ตอนที่ 757
บทที่ 1187 : ขอโอกาส!
October 22, 2026
เวลาแปดโมงครึ่งที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลหลิง.. เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนและรถรากำลังวิ่งกันอย่างพลุกพล่าน เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย แต่ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรถราหรือว่าคนเดินเท้า เมื่อผ่านหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลหลิง ผู้ที่อยู่ในรถก็จะชะโงกหน้าออกมาดู ส่วนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาบ้างก็หยุดดู บ้างก็ผ่านไป แต่ทุกคนล้วนแล้วแต่พากันวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา นั่นเพราะที่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลหลิงเวลานี้มีชายแต่งตัวด้วยเสื้อสูท และสวมรองเท้าหนังอย่างเรียบร้อย กำลังนั่งคุกเข่าเรียงรายกันเป็นแถวยาว.. นอกเหนือจากผู้ที่นั่งคุกเข่าแล้วก็ยังมีอีกสองคนซึ่งอยู่ในสภาพน่าสังเวชยิ่งนัก ขาทั้งสองข้างของคนทั้งคู่เข้าเฝือกอยู่ ทำให้ไม่สามารถนั่งคุกเข่าได้ จึงได้นอนราบอยู่กับพื้นถนนแทน ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาจึงได้แต่พากันซุบซิบ และพูดกันไปต่างๆนานา จะโทษว่าผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาสอดรู้สอดเห็นก็ไม่ถูกนัก..เพราะผู้คนที่มานั่งคุกเข่าอยู่หน้าตระกูลหลิงนั้น แม้จะดูคล้ายกับแรงงานที่มาประท้วงขอขึ้นค่าจ้าง แต่เมื่อดูจากการแต่งตัว และความสงบเรียบร้อยแล้วก็ดูเหมือนไม่น่าจะใช่ เพราะทุกคนต่างนั่งคุกเข่ากันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีผู้ใดส่งเสียงร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายเลยแม้แต่คนเดียว เช่นนี้แล้วจะไม่ให้ผู้คนพากันสนอกสนใจได้อย่างไรกันเล่า “นี่มันเรื่องอะไรกัน!ผมขับรถผ่านที่นี่แทบทุกวัน ก็เห็นคนพวกนี้มานั่งคุกเข่าอยู่ที่นี่สามสี่วันติดต่อกันแล้ว..” คนขับแท๊กซี่เอ่ยกับผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถ “นั่นสิ..ในหนังสือพิมพ์ และสื่อต่างๆ ก็ลงเรื่องนี้ติดต่อกันมาหลายวันแล้วเหมือนกัน!” …… ผู้คนที่ใส่สูทสวมรองเท้าหนังอย่างเรียบร้อยและมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าบ้านตระกูลหลิงนั้น แท้จริงแล้วก็คือเหล่านักธุรกิจจากตระกูลเล็กๆ ที่เคยพากันมาพบหลิงหยุนก่อนที่การประลองจะเริ่มขึ้นนั่นเอง.. ส่วนผู้ที่นอนเข้าเฝือกอยู่นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหานเถี่ยซินกับจ้าวจิ่งหมิง! ในวันที่1 กันยายนนั้น.. หลังจากที่ข่าวคราวการล่มสลายของตระกูลซันกับตระกูลเฉินแพร่กระจายออกไป เพราะตระกูลหลิงเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะนั้น เหล่านักธุรกิจจากตระกูลเล็กๆ ที่พากันมาพบหลิงหยุนในวันนั้น ต่างก็โกรธแค้นหานเถี่ยนซินกับจ้าวจิ่งหมิงมาก และหลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกันอีกครั้ง พวกเขาทั้งหมดก็พากันมานั่งคุกเข่าเพื่อเป็นการขอขมาอยู่ที่หน้าบ้านตระกูลหลิงเช่นนี้.. และทุกคนก็นั่งคุกเข่าติดต่อกันมาเป็นวันที่ห้าแล้ว.. แต่จนถึงบัดนี้..ก็ยังไม่มีคนสำคัญของตระกูลหลิงปรากฏตัวเลยแม้แต่คนเดียว และไม่มีแม้แต่คนตระกูลหลิงที่จะออกมารับการขอขมาจากพวกเขาเลย ด้วยเหตุนี้.. พวกเขาจึงต้องนั่งคุกเข่าต่อไปเรื่อยๆเช่นนี้! “เฮ้อ..ไม่น่าเลยจริงๆ! ถ้าในโลกนี้มีคนขายยาแก้ความเสียใจ ผมคงต้องไปซื้อมากินบ้างแล้วล่ะ!” “หึ..เป็นเพราะสองคนนั้น! ถ้าวันนี้ตระกูลหลิงยังไม่ออกมา เย็นนี้ผมจะไปถล่มบ้านหานเถี่ยซิน!” หลิวจินหลงเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาพร้อมกับหันไปมองร่างที่นอนอยู่กับพื้นของคนทั้งคู่อย่างโมโห.. “ดูนั่นสิ..