ตอนที่ 783
บทที่ 1213 : หลงฮ่าวหลานโกรธ!
October 22, 2026
กลางดึกภายในพระราชวังต้องห้าม.. เวลาห้าโมงเย็น..เป็นเวลาที่เจ้าหน้าที่ได้ต้อนนักท่องเที่ยวที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในพระราชวังต้องห้ามออกไปจนหมดแล้ว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็จะกลับออกไปเช่นกัน ในยามค่ำคืนเช่นนี้..พระราชวังต้องห้ามที่ไม่มีแม้แต่คนคอยเฝ้า จะเงียบสงัดเช่นใดนั้นจึงยากที่จะพรรณนาออกมาได้ ในทุกๆคืน..ถึงแม้ที่หน้าประตูทางเข้าทั้งสี่จุดจะเปิดไฟสว่างไสวงดงาม แต่เนื่องจากพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก แสงไฟเหล่านี้จึงไม่สามารถส่องไปถึงด้านในของพระราชวังได้ พื้นที่ภายในพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้จึงยังคงมืดสนิท และยังเงียบสงัดมากเป็นปกติ.. เพียงแต่ค่ำคืนนี้ไม่ใช่ค่ำคืนปกติเหมือนเช่นทุกคืน.. เพราะเวลานี้..ทางฝั่งประตหวงจี๋เหมินซึ่งใกล้กับกำแพงเก้ามังกรนั้น ได้มีแสงไฟสีขาวส่องสว่างอยู่ และมีคนสามคนกำลังยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้น ชายทั้งสามที่ยืนอยู่นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นหลงฮ่าวหลาน.. หลงเทียนซิง.. และหลงเทียนฟางแห่งตระกูลหลงนั่นเอง! เวลานี้..ไม่มีพลังปราณสีเขียวคอยปกคลุมร่างของหลงฮ่าวหลานเหมือนเช่นเคย คืนนี้จึงเผยให้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของเขา คืนนี้หลงฮ่าวหลานอยู่ในชุดเสื้อคลุมยาวสีเขียวเข้มในแบบชาวจีนโบราณผมถูกปล่อยยาวผ่านใบหน้าเหลี่ยมลงมาจนถึงหน้าอก หลงฮ่าวหลานในวัยห้าสิบปีแต่กลับมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ราวกับชายหนุ่มที่มีอายุไม่ถึงสี่สิบ ผิวพรรณของเขาละเอียดลออ และขาวผ่องนวลเนียนราวกับหยก แต่ดวงตาทั้งคู่นั้นกลับบ่งบอกถึงความโกรธแค้นในใจที่ยากจะปกปิดไว้ได้ ด้านหลังของหลงฮ่าวหลานนั้นมีชายหนุ่มสองคนยืนและทั้งคู่ก็คือหลงเทียนซิงกับหลงเทียนฟาง.. หลงเทียนซิงอยู่ในชุดเสื้อคลุมยาวสีเขียวเช่นกันในปีนี้หลงเทียนมีอายุครบยี่สิบปีพอดี เขาเป็นชายหนุ่มที่มีรูปร่างผอมเพรียว คิ้วตรงเฉียงขึ้น หน้าตาหล่อเหลา ในมือถือพัดที่คลี่ออกดูราวกับเหล่าบัณฑิตในสมัยโบราณ ส่วนหลงเทียนฟางนั้นอยู่ในชุดเสื้อผ้ารัดรูปสีดำแม้ว่าอายุของเขาจะยังไม่ถึงยี่สิบปี แต่กลับมีรูปร่างสูงใหญ่ และไหล่ที่กว้างนั้นก็ทำให้เขาดูสง่าผ่าเผยยิ่งนัก แววตาดุดันเป็นประกาย.. หากหลิงหยุนมาเห็นในเวลานี้ก็จะพบว่าตำแหน่งที่หลงฮ่าวหลานยืนอยู่หน้ากำแพงเก้ามังกรนั้น เป็นตำแหน่งเดียวกับที่หลิงหยุนยืนอยู่ในตอนกลางวัน และมีมังกรทั้งเก้าพุ่งเข้าใส่ร่างของเขาอย่างไม่ตั้งใจนั่นเอง.. และไม่รู้ว่าสามพ่อลูกตระกูลหลงได้ยืนอยู่ตรงนี้มานานเพียงใดแล้ว “หึ..คิดไม่ถึงว่าตระกูลหลงเฝ้าถนอมรักษาปราณมังกรมานานกว่าหกร้อยปี แต่กลับถูกหลิงหยุนดูดซับไปเพียงในเวลาแค่ชั่วประเดี๋ยวเดียวเช่นนี้!” หลงฮ่าวหลานยืนนิ่งจ้องมองกำแพงเก้ามังกรอยู่นานในที่สุดก็เอ่ยออกมา น้ำเสียงที่ทรงอำนาจนั้นเวลานี้กลับกลายเป็นแหบแห้ง ใบหน้าบ่งบอกถึงความโกรธแค้นอย่างยากที่จะปิดบังได้ และไฟโทสะก็กำลังลุกโชนเผาไหม้จิตใจหลังจากที่กลับจากการเฝ้าดูการประลองระหว่างหลิงหยุนกับตระกูลซันและตระกูลเฉินแล้ว หลงฮ่าวหลานในฐานะผู้นำตระกูลหลง ก็ได้ออกคำสั่งห้ามทุกคนในตระกูลหลงไม่ให้ไปมีเรื่องกับหลิงหยุนโดยเด็ดขาด!