ตอนที่ 784
บทที่ 1214 : ตอบโต้กลับ!
October 22, 2026
หลงเทียนซินก้าวเท้าเดินออกไปและไปหยุดอยู่ตรงหน้ากำแพงเก้ามังกร เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับตัวมังกรบนกำแพง แล้วจึงใช้วิชาบัญชามังกรยู่หลงเจี๋วยของตระกูลหลง ตรวจหาปราณมังกรที่อยู่ภายในกำแพงเก้ามังกร ปราณมังกรจำนวนมหาศาลที่มีอายุกว่าหกร้อยปีซึ่งเคยปกคลุมทั่วทั้งพระราชวังต้องห้าม ได้ถูกหลิงหยุนดูดซับเข้าไปจนหมดไม่เหลือเช่นนี้ อย่าว่าแต่หลงฮ่าวหลานที่โกรธแค้นยิ่งนัก แม้แต่หลงเทียนซิงกับหลงเทียนฟางเอง ก็รู้สึกคับแค้นใจไม่น้อยเช่นกัน เวลานี้พ่อลูกตระกูลหลงทั้งสามคน ไม่มีผู้ใดคิดที่จะปล่อยหลิงหยุนไว้อีก! เหตุการณ์เช่นนี้ก็ไม่ต่างจากการที่สมาชิกในครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งได้ช่วยกันเพียรพยายามทำงานอย่างหนัก เพื่อเก็บหอมรอมริบทรัพย์สินเงินทองไว้ให้กับลูกหลานของตนเองต่อไป แต่จู่ๆ กลับถูกผู้อื่นขโมยไปจนหมดเช่นนี้ จะมีใครบ้างเล่าที่จะสามารถทนยอมรับได้ หลังจากที่สัมผัสดูอยู่ครู่หนึ่ง..เย่เทียนซิงก็พบว่าเวลานี้กำแพงเก้ามังกรมีเพียงความว่างเปล่า แม้เขาจะใช้วิชาบัญชามังกรยู่หลงเจี๋วยซึ่งฝึกถึงขั้นที่สี่ ก็ยังไม่สามารถค้นพบปราณมังกรจากรูปมังกรสลักบนกำแพงได้เลยแม้แต่น้อย! “เทียนซิง..เจ้าไม่ต้องพยายามอีกแล้ว! ปราณมังกรในพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ ได้ถูกดูดซับไปจนหมดแล้วจริงๆ!” หลงฮ่าวหลานเห็นความพยายามของลูกชายก็ได้ถอนหายใจออกมา พร้อมกับร้องห้ามด้วยความรู้สึกเศร้าใจ.. “ท่านพ่อ..ข้ายังไม่เข้าใจอยู่ดี! ภายในพระราชวังแห่งนี้ยังมีค่ายกลสังหารคอยปกป้องอยู่ด้วย แต่เหตุใดหลิงหยุนจึงยังสามารถดูดซับปราณมังกรทั้งหมดเข้าไปได้” หลงฮ่าวหลานถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะอธิบายให้หลงเทียนซิงฟังว่า “แม้ค่ายกลสยบปีศาจจะเป็นค่ายกลสังหารที่ล้ำเลิศยิ่งนัก แต่ก็ใช้สำหรับป้องกันเหล่าปีศาจที่จะบุกรุกเข้ามาในพระราชวังแห่งนี้เท่านั้น ค่ายกลนี้ยังสกัดกั้นจิตหยั่งรู้ของผู้บ่มเพาะพลังด้วย หากไม่ใช่ผู้บ่มเพาะจนถึงขั้นจินตันแล้ว ก็อย่าได้หวังที่จะใช้จิตหยั่งรู้สำรวจภายในพระราชวังแห่งนี้ได้เลย และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการต่อสู้ภายในพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ ไม่เช่นนั้นจะใช้เป็นที่อยู่ขององค์จักรพรรดิได้อย่างไรกัน “และการที่ค่ายกลสังหารไม่ทำงานก็เพระว่า..