ตอนที่ 755
บทที่ 1185 : เกลี้ยกล่อมเย่ซิงเฉิน!
October 22, 2026
หลิงหยุนนิ่งฟังคำพูดของเย่ซิงเฉินอย่างเงียบๆหลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบกลับไปว่า “หลังสิ้นสุดงานชุมนุมชาวยุทธข้าคาดว่าราวสามเดือน หรือครึ่งปีหลังจากนั้น โรงประมูลของตระกูลหลิงน่าจะสามารถเปิดได้แล้ว!” หลิงหยุนจำเป็นต้องไปเปิดหูเปิดตาและหาประสบการณ์การเปิดโรงประมูลในโลกใบนี้เสียก่อน เพื่อให้มั่นใจมากกว่านี้.. เย่ซิงเฉินพยักหน้าพร้อมตอบกลับไปทันที“ได้.. เช่นนั้นนับแต่นี้ไป ข้าจะค่อยๆช่วยเจ้าเตรียมการในเรื่องนี้!” จะว่าไปแล้ว..หลิงหยุนนั้นมีความสามารถในการจัดโรงประมูลที่เหนือกว่าตระกูลหลง กับตระกูลเย่หลายเท่านัก! เพราะชาวยุทธภพเองต่างก็รู้ดีว่าหลิงหยุนนั้นเป็นบุตรของหยินชิงเฉวียนธิดาพรรคมารคนก่อน อีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองกระบี่โลหิตแดนใต้ด้วย.. และผู้ใดครอบครองกระบี่โลหิตแดนใต้ผู้นั้นก็คือเทพแห่งมาร! หากตระกูลหลิงเป็นผู้เปิดโรงประมูลเองเช่นนี้ต่อไปในวันข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นชาวยุทธจากฝ่ายธรรมะ หรือว่าอธรรม ต่างก็จะสามารถเข้าโรงประมูลของเขาได้โดยไม่ต้องอำพรางตัวอีก.. การเปิดโรงประมูลยังช่วยให้หลิงหยุนสามารถสืบหาข่าวคราวที่ต้องการรู้ได้ไม่ยากอีกด้วยเพียงแต่การก่อตั้งโรงประมูลนั้น จำเป็นอย่างมากที่ตัวเขาเองจะต้องแข็งแกร่ง และมีอำนาจมากพอ จึงจะสามารถควบคุมดูแลไม่ให้มีผู้ใดกล้าเข้ามาสร้างปัญหาได้.. เมื่อคิดได้เช่นนี้..หลิงหยุนจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับร้องบอกเย่ซิงเฉินทันที “ซิงเฉิน.. ออกไปฝึกฝนกันดีกว่า!” เย่ซิงเฉินเห็นท่าทางจริงจังของหลิงหยุนก็ได้แต่หัวเราะคิกคักและตอบไปว่า “เจ้าไปก่อน.. ข้ายังมีบางสิ่งบางอย่างต้องจัดการ แล้วข้าจะตามไป..” ……. ในยามดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้บนท้องฟ้ามีเพียงเหล่าดวงดาวที่กำลังส่องแสงทอประกายระยิบระยับ.. ทางด้านทิศตะวันออกของบ้านหลังเล็กกลางป่าทึบ..เวลานี้มียอดฝีมือสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่อย่างเอาจริงเอาจัง เสียงดังของหมัดที่ปะทะใส่กันนั้นดังสนั่นไปทั่วทั้งหุบเขาอันเงียบสงัด.. ร่างหนึ่งเคลื่อนไหวสง่างามราวกับมังกรร่ายรำส่วนอีกร่างคือสาวงามที่ดูลึกลับ และชายหญิงที่กำลังฝึกวรยุทธด้วยกันนั้นก็คือหลิงหยุน กับเย่ซิงเฉินนั่นเอง “ซิงเฉิน..ครั้งนี้ข้าจะออกแรงให้มากกว่าเดิม เจ้าเตรียมรับมือให้ดีด้วย!” “ใครกลัวเจ้ากันเข้ามาได้เลย!” จากนั้น..ร่างสองร่างที่อยู่ไกลกันหลายสิบเมตร ก็พุ่งเข้าหากันพร้อมกับซัดหมัดเข้าใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร.. ปัง..ปัง.. สิ้นเสียงปะทะกัน..ร่างของหลิงหยุนเพียงแค่ขยับเล็กน้อย แต่ร่างของเย่ซิงเฉินนั้นกระเด็นถอยหลังออกไปถึงสามก้าว “ฮ่า..ฮ่า.. ซิงเฉินฝีมือของเจ้ารุดหน้าได้รวดเร็วมากทีเดียว!”หลิงหยุนไม่ตามไปจู่โจมเย่ซิงเฉินซ้ำแต่ยืนเอามือไขว้หลังพร้อมกับจ้องมองเย่ซิงเฉินที่เวลานี้มีเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า พร้อมกับเอ่ยชมจากใจ..“หึ..เจ้าออมมือให้ข้าต่างหากเล่า!”เย่ซิงเฉินยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าหน้าพร้อมกับตอบโต้หลิงหยุนกลับไปทันที..วันนี้ตรงกับวันที่4 กันยายน.. นับเป็นวันที่สี่แล้วที่หลิงหยุนได้มาพักอาศัยอยู่กับเย่ซิงเฉิงกลางป่าเช่นนี้ และเป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขยิ่งนัก แต่ความสุขก็มักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว..ตั้งแต่เย็นวันที่1 กันยายนมานั้น.. นอกเหนือจากการนอนหลับพักผ่อนของแต่ละคนแล้ว หลิงหยุนกับเย่ซิงเฉินก็จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ปรึกษาหารือกันในเรื่องต่างๆบ้าง หรือไม่ก็ฝีกฝนกำลังภายใน หรือวรยุทธร่วมกันบ้าง..