ตอนที่ 791
บทที่ 1221 : เข้าร่วมหน่วยนภา!
October 22, 2026
“หลิงหยุน!” ครั้งนี้โจวเหวินอี้ไม่เรียกหลิงหยุนว่าสหายน้อยอีกต่อไปและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากเจ้าจะแก้แค้นในกับตระกูลฉินจะต้องมีผู้คนอีกมากมายในยุทธภพที่จะต้องจบชีวิต” “อาวุโส..อภัยให้ข้าด้วยหากจะต้องบอกกับท่านว่ามันคือเรื่องของเวรกรรม ทำเช่นใดย่อมได้รับผลเช่นนั้น!” โจวเหวินอี้รู้ดีว่าหากยังฝืนเจรจาต่อไปคงยากที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะได้ จึงหันไปมองหลิงลี่คล้ายจะขอให้หลิงลี่พูดอะไรสักอย่าง.. “ท่านโจว..ข้าได้บอกกับท่านก่อนหน้านี้แล้วว่า เรื่องราวทั้งภายใน และภายนอกตระกูลหลิง ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหลิงหยุน ข้าเองทำได้แค่เพียงรับฟังเท่านั้น!” หลังจากที่ปฏิเสธไปตามมารยาทแล้วในที่สุดหลิงลี่ก็ย้ำว่า “อีกอย่าง.. สิ่งที่หลิงหยุนพูดมาก็ไม่มีอะไรผิด!” โจวเหวินอี้ถึงกับยิ้มขื่นเมื่อได้ยินคำตอบของหลิงลี่..เขาถอนหายใจแรง และพูดขึ้นอย่างหมดหนทาง “เฮ้อ..อาวุโสหลิง ใช่ว่าข้าจะไม่เข้าใจความรู้สึกของสหายน้อยหลิงหยุน เพียงแต่นี่ไม่ใช่การตัดสินใจของข้าเพียงคนเดียว!” ในหน่วยนภานั้นมียอดฝีมือขึ้นพลังเหนือธรรมชาติอยู่มากกว่าร้อยคนเรื่องนี้จึงไม่ใช่การตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว.. “หลิงหยุนเข้าใจความหวังดีของอาวุโสที่มีต่อตระกูลหลิงดีและขอบคุณอาวุโสอีกครั้ง!” หลังจากที่เห็นท่าทีของโจวเหวินอี้หลิงหยุนก็รู้ได้ทันทีว่าชายชราผู้นี้เป็นคนประนีประนอม และเข้าใจความลำบากใจของโจวเหวินอี้ดี หากหลิงหยุนยอมปล่อยตัวตี๋ยั่วถังโจวเหวินอี้ก็จะพาตัวเขากลับไป และพยายามแก้ไขให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก แต่หากหลิงหยุนยืนกรานไม่ยอมมอบตี๋ยั่วถังให้เช่นนี้ ความขัดแย้งระหว่างตระกูลหลิงกับหน่วยนภาก็จะยิ่งบานปลายมากขึ้น ถึงตอนนั้นแม้แต่เขาในฐานะหัวหน้าอาวุโสก็ยากที่จะห้ามปรามเหล่าสมาชิกได้เช่นกัน.. เมื่อคิดได้เช่นนี้หลิงหยุนจึงได้หันไปพูดกับโจวเหวินอี้ว่า “อาวุโส.. หลิงหยุนขอรบกวนให้ท่านกลับไปบอกสมาชิกของหน่วยนภาด้วยว่า เวลานี้ตี๋ยั่วถังอยู่ในมือของตระกูลหลิง หากผู้ใดต้องการยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ขอให้ประเมินตนเองให้ดีเสียก่อน!” หลิงหยุนประกาศกร้าวอย่างไร้ความเกรงกลัวต่อหน่วยนภา! …. แม้ว่าหลิงหยุนจะประกาศกร้าวอย่างองอาจและแสดงจุดยืนที่มั่นคงของตนเองเช่นนั้น แต่ถ้อยคำของเขาก็เป็นไปด้วยความสุภาพ และเพียงแค่ต้องการเตือนให้ผู้ที่คิดจะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของตี๋ยั่วถัง ได้ประเมินความสามารถของตนเองให้ดีเสียก่อน.. นั่นเพราะโจวเหวินอี้ที่อยู่ต่อหน้าหลิงหยุนนั้นก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องการยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน อีกทั้งโจวเหวินอี้ยังมีฐานะเป็นถึงหัวหน้าอาวุโสของหน่วยนภา หลิงหยุนจึงต้องใช้คำพูดที่ให้หน้าเขาด้วยเช่นกัน! อีกทั้งโจวเหวินอี้ก็ได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าไม่ได้มีประสงค์ร้ายกับตระกุลหลิง! หากเป็นที่จิงฉูหลิงหยุนอาจไม่จำเป็นต้องรักษาหน้าใครเช่นนี้เพราะที่จิงฉูหลิงหยุนก็คือหลิงหยุน! แต่ที่นี่คือปักกิ่งซึ่งแตกต่างจากจิงฉู..ปักกิ่งนั้นซับซ้อนกว่าจิงฉูมากนัก และที่นี่หลิงหยุนคือตัวแทนของตระกูลหลิง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดลงไป เขาจึงต้องคิดเผื่อตระกูลหลิงด้วย! ถึงแม้ว่าเวลานี้ตระกูลหลิงจะมีกองกำลังที่ค่อนข้างแข็งแกร่งและการป้องกันที่แข็งแรงมากพอ แต่ก็ยังห่างไกลคำว่าสูงสุดอยู่มาก! ดังนั้น..หากตระกูลหลิงสามารถอยู่ได้โดยไม่มีผู้ใดกล้ามาก่อกวนเช่นนี้ไปได้เรื่อยๆ ก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อเสถียรภาพของตระกูลหลิงมากยิ่งขึ้นถ้าคุณทำบาปต่อหน้าโจวเหวินอี้จริงๆและคุณไม่ได้เป็นอันตรายต่อตระกูลหลิงนั่นไม่ใช่ว่ากลุ่มสกายทั้งหมดจะผลักดันไปยังค่ายของฝ่ายตรงข้ามของตระกูลหลิงและหากหลิงหยุนสร้างความไม่พอใจให้กับโจวเหวินอี้ก็เท่ากับสร้างความเสียหายให้กับตระกูลหลิงด้วยเช่นกัน เพราะนั่นย่อมหมายถึงการผลักให้เหล่าสมาชิกทั้งหมดของกลุ่มนภา ไปเป็นฝ่ายตรงข้ามกับตระกูลหลิงด้วยเช่นกัน!และสีหน้าของหลิงลี่เวลานี้ก็บ่งบอกชัดเจนว่าไม่ต้องการให้หลิงหยุนสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับโจวเหวินอี้ เขาต้องการให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาหาทางออกอย่างใจเย็น เพื่อให้สถานการณ์ไม่บานปลายเป็นเลวร้ายมากจนเกินไป และต่างฝ่ายต่างก็จะได้มีทางเดิน..แต่หลังจากที่ได้ฟังคำประกาศกร้าวของหลิงหยุนแม้แต่หลิงลี่เองยังถึงกับสะดุ้ง และโจวเหวินอี้ก็ถึงกับตกใจ แต่ทั้งคู่ต่างก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมา..ทางด้านหลิงหยุนหลังจากที่ประกาศเจตจำนงค์ที่แน่วแน่ของตนเองออกไปแล้วเมื่อเห็นว่าชายชราทั้งสองคนยังคงนิ่งเงียบ จึงได้จัดการรินชาลงในถ้วยให้กับคนทั้งคู่..