ตอนที่ 780
บทที่ 1210 : ตระกูลเย่!
October 22, 2026
“พี่หยุน..แล้วเรื่องของพี่หลิงซิ่วล่ะ หมอนั่นว่ายังไงบ้าง!” หลังจากที่ออกมาจากคาสิโนของเย่เทียนสุ่ยได้เพียงแค่สองสามก้าวถังเมิ่งก็ร้องถามหลิงหยุนขึ้นมาทันที และนั่นทำให้หลิงหยุนถึงกับต้องหันไปมองหน้าถังเมิ่งอยู่นานในที่สุดก็ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ “นี่นายยังจำเรื่องนี้ได้อีกรึ” หลิงหยุนได้แต่นึกทึ่งในตัวถังเมิ่งเด็กหนุ่มผู้นี้ชื่นชอบการพนันเป็นชีวิตจิตใจ และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เขาเพิ่งจะเคยได้เงินจากการเล่นพนันมากถึงยี่สิบล้าน แต่ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ก้าวเท้าออกจากประตูบ่อน ถังเมิ่งก็สามารถโยนความตื่นเต้นดีใจทิ้งไปได้ และหันมาคิดเรื่องที่ควรต้องทำแทน.. ถังเมิ่งเห็นสายตาของหลิงหยุนก็รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่จึงได้ตอบกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “อะไรกันพี่หยุน!เงินแค่ยี่สิบล้าน พี่ก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้ฉันมีเงินมากมายขนาดใหน?!” ไม่เพียงหลิงหยุนเท่านั้นที่ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วแม้แต่ถังเมิ่งเองก็เช่นกัน! เวลานี้ถังเมิ่งมีตำแหน่งเป็นถึงประธานบริษัทหลิงหยุน คอร์ปอเรชั่น ซึ่งมีทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านหยวน ฐานะของถังเมิ่งเวลานี้จึงเทียบเท่ากับประธานบริษัทใหญ่โตบริษัทหนึ่งทีเดียว! และที่สำคัญกว่านั้น..ถังเมิ่งอายุยังน้อยมากเพียงแค่สิบแปดปีเท่านั้น แต่กลับสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งในวงการธุรกิจได้รวดเร็วเช่นนี้ ทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองของผู้คนในประเทศนี้เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าบริษัทหลิงหยุน คอร์ปอเรชั่นจะไม่ใช่ของถังเมิ่ง แต่ในฐานะประธานบริษัท ถังเมิ่งก็คือผู้ที่สามารถทำธุรกรรม เซ็นต์เอกสารสำคัญ และมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องต่างๆภายในบริษัททั้งหมดได้ ถังเมิ่งในเวลานี้จึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับเงินไม่กี่สิบล้านนี้มากนัก และรู้ว่าสิ่งใดสำคัญกว่าเงินทอง.. “ไม่เลวนี่!” หลิงหยุนสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของถังเมิ่งได้อย่างชัดเจนแต่ก็ไม่ได้เอ่ยชมอะไรมากนัก และตอบกลับไปว่า “เย่เทียนสุ่ยไม่ยอมตกลง!” “อะไรนะ!” ถังเมิ่งร้องตะโกนออกมาด้วยความโมโห“ไม่ตกลังเหรอพี่หยุน หมอนี่โอหังเกินไปแล้ว.. แล้วนี่พี่หักขาของมันทิ้งหรือยัง?” “ยัง..” หลิงหยุนตอบยิ้มๆพร้อมหันกลับไปมองอาคารสูงด้านหลังทีเพิ่งเดินออกมา