ตอนที่ 790
บทที่ 1220 : โต้เถียง!
October 22, 2026
แม้โจวเหวินอี้จะสามารถต้านทานกระบี่กังฉีของหลิงหยุนได้เป็นร้อยครั้งแต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะหลิงหยุนเพียงแค่ต้องการทดสอบเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะสังหารอีกฝ่าย ไม่เช่นนั้นหลิงหยุนคงไม่ต้องเสียจู่โจมนับร้องครั้งเช่นนี้.. ภายนอกอาจดูเหมือนว่าโจวเหวินอี้จะสามารถรับกระบี่กังฉีของหลิงหยุนได้อย่างไม่ร้อนรนแต่โจวเหวินอี้เองก็รู้แก่ใจดีว่าเมื่อครู่นั้นตนได้ใช้ความพยายามในการรับมือกระบี่กังฉีของหลิงหยุนไปมากเพียงใด และรู้แก่ใจดีว่า..หากหลิงหยุนยังคงพุ่งกระบี่เข้าจู่โจมตนเองเช่นนี้ต่อไป เขาก็คงไม่สามารถนั่งรับกระบี่ของหลิงหยุนได้อย่างสงบนิ่งอีกแล้ว และคงต้องลุกขึ้นรับมือกับหลิงหยุนอย่างจริงจัง และหากทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างเอาจริงเอาจังแม้แต่โจวเหวินอี้เองยังไม่กล้าพูดว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายแพ้ หรือว่าชนะกันแน่ นั่นเพราะเมื่อครู่หลิงหยุนเองก็เพียงแค่ยืนควบคุมกระบี่กังฉีโดยที่ยังไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเลยแม้แต่น้อย.. การที่ฝ่ายหนึ่งจู่โจมโดยไม่ขยับร่างกายส่วนอีกฝ่ายก็นั่งนิ่งตั้งรับ แต่เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวกลับสามารถจู่โจมและตั้งรับได้นับร้อยครั้งเช่นนี้ นับว่าเป็นการประมือที่ยอดเยี่ยม และตื่นเต้นไม่น้อยทีเดียว.. นี่นับเป็นการทดสอบทั้งพลังปราณและพลังจิตที่แข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย หากดูผิวเผินจะเห็นว่างทั้งคู่ต่างก็มีพลังปราณ และพลังจิตที่ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย.. แต่นั่นก็ทำให้โจวเหวินอี้ตกตะลึงได้มากพอทีเดียว! นั่นเพราะทั้งอายุและฐานะของโจวเหวินอี้นั้นเหนือกว่าหลิงหยุนหลายเท่านัก เขาไม่เพียงอายุมากกว่า แต่มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าอาวุโสของหน่วยนภา ในขณะที่หลิงหยุนเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่อายุยังไม่ถึงสิบเก้าปีด้วยซ้ำไป.. มิหนำซ้ำกระบี่กระบี่กังฉีของหลิงหยุนก็ยังเป็นกระบี่ที่สามารถจับต้องได้จริงไม่ใช่กระบี่ที่สร้างขึ้นจากพลังปราณชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น.. และจากการที่โจวเหวินอี้เพียงแค่ตั้งรับโดยไม่ตอบโต้กลับนั้นทำให้หลิงหยุนมั่นใจว่าการมาของโจวเหวินอี้ในครั้งนี้นั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อต่อสู้กับตน เขาจึงเป็นฝ่ายหยุดก่อนที่ตนเองจะได้รับความอับอาย.. “หลิงหยุน..