ตอนที่ 782
บทที่ 1212 : เย่ชิงเฟิง!
October 22, 2026
ประเทศจีนกำลังจะเปลี่ยนไป! และครั้งนี้คำพูดลักษณะนี้ก็ออกมาจากปากของผู้นำตระกูลเย่อย่างเย่ชิงเฟิง! “ลุงสอง!เช่นนั้นแล้วพวกเราควรทำอย่างไรต่อไปดี” เย่เทียนสุ่ยร้องถามออกมาอย่างใคร่รู้.. “สิ่งใดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตย่อมต้องเกิดขึ้นในวันข้างหน้า!” “เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลใจไป..หน้าที่ของเจ้าคือขยันหมั่นเพียรฝึกวิชาให้มาก และกลั่นกระบี่ให้สำเร็จโดยเร็ว จะได้สามารถช่วยตระกูลเย่ของเราให้รอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้าย ที่อาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้าได้!” หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเย่ชิงเฟิงดวงตาของเย่เทียนสุ่ยก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขารีบพยักหน้าและตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ท่านลุงสอง..ข้าจะตั้งใจฝึกฝนวิชาให้มาก จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังแน่!” เย่ชิงเฟิงยิ้มออกมาก่อนจะพูดต่อว่า“รอให้เจ้าสามารถข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ในครั้งนี้ได้สำเร็จเสียก่อน จากนั้นข้าจะมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลเย่ให้กับเจ้า!” “ห๊ะ!” ครั้งนี้เย่เทียนสุ่ยถึงกับตกตะลึงยิ่งกว่าทุกครั้ง.. หลังจากที่นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่และทันทีที่ได้สติ เย่เทียนสุ่ยก็รีบระล่ำระลักถามกลับเย่ชิงเฟิงกลับไปทันที “ท่านลุงสอง..นี่ท่านล้อข้าเล่นใช่หรือไม่!” “เวลานี้ตัวท่านเองก็ไม่ได้แก่ชราอีกทั้งยังหนุ่มยังแน่น เหตุใดจึงคิดที่จะสละตำแหน่งผู้นำตระกูลเล่า!” เย่เทียนสุ่ยนิ่งไปครู่หนึ่งคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างในที่สุดก็พูดออกมาว่า“หากท่านต้องการที่จะสละตำแหน่งผู้นำตระกูลจริง เหตุใดจึงไม่ยกตำแหน่งนี้ให้กับเทียนตูที่พร้อมกว่าข้านัก เขาทั้งเก่ง และแข็งแกร่งกว่าข้าเป็นไหนๆ!” เย่ชิงเฟิงยังคงนิ่งเงียบและกำลังสังเกตสีหน้าท่าทางของเย่เทียนสุ่ยว่า คำพูดของเขานั้นออกมาจากใจจริงหรือไม่ และเมื่อพบว่าเย่เทียนสุ่ยดูเหมือนจะไม่ต้องการรับตำแหน่งผู้นำตระกูลจริงๆ เขาจึงพูดขึ้นด้วยสีหน้าพึงพอใจ “อุปนิสัยเช่นนี้คงจะสืบทอดให้กับทายาทตระกูลเย่ทุกรุ่นสินะ!