ตอนที่ 777
บทที่ 1207 : จบลงด้วยดี!
October 22, 2026
เย่เทียนสุ่ยยิ้มให้หลิงหยุนก่อนจะพูดขึ้นว่า“เจ้าไม่ต้องมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น ในเมื่อข้าบอกเจ้าไปมากมายถึงเพียงนี้ ก็คงจะไม่จำเป็นต้องปกปิดเจ้าเรื่องนี้เช่นกัน..” “ถูกต้อง..ผู้ที่ลอบสังหารเฉินจิ้งเทียนก็คือเย่เทียนตู!” ‘ยอมรับง่ายๆเช่นนี้เลยงั้นรึ!’ ก่อนที่หลิงหยุนจะถามคำถามนี้..เขายังคิดว่าเย่เทียนสุ่ยคงต้องปกปิด หรือไม่ก็คงจะเลี่ยงไม่ตอบคำถามข้อนี้ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะยอมรับง่ายๆ และไม่คิดที่จะปกปิดเช่นนี้! เย่เทียนสุ่ยพูดต่อว่า“ความจริงแล้วในคืนนั้นต้องเป็นข้าที่จะบุกไปที่บ้านตระกูลเฉิน แต่ข้าไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้ากับเจ้า จึงหาเหตุผลหลีกเลี่ยง ภารกิจนี้จึงต้องตกไปอยู่กับเย่เทียนตูแทน..” หลิงหยุนถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ“ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับข้างั้นรึ” เย่เทียนสุ่ยยิ้มพร้อมตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมา“ถูกต้อง! ครึ่งปีที่ผ่านมานั้น.. เจ้าไม่เคยพ่ายแพ้ให้แก่ผู้ใดเลย ไม่ว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าจะเป็นใครก็ตาม เจ้าก็สามารถเอาชนะได้หมด เช่นนั้นแล้วข้ายังอยากจะไปเผชิญหน้ากับเจ้าอย่างนั้นรึ!” หลังจากที่ได้ฟังคำตอบของเย่เทียนสุ่ยหลิงหยุนจึงอดที่จะถามออกไปตามตรงไม่ได้ “แล้วพวกเราสองตระกูลไม่ใช่ศัตรูกันหรอกรึ!” “ไม่..พวกเราสองตระกูลต่างก็เป็นเพียงแค่คู่แข่งกันเท่านั้น!” เย่เทียนสุ่ยอธิบายต่อว่า..“ในความเห็นของข้า.. คู่แข่งกับศัตรูนั้นแตกต่างกัน!” “ฮ่า..ฮ่า.. ตระกูลเย่ของข้ากับตระกูลหลิงของเจ้านั้น เป็นเพียงแค่คู่แข่งเท่านั้น ยังห่างไกลคำว่าศัตรูมากนัก!” “แต่การสังหารใครบางคนด้วยเรื่องส่วนตัวก็อาจนำไปสู่การต่อสู้ระดับตระกูลได้เช่นกัน..” เย่เทียนสุ่ยอธิบายต่อทันที“ดูอย่างตระกูลซัน.. หากไม่ใช่เพียงเพราะนำเรื่องส่วนตัวของเด็กหนุ่มเพลย์บอยคนหนึ่งมาเป็นเรื่องของตระกูล ตระกูลซันคงไม่ถูกเจ้าทำลายล้างจนสิ้นชื่อ และคงไม่ต้องมีจุดจบเช่นนี้!” “ส่วนตระกูลเฉิน..ข้ายิ่งไม่อยากจะพูดถึงนัก! ต้องโทษเฉินจิ้งเฉวียนกับเฉินจิ้งเทียนสองพี่น้อง พวกมันคิดว่าตนเองซุ่มเตรียมการมานานหลายปี และคิดว่าจะสามารถไต่ขึ้นมาเป็นตระกูลอันดับหนึ่งได้ในคราวเดียว..” “ต้องโทษที่ทั้งคู่ไม่มีสมอง..ต่อให้พวกมันสองตระกูลเตรียมการอีกสักยี่สิบปี ก็ไม่อยู่ในสายตาของตระกูลหลงกับตระกูลเย่!” หลิงหยุนได้แต่นิ่งฟังคำพูดของเย่เทียนสุ่ยที่พูดถึงตระกูลซันกับตระกูลเฉินราวกับตระกูลเล็กๆ แต่แล้วเย่เทียนสุยก็พูดขึ้นว่า “หลิงหยุน..