นอันตรายอยู่สองเรื่อง!”จู่ๆหลิงหยุนก็นึกถึงเรื่องสำคัญสองเรื่องขึ้นมาได้ จึงรีบพูดต่อทันที “เรื่องแรกคือเรื่องของพรรคโลหิตมาร และเรื่องที่สองคือเรื่องของซือกงวู่ฉิง..”“เวลานี้แม้แตระกูลเฉินจะถูกข้าทำลายไปแล้วแต่พรรคโลหิตมารก็เป็นหุ่นเชิดของตระกูลเฉิน แม้ว่าคนของพรรคโลหิตมารจะถูกข้าสังหารไปมากมาย แต่ก็ยังมีบางส่วนหลงเหลืออยู่ เจ้าใช้อำนาจที่มีในพรรคมารและองค์กรนักฆ่า จัดการพวกมันให้สิ้นซากเสีย!”“ส่วนซือกงวู่ฉิงนั้น..เจ้าช่วยข้าสืบดูว่าเวลานี้มันซ่อนตัวอยู่ที่ใดกันแน่ เพราะมันคือศัตรูที่อันตรายมากของข้า และเวลานี้ข้าก็เชื่อว่ามันยังไม่รู้ว่าซือกงถูพ่อของมันยังไม่ได้ถูกข้าสังหาร!”เย่ซิงเฉินได้ฟังหลิงหยุนพูดถึงซือกงวู่ฉิงก็ถึงกับขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะตอบไปว่า “พรรคโลหิตมารไม่ใช่ปัญหา..”“แต่ซือกงวู่ฉิงนั้น..ตั้งแต่วันที่มันหลบหนีไปได้ ข้าเองก็ได้ส่งคนออกตามหาตัวของมัน แต่จนป่านนี้ยังไม่พบร่องรอยของมันแม้แต่น้อย!”หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“เวลานี้ซือกงวู่ฉิงเสมือนนกที่กำลังตกใจ จึงยังคงหลบซ่อนตัวไม่ยอมออกมา เว้นแต่ว่า.. มันจะหนีออกไปจากประเทศ และไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องคอยระมัดระวังตัวให้มาก..”ระหว่างที่พูดเรื่องนี้หลิงหยุนก็ได้หยิบประคำโลหิตออกมาถือไว้..“นี่คือมรดกประจำตระกูลเฉินมันคือประคำโลหิต! ในการประลองเมื่อคืนนั้น.. เพราะประคำโลหิตเม็ดนี้ทีเดียว ทำให้เฉินจิ้งเฉวียนเกือบจะสังหารข้าได้..”“แต่ก็ทำให้ข้าได้รู้ว่าประคำโลหิตเม็ดนี้ยังมีความน่าอัศจรรย์อีกมากมายข้าคงต้องศึกษามันให้ละเอียดมากกว่านี้..”จากนั้นหลิงหยุนจึงเงยหน้าขึ้นมองเย่ซิงเฉินพร้อมกับถามขึ้นว่า “ซิงเฉิน.. เจ้ารู้หรือไม่ว่ามรดกตระกูลซันคือสิ่งใด เจ้าเคยได้ยินมาบ้างหรือไม่?”เย่ซิงเฉินส่ายหน้าไปมา“ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน..” “หลิงหยุน..ใช่ว่าทุกตระกูลจะมีสมบัติล้ำค่าเป็นมรดกประจำตระกูล และต่อให้ตระกูลซันมี พวกมันก็คงไม่ป่าวประกาศให้ผู้อื่นได้รู้เป็นแน่!”“แต่หากมีจริง..เหตุใดยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนมากมายในตระกูลซัน จึงไม่สามารถเข้าสู่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้เลยเล่า”“แต่หากตระกูลซันมีมรดกประจำตระกูลจริงๆข้าคาดว่าพวกมันคงจะมอบให้กับทายาทรุ่นเล็กเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และผู้ที่เก็บรักษามรกดกตระกูลซันได้ ก็น่าจะเป็นลูกชายของซันเทียนหลัว..”เย่ซิงเฉินคาดการณ์หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้ม และตอบไปว่า “ข้าเองก็คิดเช่นนั้น.. จากนี้ไปข้าคงต้องสืบหาว่าทายาทตระกูลซันอยู่ที่ใดกันแน่ แม้ข้ารับปากจะไม่สังหารพวกมัน แต่อย่างน้อยก็ต้องทำลายวรยุทธของพวกมันทิ้งเสีย ไม่เช่นนั้น.. สักวันพวกมันคงได้ย้อนกลับมาแก้แค้นตระกูลหลิงของข้าเป็นแน่!” เย่ซิงเฉินได้ฟังเช่นนั้นจึงตอบกลับไปทันที “เจ้าไม่จำเป็นต้องสืบ.. ข้ารู้มาว่าทายาทตระกูลซันได้หอบเงินจำนวนมากมายหนีเข้าประเทศญี่ปุ่น จากนั้นจึงจะนั่งเรือต่อไปพบตระกูลไป๋หลี่เพื่อลี้ภัยอยู่ที่นั่น!”