เวลานี้..พลังปราณในขั้นซานฉางชี่ของหลิงหยุนนั้นนับว่ามีความเสถียรอย่างมาก และเมื่อเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่แล้ว ความเร็วในการกลั่นหยดเสินหยวนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆส่วนเย่ซิงเฉินเองก็ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆเช่นกันอีกทั้งวิชาดาราคุ้มกาย และวิชาสุญญตาดูดดาว ต่างก็ส่งเสริมกันและกันได้เป็นอย่างดี ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าที่เคยมากถึงสองเท่า..เวลานี้เย่ซิงเฉินได้เข้าสู่ดาราคุ้มกายระดับที่11 ซึ่งอยู่ในขั้นที่สองแล้ว และนางก็อยู่ห่างจากหลิงหยุนเพียงแค่สามระดับย่อยเท่านั้น..นับว่าวิชาดาราคุ้มกายของเย่ซิงเฉินนั้นก้าวหน้าได้รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์แม้แต่หลิงหยุนเองยังถึงกับตกใจไม่น้อย เพราะหากเป็นเช่นนี้่ต่อไป.. อีกไม่นานเย่ซิงเฉินคงจะต้องก้าวหน้าไปไกลกว่าตัวเขาเป็นแน่!แต่ถึงกระนั้น..หลิงหยุนก็มีความสุขอย่างมากที่ได้เห็นเย่ซิงเฉินก้าวหน้าได้รวดเร็วเช่นนี้ เพราะเวลานี้ทั้งคู่ต่างก็สนิทสนม และเข้ากันได้เป็นอย่างดี ยิ่งเย่ซิงเฉินแข็งแกร่งมากเพียงใด เขาเองก็จะยิ่งคลายเความเป็นห่วงเป็นใยในความปลอดภัยของนางได้มากขึ้น..ตลอดระยะหลายวันที่พักอยู่ที่นี่จุดซือไห่ซึ่งอยู่กึ่งกลางหว่างคิ้วของหลิงหยุนนั้น ก็ได้กลั่นเสินหยวนไว้มากมายกว่าห้าพันหยดแล้ว และเวลานี้จุดซือไห่ของเขาแทบจะกลายเป็นทะเลสาบเสินหยวนขนาดเล็กไปแล้ว..ระหว่างนั้นเย่ซิงเฉินซึ่งนึกถึงเมื่อครั้งที่ตนได้พบกับหลิงหยุนเป็นครั้งแรกจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า..“หลิงหยุน..ข้ายังจำได้ว่าเมื่อครั้งที่ข้ากับเจ้าได้พบกันครั้งแรกนั้น ฝีมือของเจ้ายังด้อยกว่าข้ามากนัก จากนี้ไปข้าคงจะไม่สามารถกลั่นแกล้งอะไรเจ้าได้อีกแล้วสินะ!”“นี่เจ้ายังจำเรื่องพวกนั้นได้อีกงั้นรึ”“แต่จะว่าไปข้าเองก็ได้ถ่ายทอดวิชาให้เจ้าตั้งมากมายและเวลานี้เจ้าเองก็เกือบจะแกร่งกล้าจนทัดเทียมกับข้าแล้วไม่ใช่รึ” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆเวลานี้..นับว่าเย่ซิงเฉินมีวิชาปกป้องร่างกายที่แข็งแกร่งไม่แพ้หลิงหยุนแล้ว และในความเป็นจริงขั้นของนางน่าจะต้องสูงกว่าหลิงหยุนแล้วเช่นกัน เพียงแต่ตัวนางเองที่ยังยั้งไว้ และไม่ยอมเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 เสียที จึงทำให้นางไม่สามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้..เมื่อคิดได้เช่นนี้..หลิงหยุนจึงรีบบอกกับเย่ซิงเฉินว่า “ซิงเฉิน.. เจ้าควรเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 ได้แล้ว!” หากเป็นผู้อื่น..หลิงหยุนคงจะไม่เร่งรัดให้คนผู้นั้นเข้าสู่ขั้นที่สูงขึ้นเร็วนัก เพราะเกรงว่าหากรากฐานไม่เสถียรและมั่นคงพอ จะเกิดปัญหากับคนผู้นั้นขึ้นได้ในวันข้างหน้าอีกทั้งผู้คนรอบตัวตัวหลิงหยุนนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีโอสถหลากหลายชนิดที่จะช่วยในการพัฒนาขั้นให้สูงขึ้นได้ในช่วงเวลาสั้นๆ และมีหลิงหยุนคอยกำกับดูแลอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาได้..ด้วยเหตุนี้..หลิงหยุนจึงมักจะห้ามไม่ให้ผู้คนรอบตัวเขาเร่งรัดที่จะเข้าสู่ขั้นต่อไปจนเร็วเกินไป แต่มักจะย้ำให้พวกเขาสร้างความมั่นคงในแต่ละขั้นให้เสถียรเสียก่อน จึงจะให้พวกเขาพัฒนาเข้าสู่ขั้นต่อไปได้ซึ่งตรงข้ามกับเย่ซิงเฉิน..การที่หลิงหยุนเร่งรัดให้นางเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 โดยเร็วนั้น ก็เพราะหยินชิงเฉวียนซึ่งเป็นแม่ของเขานั้น ได้สร้างรากฐานที่เสถียรและแข็งแกร่งมากให้กับเย่ซิงเฉินไว้แล้ว นางจึงสามารถที่จะเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 ได้โดยที่จะไม่มีปัญหาใดๆตามมาอย่างแน่นอน!