ข้าว่าเวลานี้ประเทศจีนมีตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจ และแข็งแกร่งจริงๆ อยู่เพียงแค่สี่ตระกูลเท่านั้น ซึ่งก็คือตระกูลเย่ของข้า ตระกูลหลิงของเจ้า แล้วก็ตระกูลหลง และตระกูลฉิน!” “การแข่งขันระหว่างตระกูลกับความแค้นส่วนตัว ควรต้องแยกขาดจากกัน เจ้าก็ส่วนเจ้า ตระกูลก็ส่วนตระกูล ไม่ควรดึงทุกเรื่องให้กลายเป็นเรื่องระดับตระกูล ข้าหวังว่าเจ้าจะแยกแยะเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน!” “ปัญหาต่างๆก็เช่นกัน!ใช่ว่าการแก้ปัญหาจะต้องลงเอยด้วยการสังหารเข่นฆ่ากันทุกครั้งเสมอไป ยังมีวิธีอื่นที่ใช้แก้ปัญหาได้อีกมากมาย อย่างเช่นการนั่งพูดคุยเจรจากัน เหมือนอย่างที่เจ้ากับข้ากำลังทำอยู่ในตอนนี้ยังไงล่ะ!” หลิงหยุนฟังเย่เทียนสุ่ยพูดมานานในที่สุดก็อดที่จะพูดออกมาอย่างนึกขันไม่ได้ “นี่เจ้ากำลังเปิดหลักสูตรอบรมข้าอยู่งั้นรึ!” เย่เทียนสุ่ยนิ่งไปครู่หนึ่งจึงเงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนพร้อมกับตอบไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นี่เจ้าไม่รู้สึกว่าข้ากำลังเจรจาอยู่กับเจ้าหรอกรึ” หลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมา“ฮ่า.. ฮ่า.. ข้าคงเข้าใจผิดไป!” แม้หลิงหยุนจะรู้ว่าผู้ที่ลงมือสังหารเฉินจิ้งเทียนคือเย่เทียนตูแต่เขาก็รู้สึกว่าตนเองกับเย่เทียนสุ่ยนั้นกลับมีความคิดเห็นที่ใกล้เคียงกันอย่างบังเอิญ เพราะหลิงหยุนเองก็คิดเสมอว่าการแข่งขันระหว่างตระกูลไม่จำเป็นต้องทำลายอีกฝ่าย ไม่เช่นนั้นเขาไม่ต้องไล่ทำลายทุกคนตระกูลในประเทศนี้หรอกหรือ และถึงแม้หลิงหยุนจะมีศักยภาพในการทำเช่นนั้น เขาเองก็ไม่ได้อยากทำ.. “แล้วตระกูลเย่ของเจ้ามีทัศนคติต่อตระกูลหลิงของข้าเช่นใดงั้นรึ” หลิงหยุนเป็นฝ่ายถามเย่เทียนสุ่ยด้วยความอยากรู้อยากเห็น..เย่เทียนสุ่ยผายมือพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ไม่ได้มีทัศนคติใดๆต่อตระกูลหลิงทั้งนั้น ตระกูลหลิงจะผงาดขึ้นได้มากเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตระกูลหลิงเอง!”หลิงหยุนถามย้ำอีกครั้งด้วยความสงสัย“ตระกูลเย่ไม่คิดที่จะยับยั้งหรอกรึ!”เย่เทียนสุ่ยยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า“ก็ถ้าน้าหญิงของข้าไม่เห็นด้วย.. ท่านลุงสองก็คงได้แต่ทำตาปริบๆ ฮ่า.. ฮ่า..”“น้าหญิงของเจ้างั้นรึ”“เย่ชิงซิน..ตอนนี้เจ้าอาจจะยังไม่รู้จักนาง แต่ต่อไปเจ้าจะได้พบกับนางแน่!”