ตอนที่ 756
บทที่ 1186 : หลิงหยุนกลับบ้าน!
October 22, 2026
หลังจากที่ร่างของเย่ซิงเฉินดูดเอาพลังดวงดาวเข้าไปจนอัดแน่นและร่างกายไม่สมารถรับไว้ได้อีกแล้วนั้น เย่ซิงเฉินจึงปลดปล่อยให้ตนเองเข้าสู่ขั้นที่สูงขึ้นในทันที.. ตูม! เย่ซิงเฉินรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงภายในร่างกายและในที่สุดนางก็สามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 ได้ในทันที แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น.. เพราะทันทีที่เข้าสู่ระดับหนึ่งขั้นเซียงเทียน-9แล้ว จุดตันเถียนของเย่ซิงเฉินก็ขยายใหญ่ขึ้นจากเดิมนับสิบเท่าอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน.. และในเมื่อจุดตันเถียนขยายเส้นลมปราณทั้งหมด และจุดฝังเข็มทั้ง 365 จุดทั่วร่างนั้น ก็ได้ขยายตัวด้วยเช่นกัน! เย่ซิงเฉินถึงกับยิ้มออกมาอย่างดีใจ..และรู้ด้วยตัวเองว่าเพราะเหตุใดหลิงหยุนจึงได้รบเร้า และพยายามเกลี้ยกล่อมให้ตนเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 เช่นนี้! หลังจากที่จุดตันเถียนและเส้นลมปราณทั่วร่างขยายใหญ่ขึ้น เย่ซิงเฉินจึงไม่รีรอ และเริ่มใช้วิชาสุญญตาดูดดาวดึงเอาพลังดวงดาวบนท้องฟ้าเข้าไปเก็บไว้ที่่จุดตันเถียนของตนอีกครั้ง.. ขั้นตอนนี้นับว่าใช้เวลานานไม่น้อยทีเดียว..เย่ซิงเฉินใช้เวลาถึงสองชั่วโมง กว่าที่จะสามารถดูดเอาพลังดวงดาวเข้าไปเก็บไว้ในจุดตันเถียนใหม่ของตนเองจนเต็ม เมื่อสัมผัสได้ว่าจุดตันเถียนเส้นมลมปราณทั่วร่าง และจุดฝังเข็มทั้ง 365 จุดของตนมีพลังดวงดาวผนึกแน่นจนไม่สามารถรับไว้ได้อีกแล้ว เย่ซิงเฉินจึงเริ่มโคจรพลังดวงดาวที่อัดแน่นอยู่ในร่างกายนี้ ให้พุ่งเข้าสู่จุดซือไห่ตรงกึ่งกลางหว่างคิ้วของตนทันที! เมื่อใดที่จุดซือไห่ซึ่งอยู่กึ่งกลางหว่างคิ้วนี้ถูกทะลวงได้แล้วจิตหยั่งรู้หรือดวงตาที่สามอันแท้จริงก็จะถือกำเนิดขึ้น! พลังดวงดาวที่บริสุทธิ์และทรงพลังมากมายได้รวมตัวกันเป็นเกลียวคล้ายกระแสน้ำวน ก่อนจะพุ่งไปตามเส้นลมปราณ และทะลวงเข้าสู่จุดซือไห่ของเย่ซิงเฉินอย่างรุนแรง และต่อเนื่อง.. ครืน..ครืน.. เสียงคล้ายกระแสคลื่นซัดเข้าสู่จุดซือไห่ของเย่ซิงเฉินดังขึ้นอยู่ภายในครั้งแล้วครั้งเล่าจนนับไม่ถ้วนและในเวลานี้เย่ซิงเฉินก็กำลังกัดฟันแน่น และเม็ดเหงื่อมากมายก็เริ่มผุดขึ้นอยู่เต็มหน้าผาก.. หลังจากที่เข้าสู่ระดับหนึ่งขั้นเซียงเทียน-9แล้ว.. เย่ซิงเฉินคิดว่าจะสามารถใช้พลังดวงดาวที่ทรงพลังนี้ทะลวงเข้าจุดซือไห่ได้ไม่ยากนัก แต่กลับกลายเป็นว่าตนเองคิดผิดไปถนัด เพราะการจะทะลวงจุดซือไห่นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากลำบากยิ่งนัก! เพราะหลังจากที่จุดซือไห่ของเย่ซิงเฉินถูกพลังดาวดาวทะลวงจนเปิดออกได้เพียงเล็กน้อยมันก็ปิดกลับไปเช่นเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่เย่ซิงเฉินเองก็ไม่คาดคิดมาก่อน! เย่ซิงเฉินไม่เคยพบเจอกับความยากลำบาเช่นนี้มาก่อนนางจึงค่อนข้างหงุดหงิด และเริ่มที่จะกระวนกระวายใจ.. หลิงหยุนซึ่งยืนทำหน้าที่คุ้มกันให้อย่างใกล้ชิดนั้นเมื่อเห็นว่าเย่ซิงเฉินยังไม่สามารถทะลวงจุดซือไห่ของตนได้อยู่นาน จึงพอจะเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และรีบร้องบอกให้นางคลายความกังวลใจทันที “ซิงเฉิน..