เจ้าเสียมารยาทเช่นนี้ ยังไม่มาขอขมาท่านโจวอีกรึ” หลังจากที่นั่งกำมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อทั้งสองข้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนทั้งคู่หยุดประมือกันแล้ว หลิงลี่ก็ถึงกับแอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก และรีบร้องตะโกนบอกหลิงหยุนทันที แต่โจวเหวินอี้กลับรีบโบกมือห้ามหลิงลี่พร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชม ก่อนจะพูดขึ้นว่า “อาวุโสหลิง..ข้าโจวเหวินอี้เป็นผู้เริ่มก่อน ท่านอย่าได้ตำหนิสหายน้อยหลิงหยุนเลย!” ในยุทธภพเวลานี้..มีผู้ใดบ้างที่กล้าอาจหาญล่วงเกินโจวเหวินอี้! แต่หลิงหยุนกลับได้รับคำชื่นชมและการยอมรับจากโจวเหวินอี้.. การที่หลิงหยุนกล้าทดสอบโจวเหวินอี้เช่นนี้ไม่ใช่เพราะเขาหนุ่มแน่นแข็งแรง ไม่ใช่เพราะเขาฮึกเหิมกล้าดี และไม่ใช่เพราะเขาทำตัวเหมือนลูกโคที่ไม่เกรงกลัวพยัคฆ์ แต่เป็นเพราะหลิงหยุนนั้นมั่นใจในความแข็งแกร่งที่ตนมีต่างหาก! และนี่คือสิ่งที่โจวเหวินอี้คิด.. โจวเหวินอี้รู้ดีว่าการประมือเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงแค่การทำความรู้จักและเรียนรู้ของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น เขาเองยังไม่ได้แสดงไพ่ในมือที่มีออกมา และเขาก็เชื่อว่าหลิงหยุนเองก็เช่นเดียวกัน! หลิงหยุนก้าวเท้าเดินตรงไปข้างหน้าเขาผสานฝ่ามือพร้อมกับโน้มตัวลง และเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายโจวเหวินอี้ “หลิงหยุนยินดีที่ได้รู้จักอาวุโสโจว!” แม้หลิงหยุนจะเป็นฝ่ายทักทายโจวเหวินอี้ก่อนแต่เขากลับใช้คำว่า ‘ยินดีที่ได้รู้จัก’ แทนการใช้คำว่า ‘คาราวะ’ และนี่คือหลิงหยุนผู้ที่ไม่เคยคำนึงถึงฐานะของผู้ใดและมีความคิดว่าหากต้องการให้เขาเคารพ อีกฝ่ายก็ต้องเคารพตนด้วยเช่นกัน.. “หลิงหยุนสหายน้อย..เจ้านั่งลงก่อน แล้วค่อยคุยกัน!”โจวเหวินอี้รับคำทักทายของหลิงหยุนพร้อมกับเชื้อเชิญให้นั่งเจรจากันและหลิงหยุนก็นั่งลงระหว่างหลิงลี่กับโจวเหวินอี้..“สหายน้อยหลิงหยุน..เมื่อครู่ข้าพบว่าจิตหยั่งรู้ของเจ้ามีรัศมีที่ใกล้จะเข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่แล้ว อีกทั้งพลังจิตของเจ้าก็แข็งแกร่งยิ่งนัก มิหนำซ้ำยังมีกระบี่กังฉีที่คมกริบอย่างมาก เช่นนี้แล้วตระกูลซันกับตระกูลเฉินจะไม่พ่ายแพ้ให้แก่เจ้าได้อย่างไรกัน”ทันทีที่หลิงหยุนนั่งลงโจวเหวินอี้ก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาทันที..“อาวุโสสายตาเฉียบแหลมยิ่งนักผู้น้อยอยู่ในระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่แล้วจริงๆ!”ระหว่างที่ตอบโจวเหวินอี้นั้นหลิงหยุนก็รินชาลงในถ้วยใหักับเขา และหลิงลี่..“อายุยังน้อย..แต่กลับแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”โจวเหวินอี้เอ่ยปากชมโดยไม่ได้รู้สึกประหลาดใจจากนั้นจึงหันไปมองรอบตัวพร้อมกับพูดต่อว่า..