เฮ้อ.. ดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดต้องการรับตำแหน่งผู้นำตระกูลเลยแม้แต่คนเดียว!” เย่เทียนสุ่ยฟังแล้วก็ได้แต่พึมพำอยู่ในใจคนเดียวเงียบๆ‘ตำแหน่งที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้ ใครอยากจะเป็นกันเล่า’ และแน่นอนว่าคำพูดเช่นนี้มีหรือที่เย่เทียนสุ่ยจะกล้าพูดต่อหน้าผู้นำตระกูลอย่างเย่ชิงเฟิง! เย่ชิงเฟิงไม่มีทางเลือกจึงได้แต่พูดออกไปว่า“เวลานี้สถานการณ์ในปักกิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว เด็กหลิงหยุนนั่นก็ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลหลิง หากเจ้าไม่ขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลเย่ ในวันประชุมเหล่าผู้นำตระกูลใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า เจ้าจะให้ข้าไปเผชิญหน้ากับเด็กนั่นด้วยตัวเองงั้นรึ!” “เอ่อ..” เย่เทียนสุ่ยถึงกับพูดอะไรไม่ออก.. เย่ชิงเฟิงสมกับเป็นผู้ที่คิดอ่านรอบคอบยิ่งนักเขาคิดไปถึงเรื่องความอาวุโสของตนเอง ซึ่งคงจะไม่เหมาะสมนัก ที่จะไปเผชิญหน้ากับหลิงหยุนผู้มีอายุน้อยกว่าในฐานะผู้นำตระกูลของทั้งสองตระกูล.. “เอาล่ะ..ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุยกันเรื่องนี้ ไว้ถึงเวลาที่เหมาะสมค่อยพูดจากันอีกครั้ง!” เย่ชิงเฟิงไม่ต้องการลงรายละเอียดในเรื่องนี้มากนักเขาเพียงแค่ต้องการบอกกล่าวให้เย่เทียนสุ่ยได้รู้ก่อนล่วงหน้าเท่านั้น เพื่อที่เย่เทียนสุ่ยจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เย่เทียนสุ่ยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกจากนั้นจึงถามขึ้นด้วยท่าทีนอบน้อม “ท่านลุงสอง.. เช่นนั้นแล้วพวกเราตระกูลเย่ควรแสดงท่าทีเช่นใดต่อตระกูลหลิง”เย่ชิงเฟิงถอนหายใจและตอบกลับไปว่า“หากตระกูลเย่ไม่ต้องการที่จะมีปัญหากับตระกูลหลิง พวกเราก็ต้องพยายามอยู่ห่างจากคนตระกูลหลิงให้มาก และคอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆเท่านั้น!”“ท่านไม่คิดอยากจะทดสอบตระกุลหลิงบ้างเลยรึ!”เย่เทียนสุ่ยถามขึ้นเย่ชิงเฟิงยิ้มเล็กน้อยและตอบกลับไปทันทีเช่นกัน “ต่อให้ข้าอยากทำ และมีแผนการที่จะทำ แต่หากน้าหญิงของเจ้าไม่เห็นชอบด้วย เจ้ายังคิดว่าข้าจะทำอะไรได้อีกเล่า”และน้าหญิงของเย่เทียนสุ่ยที่เย่ชิงเฟิงพูดถึงนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเย่ชิงซินซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ไปแอบดูหลิงหยุนประลองกับยอดฝีมือของตระกูลซัน และตระกูลเฉินในคืนนั้นนั่นเอง!เย่เทียนสุ่ยชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นด้วยสงสัย “ท่านลุงสอง! มีบางเรื่องที่ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดน้าหญิงจึงต้องดีต่อตระกูลหลิงเช่นนี้ด้วย”เย่เทียนสุ่ยนับว่าเป็นผู้ที่ฉลาดล้ำลึกยิ่งนักการที่เขาแสร้งทำเป็นโง่ และถามคำถามเช่นนี้ออกมานั้น ก็เพื่อที่จะค้นหาความจริงอะไรบางอย่าง..