ตอนที่ 781
บทที่ 1211 : จักรพรรดิและมังกร!
October 22, 2026
เย่เทียนสุ่ยพยักหน้ารับรู้พร้อมกับตำหนิชายชราด้วยความห่วงใย“ท่านปู่เหลย.. เหตุใดยังสูบยาเส้นพวกนี้อีกเล่า ท่านต้องดูแลเอาใจใส่ตัวเองให้มากกว่านี้!” ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้นชายชราแซ่เหลยก็ยังคงยกไปป์ในมือขึ้นสูบ.. “แค๊ก..แค๊ก..” หลังจากไออยู่สองสามครั้งแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ข้าเองก็แก่มากแล้ว คุณชายอย่าได้สนใจเลย!” จากนั้นชายชราก็ลืมตาขุ่มมัวของตนเองขึ้นมองร่างอ้วนท้วนของเย่เทียนสุ่ยก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ดูเหมือนกระบี่ในร่างของคุณชายใหญ่จะเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญอีกครั้งแล้วสินะ!ไม่นานคงจะสามารถควบคุมมันได้แล้ว..” จากนั้นชายชราแซ่เหลยก็ได้ยกมือขึ้นตบบ่าของเย่เทียนสุ่ยเบาๆแล้วจึงร้องเตือนว่า “รีบๆเข้าไป อย่าให้ท่านผู้นำตระกูลต้องรอนาน!” เย่เทียนสุ่ยพยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก จากนั้นจึงพาร่างอ้วนๆของตนหายเข้าไปภายในบ้านหลังใหญ่ทันที หลังจากที่เย่เทียนสุ่ยเข้าไปแล้วชายชราแซ่เหลยก็ถือไปป์ในมือเดินไปนั่งเฝ้าประตูบ้านตระกูลเย่ต่อ.. ชายชราผู้นี้มีนามว่าเหลยก่วงเฟิงมีทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าหน้าประตูตระกูลเย่มากว่าหกสิบปีแล้ว.. เย่เทียนสุ่ยเดินตรงเข้าไปที่สวนด้านหลังด้วยความคุ้นเคยไม่นานนักเขาก็เดินไปถึงบ้านที่เงียบสงัดหลังหนึ่งซึ่งอยู่ด้านใน “เทียสุ่ย..มาถึงแล้วรึ เข้ามาข้างในสิ!” เสียงเรียกนั้นดังมาจากสวนเล็กๆภายในบ้าน แม้น้ำเสียงของคนผู้นี้จะเบา แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจซึ่งสามารถทำให้ผู้ที่ได้ยินขนหัวลุกได้เลยทีเดียว เย่เทียนสุ่ยก้าวเท้าเข้าไปหาและทันทีที่เห็นคนผู้นั้นนั่งรออยู่ในสวนแล้ว จงรีบร้องทักทายขึ้นอย่างมีมารยาท “ท่านลุงสอง!” และชายผู้นี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาก็คือผู้นำตระกูลเย่คนปัจจุบันนามว่าเย่ชิงเฟิงนั่นเอง! เย่ชิงเฟิงเป็นชายวัยห้าสิบรูปร่างผอมบางสมส่วน จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วทั้งสองข้างเฉียงขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างหรี่เล็ก แต่ก็ไม่ได้ดูเหมือนคนที่มีจิตใจชั่วร้าย ตรงข้ามเขากลับดูเหมือนกับผู้ที่หยิ่งทะนงในศักดิศรียิ่งนัก เย่ชิงเฟิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่สีหน้าของเขานิ่งเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึก และกำลังดื่มชาด้วยท่าทีสงบนิ่ง หากดูจากนรลักษณ์ภายนอกของเย่ชิงเฟิงแล้วทุกคนจะต้องคิดเหมือนกันว่าชายผู้นี้เป็นคนมีระเบียบวินัย และยึดมั่นในกฏเกณฑ์เป็นที่ตั้ง.. เย่เทียนสุ่ยเดินเข้ามาหาเย่ชิงเฟิงด้วยท่าทางนอบน้อมเขาก้มศรีษะ และน้อมตัวลงขณะที่ยืนอยู่ตรงหน้าเย่ชิงเฟิง “ดูเหมือนเจ้าจะก้าวหน้าได้มากทีเดียว!” เย่เทียนสุ่ยรีบโค้งคำนับพร้อมตอบกลับไปว่า“ขอบคุณท่านลุงสำหรับคำชมเชย!” เย่ชิงเฟิงผายมือเป็นการเชื้อเชิญให้เย่เทียนสุ่ยนั่งลง“เจ้านั่งลงก่อน แล้วค่อยคุยกัน!” เย่เทียนสุ่ยรับรู้ได้ว่าวันนี้เย่ชิงเฟิงดูเหมือนจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษจึงรีบนั่งลงทันที..