และพูดต่อทันที “ด้วยความสามารถของฉันตอนนี้อาจจะถล่มอาคารนี้ให้ราบเป็นหน้ากองได้ไม่ยาก แต่ก็คงไม่สามารถหักขาทั้งสองข้างของเย่เทียนสุ่ยได้!” “ห๊ะ!” ทันทีที่ได้ยินคำตอบของหลิงหยุนทั้งถังเมิ่ง ตี้เสี่ยวอู๋ และโม่วู๋เตาก็ถึงกับร้องอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ สีหน้าของทั้งสามคนบ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย.. หลิงหยุนถึงกับถอนหายใจและพูดต่อว่า “เย่เทียนสุ่ยไม่ได้แข็งแกร่งน้อยไปกว่าฉันเลย หากวันนี้ฉันกับเย่เทียนสุ่ยต้องประมือกันจริงๆ ก็ยากจะบอกได้ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะกันแน่” “นี่..เจ้านั่นแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวรึ!” โม่วู๋เตาอดรนทนไม่ได้จึงได้แต่ร้องถามออกมา.. “หากจะสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายจริงๆก็เป็นไปได้ว่าข้าอาจจะชนะเย่เทียนสุ่ยได้ เพียงแต่ว่า.. จะชนะได้อย่างสวยงามหรือไม่น่ะสิ!” “แต่หากสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายจริงๆก็ไม่แน่ว่าข้าอาจจะเอาชนะเขาได้.. แต่ก็ไม่รู้ว่าจะชนะได้อย่างสวยงามหรือไม่”หลังจากที่หลิงหยุนหันไปตอบโม่วู๋เตาแล้วเขาก็ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับถอนหายใจ แล้วจึงต่อว่า“เย่เทียนสุ่ยแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นแต่กลับเก็บยอมก้มหัวให้ข้าเช่นนี้ นับว่าคนตระกูลเย่มีความอดทนอดกลั้นอย่างหาได้ยากมากจริงๆ!”โม่วู๋เตาและคนอื่นๆ ถึงกับนิ่งอึ้งไปเมื่อได้ฟังคำพูดของหลิงหยุน แต่หลิงหยุนก็ได้บอกเล่าถึงคำสัญญาที่เย่เทียนสุ่ยได้รับปากไว้ให้กับชายหนุ่มทั้งสามคนฟัง“แต่หากวันนี้ฉันไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจฉันก็คงไม่ปล่อยเย่เทียนสุ่ยไว้เหมือนกัน..”“นับว่ายังดีที่เย่เทียนสุ่ยรับปากว่าจะเพียงแค่ชื่นชอบพี่หลิงซิ่วเท่านั้นแต่จะไม่ทำสิ่งที่ไม่ดี และเสื่อมเสียต่อพี่หลิงซิ่วโดยเด็ดขาด!” “เฮ้อ..ในเมื่อเย่เทียนสุ่ยยินยอมทุกอย่างแบบนี้ พวกนายว่าฉันจะหาเหตุผลอะไรไปมีเรื่องกับเย่เทียนสุ่ยได้อีกล่ะ!”….“นี่..พวกเจ้าเอาแต่ซุบซิบคุยกันอยู่สามสี่คน! มีสาวงามเช่นข้ามาด้วย แต่พวกเจ้ากลับไม่มีใครสนใจข้าเลย!”เซิ่งหยิงหยิงที่เดินตามหลังชายหนุ่มทั้งสี่คนออกมาจากคาสิโนแต่กลับพบว่าตนเองไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ในที่สุดก็ระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความโมโห..“เอ่อ..”หลิงหยุนหันไปมองเซิ่งหยิงหยิงพร้อมกับยกมือขึ้นเกาศรีษะก่อนจะตอบไปว่า “พวกเรากำลังคุยธุระสำคัญอยู่พอดี ก็เลยลืมนึกถึงเจ้าไปจริงๆ..”