เจ้าไม่ต้องหงุดหงิดไป!” “ยิ่งเจ้าใช้วิชาสุญญตาดูดดาวทะลวงจุดซือไห่ได้ยากเพียงใดประโยชน์ที่เจ้าจะได้รับคืนกลับมา ก็จะยิ่งเพิ่มพูนมาขึ้นเป็นทวีคูณ..” “ดูเหมือนพลังดวงดาวของเจ้าจะยังไม่เพียงพอเจ้าถอยออกมา และดูดเอาพลังดวงดาวเข้าไปเพิ่มก่อน แล้วจึงค่อยทำการทะลวงจุดซือไห่ใหม่อีกครั้ง!” หลิงหยุนรู้สึกอยู่ลึกๆในใจว่า..จุดซือไห่ของเย่ซิงเฉินนั้นอาจจะมีความแปลกประหลาดคล้ายกับจุดซือไห่ของตนเอง.. หลังจากที่ได้ยินคำพูดปลอบประโลมของหลิงหยุนจิตใจของเย่ซิงเฉินจึงเริ่มสงบลง แต่นางยังคงควบคุมพลังดวงดาวให้ทำหน้าที่ทะลวงจุดซือไห่ต่อไป ในขณะเดียวกันก็เริ่มใช้วิชาสุญญตาดูดดาวดึงเอาพลังดวงดาวเข้าไปในร่างกายราวอย่างบ้าคลั่ง.. จนกระทั่งผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง..เย่ซิงเฉินเริ่มรู้สึกว่าพลังดวงดาวในร่างของตนนั้นเข้าสู่จุดสมบูรณ์สูงสุดอีกครั้งแล้ว จึงได้กัดฟันรวบรวมพลังดวงดาวที่หมุนเป็นเกลียวอยู่ในจุดตันเถียน ให้เคลื่อนไปตามเส้นลมปราณ ก่อนจะพุ่งตรงเข้าสู่จุดซือไห่กลางหว่างคิ้วของตนอีกครั้ง.. สีหน้าของหลิงหยุนเวลานี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด..เขารู้ว่านี่คือช่วงนาทีแห่งอันตราย หลิงหยุนจึงเฝ้าระมัดระวังอย่างไม่ให้คลาดสายตา และเตรียมพร้อมที่จะเผาหยดเสินหยวนเพื่อช่วยเย่ซิงเฉินในทันทีหากมีเกิดอะไรขึ้น.. ปัง! ในที่สุด..จุดซือไห่ซึ่งอยู่กึ่งกลางหว่างคิ้วของเย่ซิงเฉิน ก็ได้ถูกพลังดวงดาวที่แข็งแกร่งทะลวงผ่านเข้าไปได้สำเร็จ! เย่ซิงเฉินรู้สึกราวกับว่า..เวลานี้ทั่วทั้งร่างกายของนางนั้นไม่ว่าจะเป็นจุดตันเถียน เส้นลมปราณ และจุดฝังเข็มทั่วร่าง รวมทั้งจุดซือไห่กลางหว่างคิ้วนั้น ล้วนมีพลังดวงดาวอัดแน่นอยู่อย่างท่วมท้นและเวลานี้จุดซือไห่ก็ได้เปิดออกแล้ว..เย่ซิงเฉินสัมผัสได้ว่าจุดซือไห่ของตนนั้น คล้ายกับมีพลังปราณหมุนวนอยู่อย่างต่อเนื่อง..เย่ซิงเฉินรู้สึกว่า..พลังปราณที่หมุนเป็นเกลียวอยู่ภายในจุดซือไห่ของนางนั้น หมุนรวดเร็วเสียยิ่งกว่าพลังปราณที่อยู่ในจุดตันเถียนของตนนับสิบเท่า อีกทั้งยังทอแสงประกายระยิบระยับคล้ายกับว่ามีดวงดาวนับล้านปะปนอยู่ในพลังปราณเหล่านั้นด้วยจริงๆ! หลังจากที่พลังปราณนี้รวมตัวเป็นเกลียวแล้วมันก็เริ่มเคลื่อนไปตามเส้นลมปราณได้เองโดยที่เย่ซิงเฉินไม่ต้องทำการเดินลมปราณเลยแม้แต่น้อย และเวลานี้ภายในร่างกายของเย่ซิงเฉิน ก็ด็ราวกับเป็นท้องฟ้าที่ดาดาดไปด้วยดวงดาวมากมาย..ตูม!สิ้นเสียงระเบิดภายในร่างกาย..เย่ซิงเฉินสัมผัสได้ว่าเวลานี้การรับรู้ของตนนั้น ได้ขยายขอบเขตออกไปไกลถึงหนึ่งกิโลเมตร.. เพิ่มเป็นสองกิโลเมตร.. และขยายไปจนถึงสามกิโลเมตร..