ตอนที่ 778
บทที่ 1208 : ไม่พบกันตั้งนาน!
October 22, 2026
หลิงหยุนมองไปรอบๆห้องทำงานของเย่เทียนสุ่ยพร้อมกับถามขึ้นว่า “นี่เจ้าขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนี้ทั้งวันทั้งคืนเลยรึ!” เย่เทียนสุ่ยหันมองไปรอบๆห้องทำงานของตนเองก่อนจะหันกลับไปตอบหลิงหยุน “มันก็ไม่ได้น่าอึดอัดนักไม่ใช่รึ ข้าไม่ชอบการต่อสู้เข่นฆ่ากันนัก ไม่กี่ปีมานี้จึงให้คนมาสร้างห้องนี้ไว้ แล้วก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องทุกวันเพื่อกลั่นกระบี่ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะสามารถก้าวหน้าได้รวดเร็วไม่น้อยทีเดียว..” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับถามต่อว่า“กระบี่ที่เจ้ากลั่นเป็นกระบี่อะไรงั้นรึ จะสามารถบอกข้าได้หรือไม่?” เวลานี้ชายหนุ่มทั้งสองคนกำลังสนทนากันเกี่ยวกับเรื่องการฝึกวิชาแต่เย่เทียนสุ่ยกลับไม่มีท่าทีอิดออด และตอบคำถามของหลิงหยุนอย่างตรงไปตรงมา “ย่อมได้!ข้ากำลังฝึกกระบี่ไท่จี๋ มันคือการกลั่นกระบี่ด้วยพลังชี่และโลหิตภายในร่างกาย เมื่อใดที่โลหิตทั่วร่างกลั่นตัวเป็นกระบี่ได้แล้ว เมื่อนั้นทุกส่วนของร่างกายก็เสมือนกระบี่แหลมคมที่สามารถควบคุมได้ด้วยใจ..” “ยอดเยี่ยมมากทีเดียว!” หลิงหยุนได้ฟังถึงกับแอบถอนหายใจและเอ่ยชมด้วยความจริงใจ ก่อนจะถามต่อว่า “แล้วเจ้าตั้งชื่อให้กับกระบี่เล่มนี้แล้วหรือยัง” เย่เทียนสุ่ยตอบหลิงหยุนไปตามตรง“มันเป็นเรื่องยาก.. ข้ายังคิดไม่ออก!” “ก็จริง..การจะหาชื่อดีๆก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ว่าแต่เวลานี้เจ้าฝึกกระบี่ไท่จี๋ไปถึงไหนแล้ว” หลิงหยุนถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น เย่เทียนสุ่ยเองก็ตอบกลับไปอย่างไม่คิดที่จะปิดบัง“เวลานี้ข้ากลั่นตัวกระบี่สำเร็จแล้ว เพียงแต่ยังไม่สามารถบังคับควบคุมกระบี่ได้..” หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่พูดออกมาอย่างนึกเสียดายแทน“เจ้าก็เลยพลาดโอกาสดีๆในคืนนี้เลยสินะ!” ความหมายของหลิงหยุนก็คือ..หากเย่เทียนสุ่ยสามารถควบคุมกระบี่ไท่จี๋ได้แล้ว ทั้งสองคนคงยากที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ในคืนนี้ไปได้ และด้วยศักยภาพของเย่เทียนสุ่ย แน่นอนว่าเย่เทียนสุ่ยย่อมจะเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์สูงสุด “ใครว่าข้าพลาดเล่า” เย่เทียนสุ่ยเข้าใจความหมายในคำพูดของหลิงหยุนได้ดีจึงตอบกลับไปว่า “ต่อให้ข้าสามารถควบคุมกระบี่ไท่จี๋ได้ ข้าก็ยังเลือกที่จะไม่เล่นตามเกมของเจ้า ในเมื่อเจ้าเป็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องข้าถึงที่นี่ จ้าเองก็คงเตรียมพร้อมมาดีเช่นกัน สมองของข้าไม่ได้ฝ่อเหมือนศัตรูของเจ้าที่คิดไม่ได้!” คำตอบของเย่เทียนสุ่ยทำให้หลิงหยุนถึงกับต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแต่แล้วก็ไม่ลืมที่จะถามเรื่องสำคัญ “ข้าได้ยินมาว่าเร็วๆนี้ตระกูลเย่ของเจ้าจะเปิดโรงประมูลชาวยุทธขึ้นใช่หรือไม่” ทันทีที่เย่เทียนสุ่ยได้ฟังคำถามประโยคนี้ของหลิงหยุนร่างกายของเขาก็ถึงกับสั่นกระเพื่อมขึ้นมาทันที และรีบลุกลี้ลุกลนถามหลิงหยุนกลับไปว่า “นี่เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร!” หลิงหยุนยิ้มให้กับเย่เทียนสุ่ยพร้อมตอบกลับไปว่า“เจ้าจะต้องตกใจไปทำไมกัน! ในเมื่อตระกูลเย่เปิดโรงประมูล ข้าก็ต้องไปประมูลของน่ะสิ!”