โจวเหวินอี้เห็นท่าทีเช่นนั้นของหลิงหยุนก็ได้แต่คิดในใจว่านี่ไม่ต่างจากการตบหัวแล้วลูบหลังเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่ได้ห้ามปราม หรือขัดขวางหลิงหยุน เขาเพียงแค่ถอนหายใจ แล้วยกถ้วยชาขึ้นดื่มแทน..“เอาล่ะ..ในเมื่อสหายน้อยหลิงหยุนยืนกรานเช่นนั้น ข้าโจวเหวินอี้ก็ไม่มีอะไรจะกล่าวอีก!” ในที่สุดโจวเหวินอี้ก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายประนีประนอม..หลิงหยุนผ่อนไหล่ที่เกร็งอยู่ของตนลงทันทีจากนั้นจึงยกถ้วยชาตรงหน้าขึ้นดื่ม แล้วพูดกับโจวเหวินอี้ว่า“หลิงหยุนขอบคุณอาวุโสที่เข้าใจ!”โจวเหวินอี้เงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนพร้อมกับตอบไปว่า“เจ้าเข้าใจ หรือไม่เข้าใจ ผลก็ต้องเป็นเช่นนี้ไม่ใช่รึ!”หลิงหยุนไม่ตอบและเพียงแค่ยิ้ม..หลิงลี่จึงพูดแทรกขึ้นมาทันที“ท่านโจว.. หากข้าจำไม่ผิด เมื่อสิบแปดปีก่อน ท่านก็เคยมาเยี่ยมเยียนตระกูลหลิงของข้าครั้งหนึ่งไม่ใช่รึ”โจวเหวินอี้กับหลิงลี่นั้นมีวัยใกล้เคียงกันความอาวุโสจึงนับได้ว่าเท่าเทียมกัน คำพูดคำจาของเขาที่พูดกับโจวเหวินอี้ จึงค่อนข้างแตกต่างจากคำพูดของหลิงหยุนที่ใช้พูดกับโจวเหวินอี้ “ท่านหลิง..ท่านกล่าวได้ถูกต้อง! ข้าเคยมาตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อนจริงๆ!”หลิงหยุนถึงกับใจสั่นเมื่อคิดได้ว่าหรือการมาของโจวเหวินอี้ในครั้งนั้น จะนำพาตระกูลหลิงให้พบกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เมื่อสิบแปดปีก่อน!ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นหลิงหยุนก็ได้ยินหลิงลี่พูดขึ้นว่า“แต่ไม่ว่าครั้งนี้ท่านโจวจะมาตระกูลหลิงด้วยเรื่องอะไรก็ตามแต่ คงต้องอยู่ทานอาหารร่วมกันก่อนจึงจะกลับได้!”โจวเหวินอี้หัวเราะออกมาพร้อมตอบกลับไปว่า“ฮ่า.. ฮ่า.. ข้าเองก็ตั้งใจที่จะมาทานอาหารที่นี่อยู่แล้ว!”“นับเป็นเรื่องที่ดี!”ทันทีที่ได้ยินโจวเหวินอี้ตอบตกลงหลิงลี่ก็รีบร้องสั่งพ่อครัวให้เตรียมเสริฟอาหารทันที..ความจริงแล้วทันทีที่โจวเหวินอี้ก้าวเท้าเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลหลิงหลิงลี่ก็ได้สั่งให้พ่อครัวจัดเตรียมอาหารไว้ก่อนล่วงหน้า และนี่ก็ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว พ่อครัวจึงได้เตรียมอาหารเสร็จ และพร้อมนำขึ้นโต๊ะทันทีและเวลานี้บนโต๊ะก็เต็มไปด้วยอาหารร้อนเย็นและเหล้าชั้นดี!“ดื่ม!”“ดื่ม!”หลิงหยุนในฐานะที่อายุน้อยที่สุดทำหน้าที่รินเหล้าเหมาไถซึ่งเก็บมานานหลายปีของหลิงลี่ลงในถ้วยให้กับอาวุโสทั้งสอง จากนั้นทั้งสามคนก็เริ่มดื่มกินพร้อมกับพูดคุยกันไปด้วย..