เซิ่งหยิงหยิงได้ยินว่าหลิงหยุนหลงลืมตนเองจริงๆก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น และร้องโวยวายกลับไปอย่างไม่พอใจ “พวกเจ้าทั้งหมดล้วนแล้งน้ำใจสิ้นดี!ต่อให้มีธุระสำคัญ ก็ไม่ควรละเลยความรู้สึกของผู้อื่นเช่นนี้ไม่ใช่รึ”เซิ่งหยิงหยิงเป็นเพียงแค่เด็กสาวอายุสิบแปดปีเท่านั้นการที่หลิงหยุนทำเหมือนไม่สนใจนาง และทำราวกับว่านางเป็นส่วนเกินเช่นนี้ ทำให้นางอดที่จะโมโห และน้อยใจไม่ได้..เมื่อเห็นเซิ่งหยิงหยิงดูเหมือนจะโมโหและน้อยใจจริงๆ แววตาของหลิงหยุนก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นมาทันที และหันไปพูดปลอบใจเซิ่งหยิงหยิง“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว..เจ้าไม่ควรคิดเช่นนั้น!”การเปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหันของหลิงหยุนทำให้เซิ่งหยิงหยิงถึงกับงุนงง และยิ่งสับสนขึ้นมาเมื่อหลิงหยุนพูดต่อว่า..“เจ้าเป็นหญิงสาวที่งดงามยิ่งนัก..แต่หากข้าเอ่ยชม หรือสนใจเจ้ามากเกินไป ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่พอใจต่างหากเล่า!” และคำพูดของหลิงหยุนก็นับว่าได้ผลยิ่งนัก..ความจริงแล้วรูปร่างหน้าตาของหลิงหยุนเวลานี้นั้นสามารถดึงดูดหญิงสาวได้แทบทุกคน โดยเฉพาะดวงตาคมกริบทั้งคู่ของเขา หากจ้องมองหญิงใดด้วยความเอื้ออาทร มีหรือที่หญิงผู้นั้นจะไม่อ่อนระทวย..ไม่เช่นนั้นแล้วมีหรือที่เซิ่งหยิงหยิงซึ่งเพิ่งจะสูญเงินไปกว่าหกสิบล้านจะมีแก่ใจเสนอให้หลิงหยุนพานางออกมากินข้าวด้วยเช่นนี้เซิ่งหยิงหยิงได้ฟังคำพูดเช่นนั้นของหลิงหยุนก็รู้สึกเก้อเขินนางจึงรีบหันหน้าหนี และถามขึ้นว่า “เจ้าจะพาข้าไปทานข้าวที่ใหน”หลิงหยุนรีบตอบกลับไปทันที“ข้าให้เจ้าเป็นผู้เลือก!”“ข้าเพิ่งจะมาปักกิ่งเป็นครั้งแรกยังไม่รู้จักสถานที่ต่างๆในปักกิ่งดีมากเท่าไหร่ ดึกดื่นป่านนี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะพาเจ้าไปกินข้าวที่ไหนได้บ้างจริงๆ” “เช่นนั้นก็ไปที่ซานหลี่ถุนกัน!”“ตกลง!”เซิ่งหยิงหยิงเห็นหลิงหยุนยอมตกลงง่ายดายเช่นนี้นางจึงเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ส่วนถังเมิ่งกับโม่วู๋เตาก็ได้แต่หันไปมองหน้ากันด้วยความอิจฉาริษยา ที่หลิงหยุนมักมีสาวงามมาห้อมล้อมเช่นนี้อยู่เสมอแต่หลิงหยุนนั้นไม่ได้คิดอะไรกับเซิ่งหยิงหยิงอย่างที่โม่วู๋เตากับถังเมิ่งคิดที่เขาไปกับเซิ่งหยิงหยิงนั้นก็เพื่อที่จะสอบถามเรื่องอะไรบางอย่างจากนาง และแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นเรื่องของบริษัท ชิงหยุน โปรดักชั่น!บริษัทชิงหยุน โปรดักชั่น เคยมีเรื่องกับหลิงหยุนมาก่อน แม้จะนานมากจนหลายคนก็ลืมไปแล้ว แต่หลิงหยุนไม่เคยลืมเลย..