“ตั้งแต่ข้าก้าวเท้าเข้ามาภายในสวนแห่งนี้ก็พบลูกเหล็กวางอยู่อย่างแปลกตา จึงอยากจะถามสหายน้อยว่ามันคือค่ายกลใช่หรือไม่”หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบโจวเหวินอี้ไปตามตรง“ในเมื่อยากที่จะปิดบังอาวุโสได้ ข้าก็ขอบอกตามตรงว่านี่เป็นค่ายกลเล็กๆ ซึ่งข้าสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ได้สำคัญพอที่จะให้พูดถึงนัก..”โจวเหวินอี้จ้องมองหลิงหยุนด้วยสายตาลุ่มลึกโดยไม่พูดอะไรแต่เมื่อเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้กับลูกเหล็กขนาดใหญ่โดยรอบ ก็สามารถทำให้โจวเหวินอี้ตกใจไม่น้อย..นั่นเพราะโจวเหวินอี้เองก็มีความเชี่ยวชาญเรื่องค่ายกลและฮวงจุ้ยเป็นอย่างดี เขาจึงสามารถมองออกว่าภายในสวนแห่งนี้ของหลิงลี่นั้น ได้มีการวางค่ายกลวราหกไว้ ส่วนด้านนอกนั้นก็มีการวางค่ายกลไว้ด้วยเช่นกัน..โจวเหวินอี้ได้แต่แอบทึ่งในตัวหลิงหยุน..เด็กหนุ่มอายุยังหน้อย แต่กลับสามารถฝึกฝนจนใกล้ที่จะเข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่ได้แล้ว อีกทั้งยังมีความรู้เรื่องค่ายกลลึกซึ้งอีกด้วย!เมื่อคิดได้เช่นนี้โจวเหวินอี้จึงยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะถามออกไปตามตรง “ขอถามสหายน้อยหลิงหยุน.. เจ้ามาจากที่ใด”คำถามของโจวเหวินอี้นั้นล้ำลึกและแฝงไว้ด้วยความลับที่ซ่อนอยู่..“อ่อ..ข้าเพิ่งกลับมาจากการเที่ยวชมกำแพงเมืองจีนมา แต่ได้ยินว่าอาวุโสมาเยี่ยมเยียน จึงรีบรุดกลับมาทันที!”เมื่อได้ยินคำตอบของหลิงหยุนโจวเหวินอี้ก็เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย และรู้ได้ทันทีว่าหลิงหยุนไม่ต้องการที่จะบอก จึงเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ และไม่ถามเรื่องนี้ต่อ..“ไม่ทราบอาวุโสมาเยี่ยมเยียนกะทันหันเช่นนี้เป็นเพราะมีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ!”หลิงหยุนเห็นว่าโจวเหวินอี้ยังคงจับตามองตนเองอย่างพินิจพิจารณาจึงรีบถามขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขาทันที..โจวเหวินอี้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากนัก“สหายน้อยหลิงหยุน.. ข้าบังเอิญได้ยินมาว่าในการประลองระหว่างตระกูลหลิงกับตระกูลซันและตระกูลเฉินในคืนนั้น มียอดฝีมือของหน่วยนภาเข้าร่วมประลองด้วยถึงหกคน และที่ข้ามาตระกูลหลิงก็เพื่อต้องการสอบถามถึงเรื่องนี้..”ทันทีที่ได้ยินคำตอบของโจวเหวินอี้สีหน้าของหลิงลี่ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาหันไปมองหน้าหลิงหยุน และกำลังรอฟังว่าหลิงหยุนจะตอบเช่นใด“การประลองที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพันงั้นรึ!”หลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย..“ข้าเองก็รู้ว่ายอดฝีมือเหล่านั้นเป็นคนของหน่วยนภาแต่คืนนั้นเป็นการประลองระหว่างตระกูลหลิงกับตระกูลซันและตระกูลเฉิน ในเมื่อคนของหน่วยนภายินดีเข้าร่วมประลองในครั้งนั้นเอง ตระกูลหลิงของข้าจะห้ามปรามอะไรพวกเขาได้เล่า”