ด้วยฐานะของตระกูลเย่และความแข็งแกร่งของเย่เทียนสุ่ย เขาจำเป็นต้องหวาดกลัวหลิงหยุนจริงๆเช่นนั้นหรือ!คำตอบคือไม่จำเป็นเลย!แต่การที่เย่เทียนสุ่ยยอมก้มหัวให้กับหลิงหยุนถึงเพียงนี้ก็เพราะท่าทีของน้าหญิงเย่ชิงซินที่มีต่อตระกูลหลิงนั่นเอง อีกทั้งตัวเขาเองก็มีใจชื่นชอบในตัวหลิงซิ่ว! เย่เทียนสุ่ยชื่นชอบในตัวหลิงซิ่วมากและทั้งคู่ต่างก็เป็นทายาทรุ่นเล็กของสองตระกูล หากเขาตัดใจจากหลิงซิ่วโดยที่ยังไม่ทันลงมือทำอะไร ความสำเร็จก็ย่อมไม่เกิดเป็นแน่ แต่หากเขาลองพยามดู และสำเร็จขึ้นมาเล่านั่นย่อมหมายความว่า..ตระกูลเย่กับตระกูลหลิงก็จะกลายมาเป็นทองแผ่นเดียวกัน!ด้วยเหตุนี้..เย่เทียนสุ่ยจึงยืนกรานไม่ยอมรับปากหลิงหยุนว่าจะเลิกชอบหลิงซิ่ว และรีบกลับมาตระกูลเย่เพื่อสอบถามเย่ชิงเฟิงถึงท่าทีของตระกูลเย่ที่จะมีต่อตระกูลหลิงในวันข้างหน้าแต่คำตอบที่ได้หลังจากที่นั่งพูดคุยกับเย่ชิงเฟิงมานานก็คือให้รอดูท่าทีของตระกูลหลิงอยู่ห่างๆเท่านั้น! และนี่ก็เป็นสิ่งที่ตระกูลเย่ปฏิบัติต่อตระกูลหลิงมาตลอดระยะเวลาเกือบยี่สิบปี เท่ากับเย่เทียนสุ่ยไม่ได้คำตอบอะไรใหม่เลย..และนี่คืออุปนิสัยของเย่ชิงเฟิง!และเมื่อเย่ชิงเฟิงเป็นผู้เอ่ยถึงเย่ชิงซินขึ้นมาก่อนเย่เทียนสุ่ยจึงได้โอกาสที่จะถามคำถามที่เขาเองก็อยากจะรู้คำตอบมานาน แต่เย่เทียนสุ่ยกลับเพียงแค่เหลือบมอง และพูดสั้นๆว่า..“นี่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่เด็กเช่นเจ้าไม่ควรถาม!”แม้เย่เทียนสุ่ยอยากจะถามต่อแต่ในเมื่องเย่ชิงเฟิงออกปากพูดมาเช่นนี้ เขาจึงได้พยักหน้ารับคำสั่ง และถามเรื่องอื่นต่อ“ลุงสอง..ในคืนที่น้าหญิงไปแอบดูการประลองของหลิงหยุนนั้น ไม่ทราบว่าหลิงหยุนแข็งแกร่งมากเพียงใดงั้นรึ!”“เขาแข็งแกร่งมากทีเดียว!”“ความสามารถและความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ไม่เพียงสามารถคุกคามตระกูลเย่ได้ แต่ยังเป็นภัยต่อตระกูลหลงได้ด้วยเช่นกัน!”“น้าหญิงของเจ้ายังบอกด้วยว่า..ด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ เขาสามารถสังหารยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับห้าได้เลยทีเดียว!”“ห๊ะ..!”เย่เทียนสุ่ยถึงกับตกใจและได้แต่พึมพำออกมา “มิน่า.. ทันทีที่กลับมา น้าหญิงก็ได้สั่งห้ามพวกเราทุกคนไม่ให้ไปหาเรื่องหลิงหยุน และที่ดีที่สุดก็คือพยายามอย่าทำตัวเป็นปรปักษ์กับหลิงหยุน!”เย่ชิงเเฟิงไม่สามารถทำอะไรได้จึงได้แต่พูดออกไปว่า “เจ้าเองก็พยายามอย่าไปสร้างปัญหาให้กับหลิงหยุน ไม่เช่นนั้นหากเกิดเรื่องราวขึ้นมา อาจเป็นปัญหาต่อตระกูลเย่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้..”