ตอนที่ 759
บทที่ 1189 : มันสมองตระกูลหลิง!
October 22, 2026
หลิงหยุนถึงกับตกใจไม่น้อย! “ฮ่า..ฮ่า.. ดูข้าสิ! ตื่นเต้นมากจนทำถ้วยชาแตกทีเดียว!” หลิงเย่วหยิบผ้าขนหนูบนโต๊ะขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดพร้อมกับพูดออกมาด้วยท่าทางสบายๆไม่รีบร้อน.. “หลิงหยุน..เจ้าไม่ต้องกังวลใจเรื่องของหลิงเจิ้นอีกแล้ว!” “เอาล่ะ..เรื่องที่ควรต้องพูดต้องบอกให้เจ้ารู้ ข้าเองก็บอกกับเจ้าไปจนหมดแล้ว จากนี้เจ้าจะตัดสินใจทำเช่นใด ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเองแล้ว!” หลังจากที่เก็บเช็ดทำความสะอาดโต๊ะแล้วหลิงเย่วก็จัดการรินชาลงไปในแก้วใบใหม่ พร้อมกับยกขึ้นจิบ และพูดกับหลิงหยุนต่อ.. “ขอบคุณลุงสอง!หลายวันมานี้ข้าทำให้ท่านต้องเหน็ดเหนื่อยนัก!” หลิงหยุนรู้ดีว่าตลอดสี่ห้าวันที่เขาไม่ได้กลับเข้าตระกูลหลิงนั้นหลิงเย่วไม่เพียงต้องยุ่งกับเรื่องของตระกูลซันและตระกูลเฉิน แต่ยังต้องคอยต้อนรับแขกคนสำคัญที่ทยอยเข้ามาเยี่ยมเยียนตระกูลหลิงอย่างต่อเนื่องด้วย อีกทั้งยังต้องคอยปลอบประโลมจิตใจหลิงลี่ หลิงเสี่ยว และหลิงหย่ง หลายวันมานี้เขาจึงต้องมีภารกิจวุ่นวายอย่างมากทีเดียว. “นี่เจ้าเด็กตัวแสบ..” หลิงเย่วจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับแสร้งทำน้ำเสียงดุดัน“ต่อจากนี้ไป.. ห้ามเจ้าหายตัวไปเงียบๆเช่นนี้อีก อย่าลืมว่าเวลานี้เจ้าคือผู้นำตระกูลซึ่งเป็นเสาหลักของตระกูลหลิงเรา การที่เจ้าหายตัวไปเช่นนี้ ทำให้ข้าไม่สามารถตัดสินใจได้ในหลายๆเรื่องเลยทีเดียว!” “ฮ่า..ฮ่า.. ลุงสอง! เรื่องในตระกูลหลิงทั้งหมดท่านตัดสินใจแทนข้าได้เลย เพราะทุกเรื่องที่ท่านตัดสินใจทำลงไป ล้วนแล้วแต่ต้องผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีเยี่ยมแล้ว ย่อมต้องเป็นการตัดสินใจที่ดีกว่าข้าเป็นแน่..” หลิงหยุนรีบพูดจาประจบเอาใจหลิงเย่วขึ้นมาทันที.. แต่หลิงเย่วก็เพียงแค่ยิ้มและคร้านที่จะต่อปากต่อคำกับหลิงหยุน จึงเป็นฝ่ายถามถึงแผนการที่หลิงหยุนคิดจะตระเตรียมให้กับตระกูลหลิงในวันข้างหน้าต่อไป.. “ช่างเถิด!ในเมื่อเจ้าเองก็กลับมาแล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรต้องกังวลใจอีก ว่าแต่จากนี้ไปเจ้าคิดอ่านเช่นใดงั้นรึ!” ในเมื่อเรื่องของหลิงเจิ้นก็มีทางออกแล้ว..ความกระอักกระอ่วนใจระหว่างหลิงหยุนกับสมาชิกตระกูลหลิงก็อันตธานหายไปด้วยเช่นกัน ที่เหลือก็แค่ลงมือทำเท่านั้น.. “เอ่อ..ข้าเองก็ไม่ได้วางแผนการอะไรไว้ และยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี” หลิงหยุนดูเหมือนจะมีท่าทีลังเลที่จะตอบ.. หลิงเย่วจึงยิ้มออกมาอย่างเข้าใจและพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. เจ้าคือผู้นำตระกูล เจ้าจะตัดสินใจทำเช่นใดย่อมเป็นเรื่องที่สมควร อย่าได้คิดถึงจิตใจของข้าจนไม่กล้าพูดอะไรมากนัก จะให้เกิดความรู้สึกที่ตะขิดตะขวงใจเสียเปล่า..” “ขอบคุณท่านลุงสอง..!” หลิงหยุนต้องการฟังคำพูดประโยคนี้จากหลิงเย่ว..จากนั้นจึงตัดสินใจบอกเล่าเรื่องสำคัญที่ตนได้ลงมือจัดการไปแล้วให้หลิงเย่วฟัง“เรื่องนี้ข้าเองก็เพิ่งจะสั่งเหล่ากุ่ยให้ไปจัดการแล้ว!