แต่เย่เทียนสุ่ยยังคงถามกลับด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“เจ้าต้องการไปประมูลของเท่านั้นจริงๆรึ! ไม่ได้ต้องการที่จะไปก่อกวน หรือสร้างปัญหาใช่หรือไม่?!”หลิงหยุนพยักหน้าและตอบกลับไปว่า“ข้าอยากจะไปประมูลของจริงๆ ตราบใดที่ไม่มีผู้ใดหาเรื่องข้าก่อน ข้าก็จะไม่หาเรื่องผู้ใดก่อนเช่นกัน!”“เฮ้อ..เช่นนั้นก็ดี!” เย่เทียนสุ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงโล่งใจแล้วจึงถามต่อว่า “เจ้าถามเรื่องนี้ขึ้นมา ต้องการอะไรจากข้ากันแน่!”หลิงหยุนตอบยิ้มๆ“จะต้องการอะไรจากเจ้า.. ข้าก็แค่อยากรู้ว่าโรงประมูลจัดขึ้นที่ใด ก็เท่านั้นเอง!”ความจริงหลิงหยุนไม่จำเป็นต้องถามก็ได้เพราะเย่ซิงเฉินย่อมรู้ดีอยู่แล้ว แต่ในเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าเย่เทียนสุ่ย จึงอยากได้คำตอบจากปากของเขา“ที่ชานเมืองด้านตะวันออกของปักกิ่งในเขตทงโจวใกล้กับถนนวงแหวนตะวันออกที่หก เจ้าก็มองหาอาคารที่สูงที่สุดในแถบนั้น แล้วก็เข้าไปได้เลย”เมื่อหลิงหยุนยืนยันว่าจะไม่ไปสร้างปัญหาเย่เทียนสุ่ยก็มีสีหน้าโล่งใจ หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“เอาล่ะ..ในเมื่อเรื่องระหว่างเจ้ากับข้าสะสางจบแล้ว! ข้าลงไปเสี่ยงโชคหน่อยดีกว่า!”“ห๊ะ!”เย่เทียนสุ่ยร้องอุทานออกมาด้วยความงุนงงจากนั้นจึงรีบลุกขึ้นกระโดดไปดักหน้าหลิงหยุนไว้ทันที พร้อมกับพูดขึ้นว่า“หลิงหยุน..เจ้ามีจิตหยั่งรู้เช่นนี้ หากไปเล่นกับคนธรรมดาทั่วไป ย่อมต้องชนะพวกเขาอยู่แล้ว เจ้ากล้าทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้เชียวรึ!”หลิงหยุนทำสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวและตอบกลับไปทันที “มีกฏห้ามไม่ให้ผู้ที่มีจิตหยั่งรู้เล่นพนันในบ่อนของเจ้าด้วยงั้นรึ!”เย่เทียนสุ่ยถึงกับกระพริบตางงๆแต่ก็รีบตอบกลับไปว่า “มี.. ข้าตั้งกฏนี้ขึ้นมาเอง!”เย่เทียนสุ่ยนิ่งไปครู่หนึ่งจึงพูดต่อว่า“หลิงหยุน.. สิ่งที่เจ้าทำมันไม่เรียกว่าการเสี่ยงโชค แต่มันคือการปล้น! อย่าว่าแต่ข้าจะห้ามไม่ให้เจ้าเล่นที่บ่อนของข้าเลย หากเจ้าทำเช่นนี้ข้าก็จะบันทึกชื่อของเจ้าไว้ในบัญชีดำ และส่งให้บ่อนทั่วทั่้งปักกิ่งห้ามไม่ให้เจ้าเข้าไปเล่น!”หลิงหยุนได้แต่ยิ้มเจื่อนจากนั้นจึงโต้เย่เทียนสุ่ยกลับไปว่า “โม่วู๋เตาก็มีจิตหยั่งรู้ เหตุใดเจ้ายังให้เขาเล่นในบ่อนของเจ้าได้”“อ่อ..ข้ายังสังเกตเห็นว่าที่บ่อนเจ้าก็ล้วนแล้วแต่มีนักพนันที่มีเทคนิคแพรวพราวอยู่มากเช่นกัน!”เย่เทียนสุ่ยตอบกลับมาด้วยความโมโห“ที่ข้าให้โม่วู๋เตาไปเล่น ไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของเจ้าหรอกรึ! แต่ข้าก็ได้สั่งคนของข้าไว้แล้วว่าให้เขาเล่นชนะได้เงินกลับไปไม่เกินสิบแปดล้านเท่านั้น เงินเล็กน้อยเท่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อข้านัก..”“ส่วนเซียนพนันที่เจ้าพูดถึงก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ข้าจ้างมาคอยสอดส่องดูแล และแก้ไขสถานการณ์เท่านั้น!”