หลังจากการประลองสิ้นสุดลงหลิงหยุนก็ได้หายตัวไปนานหลายวัน ส่วนตระกูลหลิงก็ต้องวุ่นวาย และยุ่งอยู่กับการจัดการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่างๆที่เกิดขึ้น ทำให้ทั้งตระกูลหลิงและตระกูลหลงต่างก็อยู่ด้วยความสงบสันติ.. แต่หลงฮ่าวหลานคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับพระราชวังต้องห้ามที่ตระกูลหลงเป็นผู้ดูแลอยู่นั่นเพราะจู่ๆ ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นเมื่อตอนกลางวันโดยหาสาเหตุไม่ได้ และทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนได้รับบาดเจ็บแต่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวนั้นทั้งหลงฮ่าวหลาน หลงเทียนซิง และหลงเทียนฟางสามพ่อลูกตระกูลหลงต่างก็ไม่ได้อยู่ในปักกิ่ง อีกทั้งผู้ที่ทำหน้าที่เฝ้าดูพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้มานานหลายปี ก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นด้วยจนกระทั่งช่วงเย็น..ผู้ที่ตระกูลหลงส่งมาคอยดูแลพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ ก็ได้รายงานความผิดปกติที่เกิดขึ้นให้กับหลงฮ่าวหลานรู้ และนั่นทำให้ทุกคนในตระกูลหลงต่างก็ตกใจอย่างมากแม้การเกิดแผ่นดินไหวภายในพระราชวังต้องห้ามครั้งนี้จะไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับผู้คนในปักกิ่งมากนักนอกจากเหล่านักท่องเที่ยว แต่กลับสร้างความตระหนกตกใจให้กับตระกูลหลงอย่างมากนั่นเพราะพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้มีความหมายและมีความสำคัญต่อตระกูลหลงยิ่งนัก!ทุกคนในตระกูลหลงต่างก็รู้ว่าภายในพระราชวังแห่งนี้ได้มีการวางค่ายกลไว้ถึงสองค่ายกลคือค่ายกลกักมังกร และค่ายกลสยบปีศาจ!และเพราะมีค่ายกลทั้งสองคอยปกป้องพระราชวังแห่งนี้ไว้นั่นเองในวันที่เกิดแผ่นดินไหวขึ้น ตัวพระตำหนักต่างๆ ภายในพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้จึงไม่สั่นสะเทือนเสียหายไปด้วยและทันทีที่ตระกูลหลงได้รับรายงานในเรื่องนี้ก็ได้ส่งคนเข้ามาสำรวจ และสืบหาสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวทันที จากนั้นจึงได้รายงานผลการสำรวจนี้ให้กับหลงฮ่าวหลานผู้นำตระกูลรู้และหลังจากที่ได้รับรายงาน..หลงฮ่าวหลานที่เคยสงบนิ่ง และมั่นใจในตัวเองอย่างมาก ก็ถึงกับต้องรีบเดินทางมาที่พระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ด้วยตัวเองในทันที ระหว่างนั้นก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการสำรวจนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมภายในพระราชวังแห่งนี้อย่างละเอียดระหว่างนั้นหลงฮ่าวหลานก็ได้สั่งลูกชายของเขาทั้งสองคนให้หยุดภารกิจที่กำลังทำไว้ก่อนและตามเขากลับไปปักกิ่งอย่างเร่งด่วน..และทันทีที่หลงฮ่าวหลานกลับถึงบ้านในปักกิ่งเขาก็ได้รับรายงานทันทีว่า เวลานี้ปราณมังกรภายในพระราชวังต้องห้ามนั้นแทบไม่เหลือแล้ว..ส่วนเรื่องที่สองนั้นก็คือ..หลังการตรวจสอบอย่างละเอียดจึงได้รู้ว่าหลิงหยุนกับเพื่อนๆรวมทั้งหมดสิบสองคน ได้เดินทางมาเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้ามในช่วงเวลากลางวัน และได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นหลงฮ่าวคุนได้รับคำสั่งจากหลงฮ่าวหลานให้มาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเองและทันทีที่พบว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็รีบรายงานเรื่องทั้งหมดให้หลงฮ่าวหลานฟังด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย หลงฮ่าวหลานได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ถึงกับโกรธจนตัวสั่น!จากนั้นจึงรีบมุ่งหน้ามาที่พระราชวังต้องห้ามทันทีและเริ่มเดินสำรวจตั้งแต่หน้าประตูไปจนทั่วทุกซอกทุกมุมของพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้แล้วหลงฮ่าวหลานก็ต้องพบว่า..ภายในพระราชวังต้องห้ามไม่มีปราณมังกรหลงเหลืออยู่เลย!