ตอนที่ 758
บทที่ 1188 : วีรบุรุษ!
October 22, 2026
หลังจากร้องตะโกนสั่ง..หลิงหยุนก็แสยะยิ้ม และหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านทันที! “ลุกขึ้นเร็วเข้า..ลุกขึ้น..” หลังจากได้ฟังคำขู่ของหลิงหยุนทุกคนต่างก็พากันลุกขึ้นด้วยความตกใจ และรีบพากันวิ่งหนีไปที่รถของตนเองทันที หลิงหยุนประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่าตระกูลหลิงจะไม่ข่มเหงรังแกเพียงแค่นี้ก็นับว่าตระกูลหลิงเมตตามากแล้ว พวกเขายังจะกล้าหวังอะไรมากไปกว่านี้อีกรึ ส่วนหานเถี่ยซินกับจ้าวจิ่งหมิงที่ใส่เฝือกอยู่นั้นก็ได้แต่ค่อยๆ คืบคลานไปตามถนนอย่างทุลักทุเล แต่ถึงกระนั้นทั้งคู่ยังสามารถคลานหนีไปได้อย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ.. “ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..” ทุกคนในตระกูลหลิงเห็นท่าทางทุกลักทุเลของทั้งสองคนก็พากันหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความขบขัน.. หลิงหยุนหันไปยิ้มให้กับทุกคนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เข้าบ้านกันดีกว่า.. ปัญหาจบแล้ว!” “ท่านปู่..ท่านพ่อ.. เข้าไปคุยกันในบ้านเถิด!” จากนั้นหลิงหยุนหลิงลี่ หลิงเสี่ยว ก็เดินนำทุกคนเข้าไปในบ้านทันที หลังจากนั้นทุกคนต่างก็พากันแยกย้ายไปที่ห้องของตนเอง ส่วนหลิงหยุนก็เดินโอบเอวเกาเฉินเฉินเข้าไปในบ้านของตัวเอง.. หลิงหยุนรู้ดีว่าเรื่องของหลิงเจิ้นนั้นใช่ว่าจะจัดการได้ในทันที คงต้องอาศัยเวลาสักพัก.. หลังจากกลับเข้าไปในบ้านแล้วเกาเฉินเฉินก็ช่วยหลิงหยุนเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ และเมื่อเห็นว่าหลิงหยุนยังมีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ เธอจึงไม่ได้เข้าไปวุ่นวาย และปล่อยให้หลิงหยุนได้อยู่ตามลำพัง –เหล่ากุ่ย..ท่านมาพบข้าที่นี่หน่อย!– และทันทีที่เหล่ากุ่ยก้าวเท้าเข้ามาหลิงหยุนก็รีบพูดธุระของตนทันที “เหล่ากุ่ย.. ท่านคงจะจำเรื่องที่ข้าต้องการก่อตั้งหน่วยข่าวกรองตระกูลหลิงได้สินะ..” “จากนี้ไปตัวเท่านเองหลิงอี๋ และหลิงชี ต้องฟังคำสั่งของเย่ซิงเฉิน ข้ามอบหมายให้นางจัดการเรื่องนี้ให้ เดี๋ยวท่านไปจัดการคุยเรื่องนี้กับนางได้เลย..” “ขอรับท่านผู้นำตระกูล!”เหล่ากุ่ยรับคำสั่งทันที หลังจากที่เหล่ากุ่ยออกไปแล้วหลิงหยุนจึงหันไปบอกกับเกาเฉินเฉินว่า “เฉินเฉิน.. ผมจะไปพบลุงสองก่อน!” แน่นอนว่าหากหลิงหยุนต้องการที่จะจัดการแก้ปัญหาภายในตระกูลหลิงคงจะไม่มีใครที่จะให้คำปรึกษาได้ดีไปกว่ามันสมองตระกูลหลิงอย่างหลิงเย่วอีกแล้ว! …. ภายในบ้านของหลิงเย่วเวลานี้มีกลิ่นชาหอมหวลอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน.. ราวกับรู้ว่าหลิงหยุนจะต้องมาพบตน..หลิงเย่วจึงได้จัดการชงชาชั้นเลิศไว้รอต้อนรับหลิงหยุนอยู่ที่ห้องรับแขกภายในบ้านบนโต๊ะชานั้น..มีซองชาสีเหลืองซึ่งภายในบรรจุใบชาสีเขียวแก่ที่มีกลิ่นหอมหวาน และดอกกล้วยไม้ที่กำลังบานส่งกลิ่นหอมจางๆ ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องรับแขกนั้นผ่อนคลายขึ้นมาก..หลังจากที่หลิงหยุนนั่งลงบนโซฟาเขาก็ยกถ้วยชาตรงหน้าขึ้นสูดดม ก่อนจะค่อยๆจิบจนหมด และวางถ้วยชาลงที่เดิม“นับเป็นชาชั้นเลิศทีเดียว!”