“ตระกูลหลิงจำเป็นต้องมีหน่วยข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพอย่างน้อยหน่วยข่าวกรองของตระกูลหลิงก็จะต้องไม่ด้อยไปกว่าหน่วยข่าวกรองของตระกูลหลงกับตระกูลเย่ ข่าวคราวใดที่ตระกูลหลงกับตระกูลเย่ล่วงรู้ ตระกูลหลิงจะต้องได้รู้ด้วยเช่นกัน และจะต้องล่วงรู้ก่อนหน้าทั้งสองตระกูลด้วย..”หลิงเย่วได้ฟังจึงร้องถามขึ้นทันที“เจ้าคงจะให้องค์กรนักฆ่าช่วยฝึกฝนเรื่องนี้ให้กับนักรบตระกูลหลิงของเราให้สินะ”หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมตอบกลับไปทันที“ถูกต้อง!”หลิงเย่วได้ฟังก็ถึงกับยิ้มออกมา“เยี่ยมทีเดียว! เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ข้ากับเหล่ากุ่ยจะช่วยกันดูแลจัดการเรื่องนี้ให้ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง!”“เรื่องที่สอง..หลังจากที่เหล่าตระกูลเล็กทั้งสิบสองตระกูลยกเลิกสัญญาในธุรกิจต่างๆ กับตระกูลหลิง ธุรกิจมากมายจึงไร้คนบริหารจัดการ ตระกูลหลิงของเราจะทำเองทั้งหมดก็คงจะไม่สะดวกนัก ข้าจึงต้องการหาคนที่ไว้ใจได้มาช่วยบริหารจัดการแทน!”“ไม่ทราบว่าท่านลุงพอจะมีคนที่ไว้ใจได้หรือไม่”ระหว่างที่ไปพักอาศัยอยู่กับเย่ซิงเฉินหลายวันนั้นหลิงหยุนมักจะใช้เวลาว่างที่อยู่คนเดียวใคร่ครวญเรื่องต่างๆของตระกูลหลิง พร้อมกับคิดวางแผนไปด้วย ดวงตาของหลิงเย่วเป็นประกายขึ้นมาทันทีเขายิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับพูดกระเซ้าเย้าแหย่ไปว่า“หลิงหยุน..นักธุรกิจที่ข้ารู้จักก็ล้วนถูกเจ้าไล่กลับไปหมดแล้ว! ข้ายังจะเหลือใครที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ได้อีกเล่า”“ท่านลุงสอง..ฮ่า.. ฮ่า..”“แต่ข้าก็พอมีอยู่หนึ่งคนในใจเจ้าลองเดาดูสิ!” หลิงเย่วร้องบอกหลิงหยุนหลิงหยุนจึงพูดชื่อคนคนหนึ่งออกมาทันที“ตระกูลต่ง.. ต่งซานชวน!”“ฮ่า..ฮ่า.. เจ้าเด็กคนนี้นี่!”หลิงเย่วหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับยกมือขึ้นชี้หน้าหลิงหยุนแล้วตอบไปว่า.. “เจ้ากับข้าสมแล้วที่เป็นลุงเป็นหลานกัน! ดูเหมือนเจ้าจะล่วงรู้ความคิดของข้า ข้าเองก็นึกถึงต่งซานชวนเช่นกัน..”หลิงหยุนยกมือขึ้นเกาศรีษะด้วยความเก้อเขินแล้วจึงอธิบายให้กับหลิงเย่วฟังว่าเพราะเหตุใดตนถึงได้คิดว่าต่งซานชวนคือผู้ที่เหมาะสมที่สุด!“ลุงสอง..เท่าที่ข้ารู้มา ในวันที่เหล่านักธุรกิจมาขอยกเลิกสัญญานั้น ต่งซานชวนตั้งใจมาเยี่ยมเยียนตระกูลหลิง และได้นำเงินจำนวนเจ็ดร้อยล้านหยวนมามอบให้กับตระกูลหลิงของเรา และเงินจำนวนนี้ต่งซานชวนก็ได้มาจากการขายทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลต่ง!”หลิงหยุนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ท่านลุง.. การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างจากการหยิบยื่นความอบอุ่นให้กับคนที่กำลังหนาวเหน็บ! มิตรภาพเช่นนี้ต่างหากเล่าที่ตระกูลหลิงของเราต้องการ..”“กระทำการเช่นใด..ย่อมได้รับผลเช่นนั้น!”หลิงเย่วพึมพำออกมาพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วยกับหลิงหยุนแต่ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูลังเลใจ “เพียงแต่.. ข้าเกรงว่าคนเช่นต่งซานชวนจะไม่ยอมรับน่ะสิ!” หลิงเย่วเงยหน้าขึ้นมองหน้าหลิงหยุนพร้อมกับพูดต่อว่า“เรื่องนี้.. เจ้าเองก็น่าจะรู้ดีเช่นกัน!”