หลิงหยุนไม่ใช่ปีศาจจึงไม่ส่งผลต่อการทำงานของค่ายกล เพียงแค่เขามีร่างกายที่ล้ำเลิศ และน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! อีกทั้งยังมีวิชาบ่มเพาะ และสมบัติล้ำบางอย่างอยู่ในตัว จึงสามารถดูดเอาปราณมังกรทั้งหมดเข้าไปได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ค่ายกลสยบปีศาจจะทำงานได้อย่างไรกันเล่า!” หลังจากได้อธิบายถึงสาเหตุที่ค่ายกลสยบปีศาจไม่ทำงานให้กับลูกชายทั้งสองฟังแล้วหลงฮ่าวหลานก็ย้ำด้วยเสียงที่เบา แต่หนักแน่นว่า.. “แต่นับว่ายังโชคดีที่ค่ายกลกักมังกรหยางหลงแห่งนี้ไม่ได้ถูกทำลายเวลานี้ค่ายกลยังคงทำงานได้ดี และยังคงดูดซับเอาปราณมังกรทั่วเมืองปักกิ่งเข้ามากักเก็บไว้ตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นแล้วตระกูลหลงของเราคงต้องกลายเป็นตัวตลกครั้งใหญ่แน่!” ระหว่างที่พูดนั้นหลงฮ่าวหลานก็ได้ชี้ไปที่พื้นดินตรงตำแหน่งที่ตนเองยืนอยู่หลงเทียนซิงกำลังจะอ้าปากพูด แต่หลงฮ่าวหลานกลับส่ายหน้าเป็นการส่งสัญญาณห้ามไม่ให้พูด จากนั้นหลงฮ่าวหลานก็มองไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ พร้อมกับพูดขึ้นว่า.. “ในคืนวันที่14 เดือน 7 นั้น ค่ายกลกักมังกรหยินหลงที่มหาวิทยาลัยหยางจิงก็เกือบจะถูกคนทำลาย แล้วก็เป็นฝีมือของหลิงหยุนอีกเช่นเคย!” หลงเทียนซิงร้องถามขึ้นทันที“แต่ท่านลุงบอกข้าว่า.. ทันทีที่ท่านลุงไปถึงก็ได้เปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดู แต่ก็ไม่พบแม้แต่ร่องรอยของผู้บุกรุกไม่ใช่รึ! และดูเหมือนเป้าหมายของผู้ที่บุกรุกเข้าไปก็ไม่เกี่ยวข้องกับมังกรด้วย?” หลงฮ่าวหลานครุ่นคิดอยู่นานในที่สุดก็พูดขึ้นว่า “ลุงของเจ้าบอกกับข้าว่า.. ดูเหมือนผู้ที่บุกรุกเข้าไปจะต้องการพลังหยิน เพียงแต่ลุงของเจ้าเองก็คิดไม่ถึงว่าการบุกรุกครั้งนั้น จะถึงกับทำให้มังกรตกใจได้..” หลงเทียนฟางได้ฟังก็ถึงกับร้องตะโกนออกมาด้วยความโมโห“หมอนั่นมันกล้าดีเกินไปแล้ว! นี่มันคิดจะฉกฉวยทุกอย่างที่เป็นของตระกูลหลงไปเชียวรึ ดูท่ามันคงจะสะกดคำว่าตายไม่เป็นสินะ?”และคนที่หลงเทียนฟางกำลังพูดถึงด้วยความโมโหอยู่นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลิงหยุน!“เขากำลังฝึกฝนวิชาอยู่..”หลงฮ่าวหลานร้องบอกหลงเทียนฟางจากนั้นจึงหันไปมองหลงเทียนฟางพร้อมกับเตือนว่า“เทียนฟาง..แม้ในบรรดาทายาทรุ่นเดียวกับเจ้า เจ้าจะเป็นผู้ที่มีฝีมือล้ำเลิศ และแกร่งที่สุด และที่ข้าบอกว่าเจ้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิงหยุนนั้น ย่อมหมายถึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาในเวลานี้.. เพราะฉะนั้นหากเจ้าต้องเผชิญหน้ากับหลิงหยุน ก็ต้องระมัดระวังให้มาก เขายังมีไพ่ในมืออีกมากมายที่เราคาดไม่ถึงทีเดียว!”