เวลานี้..รัศมีการรับรู้ของเย่ซิงเฉินได้ขยายออกไปไกลถึงสามกิโลเมตรเลยทีเดียว!เย่ซิงเฉินมีความสุขอย่างมาก..เพราะเวลานี้นางสามารถมองเห็นทุกอย่างได้รอบตัว และมีรัศมีครอบคลุมไกลถึงสามกิโลเมตรเลยทีเดียว อีกทั้งภาพที่่เห็นยังเป็นภาพที่ชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งนัก!หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงรีบร้องบอกเย่ซิงเฉินทันที“ซิงเฉิน.. รวมกายใจเป็นหนึ่ง ดึงเอาพลังดวงดาวเข้าไปเก็บไว้ในร่างให้เต็มเปี่ยมอีกครั้ง!”เย่ซิงเฉินไม่รอช้าและรีบทำตามคำแนะนำของหลิงหยุนทันที!จนกระทั่งเข้าสู่เวลาตีสามครึ่ง..เย่ซิงเฉินจึงดูดเอาพลังดวงดาวเข้าไปในร่างจนเต็มเปี่ยมอีกครั้ง จากนั้นจึงใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งของตนควบคุมให้พลังปราณที่หมุนอยู่นอกร่างกายกลับเข้าไปดังเดิม แล้วกระโดดลงมาที่พื้นทันที..“ฮู่ว..”หลิงหยุนพ่นลมออกจากปากด้วยความโล่งอกทันทีและเวลานี้เขาก็รู้สึกราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก..ตั้งแต่เวลาสี่ทุ่มไปจนถึงตีสามครึ่ง..เย่ซิงเฉินใช้เวลาในการพัฒนาขั้นของตนเองนานถึงห้าชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว และตลอดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งเสร็จสิ้น นางไม่แม้แต่จะปริปากขอความช่วยเหลือจากหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย!“หลิงหยุน..นี่ช่างเป็นความรู้สึกที่.. ที่..”เย่ซิงเฉินเปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองออกสำรวจไปทั่วทั้งหุบเขาและในรัศมีสามกิโลเมตร.. ภาพต้นไม้ใบหญ้าก็ปรากฏขึ้นในการรับรู้ของนางอย่างน่าอัศจรรย์!“รับรู้ได้ในรัศมีกี่เมตรงั้นรึ”หลิงหยุนร้องถามออกไปทันที“เช่นเดียวกับเจ้า..สามกิโลเมตร!”เย่ซิงเฉินร้องบอกหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจและมีความสุขยิ่งนัก!“……”หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออก..‘ขั้นซานฉางชี่..น่าทึ่งมากจริงๆ!’ครั้งนี้เย่ซิงเฉินสามารถเข้าสู่ระดับหนึ่งขั้นเซียงเทียน-9ได้แล้ว และจิตหยั่งรู้ของนางที่จุดซือไห่นั้นกลับอยู่ในขั้นซานฉางชี่..แต่คำพูดประโยคต่อไปของเย่ซิงเฉินกลับทำให้หลิงหยุนตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น..“หลิงหยุน..ข้าเพบว่าที่จุดซือไห่ของข้ามีพลังปราณหมุนวนอยู่อย่างรวดเร็ว และพลังปราณนั้นก็ดูเหมือนจะมีดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วนที่กำลังทอแสงระยิบระยับอยู่ด้วย มันน่าอัศจรรย์มากจริงๆ!”“เอิ่ม..”หลิงหยุนจ้องมองเย่ซิงเฉินด้วยความตกตะลึงและคิดว่าช่างเป็นจุดซือไห่ที่ประหลาดล้ำลึกยิ่งนัก พร้อมกับคิดอยู่ในใจว่า‘ผู้ที่มีกายดาราสามารถฝึกวิชาสุญญตาดูดาวได้ผลน่าทึ่งถึงเพียงนี้เชียวรึ!’หลิงหยุนได้แต่คิดว่าหากเย่ซิงเฉินฝึกใช้พลังเหนือธรรมชาติจะน่ากลัวมากเพียงใด!