มีคนออกมาแล้ว!” …… เวลานี้สมาชิกตระกูลหลิงเกือบทั้งหมดนำมาโดยหลิงลี่ หลิงเสี่ยว และหลิงเย่ว ตามมาด้วยเหล่าทายาทตระกูลหลิงรุ่นเล็ก รวมทั้งเกาเฉินเฉิน เหล่ากุ่ย จินเหยียว โม่วู๋เตา และเหล่านักรบตระกูลหลิง.. และที่ทั้งหมดเดินออกมานั้นก็เพราะทราบจากเหล่ากุ่ยว่าเช้านี้หลิงหยุนจะกลับเข้าตระกูลหลิงนั่นเอง! สมาชิกตระกูลหลิงจึงพากันออกมาต้อนรับหลิงหยุนกลับบ้านกันอย่างพร้อมเพรียงเช่นนี้.. และนี่ไม่ใช่เป็นเพียงการอออกมาต้อนรับผู้นำตระกูลหลิงกลับบ้านแต่ยังเป็นการออกมาต้อนรับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลหลิงอีกด้วย!แต่เวลานี้..เหล่าสมาชิกตระกูลหลิงต่างก็เป็นห่วงความรู้สึก และสภาพจิตใจของหลิงลี่กับหลิงเสี่ยว เพราะหลังจากที่ความจริงเรื่องหลิงเจิ้นถูกเปิดเผยออกไปนั้น ทั้งคู่ต่างก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ และไม่รู้ว่าจะสามารถเผชิญหน้ากับหลิงหยุนได้อย่างไรแต่หลังจากเวลาผ่านไปสี่ห้าวัน..ทั้งหลิงลี่กับหลิงเสี่ยวต่างก็สามารถสงบจิตสงบใจลงได้มากแล้ว และสามารถยอมรับกับสิ่งที่เกิดได้มากขึ้น เมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนจะกลับมาในเช้าวันนี้ จึงไม่อาจทนนิ่งเฉยที่จะไม่ออกมาต้อนรับการกลับมาของเขาได้!“ลูกสอง..เหตุใดคนพวกนี้ยังคงนั่งอยู่ที่นี่อีก”หลิงลี่เห็นคนเหล่านั้นยังคงนั่งคุกเข่าอยู่หน้าบ้านเช่นนี้จึงได้แต่ร้องถามหลิงเย่วออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจหลิงเย่วได้แต่ฝืนยิ้มออกมาและตอบกลับไปว่า “ท่านพ่อ.. ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้เช่นใด จึงต้องการรอให้หลิงหยุนกลับมาจัดการด้วยตัวเอง!”หลิงเย่วนั้นเป็นผู้ดูแลเรื่องการเงินของตระกูลหลิงมาโดยตลอดจึงค่อนข้างสนิทสนมกับนักธุรกิจเหล่านี้ดี บางคนถึงกับเคยเป็นสหายที่ถูกคอกัน และการที่ทุกคนมาคุกเข่าอยู่หน้าบ้านตระกูลหลิงเช่นนี้ จึงทำให้หลิงเย่วได้แต่กระอักกระอ่วนใจ และไม่รู้จะจัดการเช่นใด“หึ..ล้วนแต่เป็นเหล่ากาฝากไร้ความจริงใจ!” หลิงลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาและหันไปสั่งหลิงอี๋กับหลิงชีทันที “พวกเจ้าจัดการโยนคนพวกนี้ไปข้างๆ อย่าให้ขวางหูขวางตาข้าเช่นนี้!”“ขอรับนายผู้เฒ่า!”นักรบตระกูลหลิงเดินออกไปต้อนนักธุรกิจที่พากันคุกเข่าอยู่นั้นให้ไปอยู่ข้างๆแทน จากนั้นจึงร้องตะโกนเสียงดังว่า..“ท่านผู้นำตระกูลมาถึงแล้ว!”ทั้งหลิงลี่จินเหยียว เกาเฉินเฉิน และทุกคนต่างก็ชะโงกหน้ามองไปที่ถนนด้านหน้าทันที และรถสีดำคันหรูก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาในบ้าน หลิงหยุนซึ่งเป็นผู้ขับรถมาด้วยตัวเองเปิดกระจกลงพร้อมกับร้องตะโกนทักทายเสียงดัง..“ลุงสอง..เหตุใดจึงได้จึงได้พากันออกมาต้อนรับข้ากันอย่างเอิกเกริกเช่นนี้”“แล้วเหตุใดคนพวกนี้จึงมาคุกเข่าอยู่หน้าบ้านตะกูลหลิงเล่า” ความจริงหลิงหยุนได้เปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูก่อนแล้วเพียงแต่เขาแสร้งทำเป็นถามออกมาเพื่อสร้างความตลกขบขันขึ้นเท่านั้นเองหลิงหยุนเห็นหลิงลี่กับหลิงเสี่ยวออกมาต้อนรับตนด้วยเช่นนี้จึงได้แต่โล่งใจ และคิดว่าในที่สุดทั้งสองคนก็สามารถสงบจิตสงบใจลงได้ และกล้าที่จะมาเผชิญหน้ากับตนเองแล้ว..‘ดูท่าหลิงหย่งจะยังคงทำใจไม่ได้สินะ!’หลิงหยุนสังเกตเห็นว่ามีเพียงหลิงหย่งเท่านั้นที่ไม่ออกมาต้อนรับเขาด้วยก็ได้แต่แอบหนักใจอยู่เงียบๆ“ท่านปู่..ท่านพ่อ.. ลุงสอง.. ท่านน้าจินเหยียว.. พี่หลิงซิ่ว.. เฉินเฉิน.. เหล่ากุ่ย..”ทันทีที่ก้าวลงจากรถ..หลิงหยุนก็ร้องทักทายทุกคนทันที และไม่พูดถึงเรื่องของหลิงเจิ้น ราวกับว่าเขาได้ลืมเรื่องนี้ไปหมดแล้ว อีกทั้งที่นี่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสมจะพูดเรื่องนี้ด้วย.. “หลิงหยุน..เจ้าไปอยู่ข้างนอกมาเสียหลายวัน!”หลิงเสี่ยวเอ่ยถามหลิงหยุนแววตาของเขาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยออกมาอย่างชัดเจน..“เอาล่ะ..เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว!”หลิงลี่เดินเข้าไปตบบ่าหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยออกมาในขณะที่ดวงตานั้นรื้นไปด้วยน้ำตา และพยายามที่จะกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้..