แต่หลงเทียนฟางกลับร้องตอบผู้เป็นพ่อด้วยท่าทีหยิ่งผยอง“ข้าเองก็อยากจะรู้นักว่ามันมีไพ่อะไรอยู่ในมือบ้าง”หลงฮ่าวหลานนั้นรู้ถึงความแข็งแกร่งและอุปนิสัยของลูกชายตนเองดี เขาจึงไม่พูดอะไรมาก และได้แต่คิดว่าตนเองคงจะเป็นห่วงลูกชายมากจนเกินไปหลงเทียนซิงเดินกลับมาจากกำแพงเก้ามังกรเขาเหลือบมองหลงฮ่าวหลานพร้อมกับกระซิบถามเสียงเบา “ท่านพ่อ..พวกเราจะทำเช่นไรต่อไปดี”หลงฮ่าวหลานนิ่งไปครู่หนึ่งจึงพูดผ่านกระแสจิตว่า–ช่วงนี้ตระกูลหลงของเราคงต้องเฝ้าดูสถานที่อีกสามแห่งให้ดีไม่ว่าจะเป็นค่ายกลกักมังกรหยินหลงที่มหาวิทยาลัยหยานจิง บ่อกักมังกรหลงจิงที่เป่ยซินเฉียว และใต้พระราชวังต้องห้ามแห่งนี้!-“เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นชี้ชัดแล้วว่าวิชาที่หลิงหยุนฝึกฝนอยู่นั้น ล้วนคล้ายคลึงกับตระกูลหลงของเรายิ่งนัก!”“หากพวกเรายังปล่อยให้หลิงหยุนพัฒนาจนก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆย่อมเท่ากับปล่อยให้เขาก้าวขึ้นมาเทียบชั้น หรือแม้กระทั่งเหยียบย่ำตระกูลหลงของเราในวันข้างหน้า ซึ่งข้าจะไม่มีวันยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่!”“ในเมื่อเป็นเช่นนี้..ตระกูลหลงของเราก็คงจะรอดูท่าทีของจิ้งจอกเฒ่าเย่ชิงเฟิงต่อไปไม่ได้อีกแล้ว และคงต้องเริ่มลงมือตอบโต้หลิงหยุนด้วยตัวเอง!” นับว่าหลงฮ่าวหลานมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำตระกูลหลงยิ่งนักเพียงแค่ได้เห็นหลิงหยุนประลองในคืนนั้น และเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ เขาก็สามารถวิเคราะห์หลงหยุนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ..หลงฮ่าวหลานขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมกับพูดขึ้นว่า“พวกเจ้าสองคนรู้หรือไม่ว่าก่อนการประลองราวสองสามวัน ได้มีกลุ่มคนท่าทีแปลกประหลาด ไปวนเวียนอยู่แถวบ่อกักมังกรหลงจิง..”“ข้าเพิ่งจะมาคิดได้ว่า..น่าจะเป็นฝีมือของหลิงหยุนอีกเช่นกัน! เด็กนั่นคงไม่ต้องการให้ตระกูลหลงของเรายื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการประลองในครั้งนั้น จึงได้ส่งคนไปป้วนเปี้ยนเพื่อหวังทำลายบ่อกักมังกรหลงจิง เพื่อให้ตระกูลหลงของเราวุ่นวายอยู่กับการเฝ้าบ่อน้ำแห่งนี้..”หลังจากที่คิดได้เช่นนั้นหลงฮ่าวหลานก็ถึงกับพึมพำออกมา “เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว!”หลงเทียนซิงถึงกับร้องถามขึ้นมาด้วยความตกใจ“ท่านพ่อ.. แม้แต่บ่อดักมังกรหลงจิงที่เป็นความลับ เด็กนั่นก็สามารถค้นพบด้วยรึ! เป็นไปได้อย่างไรกัน?!”