หลิงหยุนเพียงแค่พยักหน้าและครั้งนี้เขารู้สึกประทับใจในตัวเย่เทียนสุ่ยมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะถามอะไร เย่เทียนสุ่ยก็บอกเขาตามตรงอย่างไม่อ้อมค้อม อีกทั้งยังบอกเล่าทุกเรื่องที่ตนเองรู้ออกมา เช่นนี้แล้วทั้งสองฝ่ายยังจะต้องต่อสู้กันอีกทำไมเล่าหลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับถามต่อว่า“เหตุใดเจ้าจึงยินดีเล่าเรื่องพวกนี้ให้ข้าฟัง!”เย่เทียนสุ่ยตอบกลับไปยิ้มๆ“ใช่ว่าข้าจะไม่อยากปกปิด แต่เรื่องพวกนี้ช้าเร็วเจ้าก็ต้องรู้อยู่ดี คืนนี้ข้าก็แค่ช่วยให้เจ้ารู้เร็วขึ้น จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาไปสืบ..”“นับเป็นความคิดที่ไม่เลวเลย..”หลิงหยุนเอ่ยชมเย่เทียนสุ่ยออกมาและได้แต่คิดว่าเย่เทียนสุ่ยนับว่าเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก เขาไม่เหมือนผู้ใดที่หลิงหยุนเคยพบมาจริงๆ!หลิงหยุนนิ่งไปเล็กน้อยแล้วจึงพูดต่อว่า..“เย่เทียนสุ่ย..ข้าขอบใจเจ้ามาก แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องขอเตือนเจ้าไว้ตรงนี้!”“แม้ว่าหลังจากที่ได้พูดคุยกับเจ้าข้าจะรู้สึกว่าเจ้าไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แล้วก็เป็นคนดีคนหนึ่ง แต่..”“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าชอบพี่สาวของข้า– หลิงซิ่วงั้นรึ!”“เอ่อ..เรื่องนั้น..” เย่เทียนสุ่ยคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะถามเรื่องนี้ขึ้นมาใบหน้าของเขาถึงกับแดงก่ำขึ้นมาทันทีเย่เทียนสุ่ยคิดไม่ถึงว่าจู่ๆหลิงหยุนจพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาก็ถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที..หลิงหยุนได้แต่ยิ้มและถามย้ำว่า“ว่ายังไง!”เย่เทียนสุ่ยรีบพยักหน้าและตอบกลับไปทันที “ใช่ๆ”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้าล้มเลิกความคิดได้เลย พี่หลิงซิ่วของข้าไม่ได้ชอบเจ้า เจ้าควรจะเลิกคิดเช่นนี้กับนาง!”เย่เทียนสุ่ยปฏิเสธทันทีพร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า “การชอบใครสักคนผิดตรงใหน ข้าก็แค่ชอบ แต่ไม่เคยทำอะไรเกินเลยนางเลย!”หลิงหยุนทำน้ำเสียงเหยียดหยันในขณะที่พูดขึ้นว่า“ไม่ทำอะไรเกินเลยงั้นรี”“ข้าจะบอกอะไรให้..ข้าได้สังหารหลิงห่าวสหายคนสนิทของเจ้าแล้ว!”เย่เทียนสุ่ยถึงกับผลุดลุกขึ้นยืนทันทีเขาจ้องมองหลิงหยุนอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วพูดขึ้นว่า “ข้าพอเข้าใจแล้ว.. ที่แท้เจ้าก็ฟังมาจากหลิงห่าวนี่เอง!”หลิงหยุนจ้องหน้าเย่เทียนสุ่ยพร้อมกับถามย้ำว่า“ถูกต้อง.. คราวนี้เจ้ายังกล้าพูดว่าไม่ได้ทำอะไรเกินเลยต่อพี่หลิงซิ่วของข้าอีกหรือไม่”