“เจ้าได้พบกับหลิงหยุนหรือไม่”ทันทีที่เย่เทียนสุ่ยนั่งลง เย่ชิงเฟิงก็ตรงเข้าเรื่องที่ต้องการจะพูดทันที!“พบ..”“เจ้าคิดเห็นเช่นใดหลังจากที่ได้พบกับเขา” “เขาไม่ใช่คนที่ข้าจะรับมือได้ง่ายๆ!”เย่ชิงเฟิงได้ฟังคำตอบของเย่เทียนสุ่ยมือที่ถือถ้วยชาก็ถึงกับชะงักทันที!“เขาอยู่ในขั้นใดแล้ว!”“ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่!”“แต่หากหลิงหยุนเปิดไพ่ในมือออกมาแม้แต่ข้าเองก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!”เย่ชิงเฟิงถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันหากแม้แต่เย่เทียนสุ่ยยังพูดเช่นนี้ เย่ชิงเฟิงก็อดที่จะสะดุดใจไม่ได้..“แล้วเจ้าจัดการเช่นใด”“ข้าไม่ได้พยายามที่ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับเขาแต่พูดคุยกับเขาอย่างเปิดอก และปล่อยให้เขาได้ทุกอย่างตามที่ต้องการไป.. ”เย่ชิงเฟิงเงยหน้าขึ้นมองเย่เทียนสุ่ยที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับถามขึ้นว่า “เจ้ากับหลิงหยุนพูดคุยกันเรื่องใดบ้าง”เย่เทียนสุ่ยจึงได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เย่ชิงเฟิงฟังตั้งแต่หลิงหยุนก้าวเข้าประตูบ่อนของตน จนกระทั่งก้าวเท้าออกไป เขาเล่าทุกคำพูดโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว..หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบเย่ชิงเฟิงที่นั่งนิ่งฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉยมาโดยตลอด ในที่สุดจึงถามขึ้นว่า“เจ้าดูไม่ออกรึว่าคืนนี้หลิงหยุนตั้งใจที่จะไปหาเรื่องกับเจ้า”เย่เทียนสุ่ยพยักหน้าหงึกๆพร้อมตอบกลับไปว่า “ไม่เลยท่านลุง! ข้าดูออกตั้งแต่แรกแล้ว และรู้ว่าหากข้าตัดสินใจผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว หลิงหยุนคงต้องถล่มบ่อนของข้าราบแน่!”“เขามาเพื่อทดสอบ..”เย่ชิงเฟิงยกมือขึ้นห้ามเย่เทียนสุ่ยให้หยุดพูดพร้อมกับแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมา“หลิงหยุนต้องการรู้ว่าตระกูลเย่ของเราแข็งแกร่งเพียงใดและต้องการทดสอบท่าทีของตระกูลเย่ที่มีต่อตระกูลหลิง..” เย่ชิงเฟิงยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัยในขณะที่พูดขึ้นว่า“นับว่าเป็นการดีที่ตระกูลเย่ของเราไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการประลองระหว่างตระกูลหลิงกับตระกูลซัน และตระกูลเฉิน! ทำให้หลิงหยุนไม่สามารถคาดเดาได้..”“หลิงหยุนกล้าแม้กระทั่งท้าทายหลงฮ่าวหลานและไม่กลัวว่าตระกูลหลงกับตระกูลเย่จะเข้าไปยุ่งกับการประลองในครั้งนี้ นับว่าเป็นเด็กที่ทึ่งไม่น้อย!”เย่เทียนสุ่ยได้แต่ยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับถามขึ้นด้วยความสงสัย “ท่านลุง.. ข้าไม่เข้าอยู่ดี ด้วยขั้นของหลิงหยุนเวลานี้ เหตุใดเขาจึงกล้ารับคำท้าประลองของสองพันธมิตรอย่างตระกูลซัน และตระกูลเฉิน หนำซ้ำยังไม่เกรงกลัวตระกูลหลงกับตระกูลเย่เช่นนี้!”“เหตุใดหลิงหยุนจึงกล้าผยองเช่นนี้!”“นั่นเป็นสิ่งที่เจ้าคิดเอาเองทั้งสิ้น!”เย่ชิงเฟิงยิ้มเล็กน้อยและคำตอบของเขาก็ทำให้เย่เทียนสุ่ยถึงกับนั่งนิ่งเป็นหิน..“นั่นเพราะหลิงหยุนมั่นใจว่าไพ่ตายอยู่ในมือน่ะสิ!”