“นี่เป็นชาต้าหงเผาที่ดีที่สุดของเขาเทียนซินลุงสองของเจ้าเก็บมานานถึงสิบสองปีเชียวนะ! วันนี้พวกเราลุงหลานจะได้ลิ้มรสชาดชาชั้นเลิศนี้ด้วยกัน!”หลิงเย่วเห็นหลิงหยุนจิบชาในถ้วยไปแล้วจึงพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม.. หลังจากที่ลุงและหลานชายนั่งคุยกันเรื่องชาอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดหลิงเย่วก็เป็นฝ่ายพูดตรงเข้าเรื่องที่อยากรู้ทันที..“หลิงหยุน..แม้เอ็ดเวิร์ดกับเจสเตอร์จะเล่าเรื่องการประลองให้ข้าฟังอยู่บ้าง แต่พวกมันดูเหมือนจะไม่เข้าใจเรื่องราวของวรยุทธมากนัก เจ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียดอีกครั้งจะได้หรือไม่”หลิงหยุนพยักหน้าและได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในสนามประลองให้หลิงเย่วฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง หลิงเย่วฟังแล้วก็ได้แต่ตกใจ และตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมกับร้องอุทานออกมาไม่หยุด..“ตื่นเต้น..น่าตื่นเต้นมากจริงๆ! คิดไม่ถึงว่าตระกูลซันกับตระกูลเฉินจะกล้าทำถึงเพียงนี้!”หลิงเย่วพูดขึ้นด้วยความรู้สึกทั้งหวาดกลัวตกใจ และโล่งใจ..“หึ..หลังจากที่รู้ความจริงแล้วว่าตระกูลหลงกับตระกูลเย่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด และเป็นผู้ใส่ไฟเช่นนี้ ก็ยากที่ข้าจะอยู่ร่วมโลกกับพวกมันได้อย่างสันติ!”หลังจากเล่าเรื่องทุกอย่างจนจบหลิงหยุนก็พูดตรงเข้าเรื่องสำคัญของตนทันที แต่หากตระกูลหลิงต้องการจะจัดการกับสองตระกูลใหญ่ในเวลานี้ ก็คงต้องเผชิญกับการสูญเสียอีกครั้งแน่..หลิงเย่วซึ่งกำลังรินชาให้หลิงหยุนอยู่ถึงกับชะงักขึ้นมาทันทีเมื่อหลิงหยุนเป็นฝ่ายพูดเรื่องราวในอดีตขึ้นมาเช่นนี้ หลิงเย่วถือกาน้ำชาค้างไว้ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ถอนหายใจออกมา และค่อยๆ รินชาลงในถ้วยต่อไป..“หลิงหยุน..ขอบอกกับเจ้าตามตรง”“ความจริงเรื่องเมื่อสิบแปดปีก่อนนั้นทั้งข้า ท่านพ่อ และน้องสามต่างก็คาดเดาไว้ในใจเช่นกันว่า ผู้ที่ทำร้ายพ่อของเจ้าและตระกูลหลิงก็คือหลิงเจิ้น!”หลิงเย่วเปิดใจพูดกับหลิงหยุนอย่างเปิดตรงไปตรงมา.. หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับตอบไปว่า“ลุงสอง.. ขอบคุณที่เปิดอกคุยกับข้าอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ความจริงข้าเองก็คาดเดาไว้เช่นนี้ตั้งแต่ต้นเช่นกัน!”“เฮ้อ..ข้าเองก็คิดอยู่แล้วว่าคงจะปกปิดเรื่องนี้กับเจ้าได้ไม่นาน!”หลิงเย่วถอนหายใจและพูดต่อว่า“ตั้งแต่เมื่อครั้งที่เจ้ากลับเข้าตระกูลหลิงคราแรก.. ข้าเองก็สังเกตเห็นท่าทีของเจ้าที่มีต่อลุงใหญ่เช่นกัน จะโกรธก็ไม่ใช่ แต่จะเย็นชาก็ไม่เชิงนัก อีกทั้งเจ้ายังดูระแวดระวังลุงใหญ่มากกว่าใครๆ ทำให้ข้าอดที่จะรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นไม่ได้!”“เอ่อ..”หลิงหยุนได้ฟังคำพูดของหลิงเย่วก็ถึงกับตกตะลึงไม่น้อยและได้แต่แอบคิดในใจว่าไม่เสียแรงที่หลิงเย่วได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมันสมองของตระกูลหลิง เพราะนอกจากจะเฉลียวฉลาดแล้ว สายตาของเขายังแหลมคม สามารถจับความผิดปกติของสีหน้าท่าทางและอารมณ์ของผู้อื่นได้อย่างละเอียดอีกด้วย..หลิงหยุนอธิบายให้หลิงเย่วฟังต่อว่าเพราะเหตุใดตนจึงสงสัยหลิงเจิ้นตั้งแต่แรก..