ตอนที่ 792
บทที่ 1222 : ผูกมิตร!
October 22, 2026
หลังจากดื่มให้กับโจวเหวินอี้สามจอกแล้วหลิงลี่ก็วางถ้วยเหล้าลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ท่านโจว..ในเมื่อท่านมีน้ำใจให้ตระกูลหลิงเข้าร่วมหน่วยนภาเช่นนี้ ข้า – หลิงลี่แม้จะไม่ใช่ผู้ที่มีพรสวรรค์นัก แต่ก็ยินดีที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของหน่วยนภาเช่นกัน!” “ช้าก่อน..ช้าก่อน..” โจวเหวินอี้ฝืนยิ้มออกมาในระหว่างที่จ้องมองหลิงลี่เขาวางถ้วยเหล้าในมือลง แล้วจึงพูดกับหลิงลี่ไปว่า “ท่านหลิง..คิดไม่ถึงว่าจนป่านนี้ท่านก็ยังคงใจร้อนไม่เปลี่ยนแปลง!” หลิงหยุนเองก็หันไปมองหลิงลี่เช่นกันและคิดไม่ถึงว่าหลิงลี่จะให้ความสำคัญกับหน่วยนภาถึงเพียงนี้.. หลังจากที่ถูกโจวเหวินอี้ปฏิเสธความต้องการของตนกรายๆเช่นนี้หลิงลี่จึงได้แต่หันไปมองหลิงหยุนด้วยสีหน้าผิดหวัง แล้วพูดกับหลิงหยุนว่า “หลิงหยุน..ปู่ต้องการเข้าเป็นสมาชิกของหน่วยนภา เจ้าเองก็ได้รับสิทธิ์ให้คัดเลือกคนได้ถึงหกคน เจ้าช่วยปู่ไม่ได้เชียวรึ!” หลิงหยุนหันไปยิ้มให้กับหลิงลี่พร้อมกับพูดขึ้นว่า“ท่านปู่.. ท่านก็อายุมากแล้ว! นี่ท่านปู่คิดจะแก่งแย่งกับเด็กๆอย่างพวกเราจริงๆงั้นรึ!” หลิงลี่จ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับใคร่ครวญตามจากนั้นจึงหันไปมองหน้าโจวเหวินอี้ที่ยังคงนิ่งเงียบ ในที่สุดก็ยกถ้วยเหล้าขึ้นกระดกเข้าปาก แล้วจึงหันไปพูดกับหลิงหยุนอีกครั้ง.. “คนแก่อย่างข้าก็ต้องการทำเพื่อชาติบ้านเมืองบ้างไม่ได้รึเหตุใดจึงต้องถูกปฏิเสธด้วย?!” หลิงหยุนยิ้มให้หลิงลี่พร้อมกับพูดปลอบใจ“ท่านปู่.. หากท่านต้องการทำเพื่อชาติบ้านเมืองจริงๆ ย่อมไม่ใช่ปัญหา! เพียงแต่การคัดคนเข้าร่วมในหน่วยนภา พวกเราจำเป็นต้องปรึกษาหารือกันเสียก่อน..” จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปทางโจวเหวินอี้พร้อมกับพูดขึ้นด้วยความซาบซึ้งใจ “อาวุโส.. ผู้น้อยหลิงหยุนขอบคุณอาวุโสที่มีน้ำใจต่อตระกูลหลิงเช่นนี้!” โจวเหวินอี้พยักหน้าพร้อมกับหัวเราะออกมาแต่กลับไม่ตอบอะไร.. เวลานี้หลิงหยุนไม่ใช่เด็กหนุ่มที่เพิ่งมาถึงปักกิ่งและไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร.. เพราะในระหว่างห้าวันที่เขาได้อยู่กับเย่ซิงเฉินตามลำพังนั้น หลิงหยุนก็ได้ล่วงรู้ข้อมูลความลับมากมายของประเทศนี้ และหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของหน่วยนภา.. ปัจจุบันประเทศจีนเข้าสู่ยุคที่เจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้าอย่างมาก ขอบเขตความรับผิดชอบของหน่วยนภาจึงต้องขยายกว้างขึ้นตามไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันจำนวนสมาชิกกลับร่อยหรอลงไป.. หากจะมองอีกด้าน..การที่โจวเหวินอี้จงใจหาเหตุผลบีบให้หลิงหยุนต้องเข้าร่วมกับหน่วยนภานั้น ความจริงแล้วก็เพื่อหาหนทางให้หลิงหยุน และตระกูลหลิงได้รับสิทธิพิเศษในการได้รับทรัพยากรวสำหรับใช้ในการฝึกฝนวิชานั่นเอง อีกทั้งยังให้ถึงหกคนเลยทีเดียว.. หลิงหยุนเองก็คิดที่จะตอบแทนเหล่าสมาชิกตระกูลหลิงที่ขยันฝึกฝนวิชากันอย่างไม่ย่อท้อเช่นกันเพราะสำหรับตระกูลหลิงแล้ว นอกเหนือจากค่ายกลหลุมพลังที่เขาสร้างขึ้นภายในคฤหาสน์ตระกูลหลิง กับต้นหลิวเทวะวิญญาณแล้ว ตระกูลหลิงก็ไม่มีทรัพยากรอื่นที่จะสามารถช่วยในการฝึกฝนได้เลย.. ทรัพยากรต่างๆล้วนจำเป็นต่อการฝึกวิชาของเหล่าสมาชิกตระกูลหลิงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรล้ำค่า โอสถประเภทต่างๆ และยังอีกมากมายหลายอย่าง ทรัพยากรเหล่านี้ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดี.. ผลประโยชน์มากมายมหาศาลเช่นนี้มีหรือที่หลิงหยุนจะปฏิเสธ ในเมื่อโอกาสมาถึงที่เช่นนี้ หลิงหยุนจึงไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมกับหน่วยนภา.. หลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่ในที่สุดโจวเหวินอี้ก็หันไปพูดกับหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “หลิงหยุน.. ตามกฏของหน่วยนภานั้น จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องความแค้นส่วนตัวของเหล่าชาวยุทธ ตราบใดที่เรื่องนั้นไม่เกี่ยวพันไปถึงความมั่นคงของชาติ หรือเกี่ยวพันกับเรื่องของชาติบ้านเมือง หน่วยนภาของเราก็มักจะทำหลับหูหลับตาไป..” “แต่เมื่อตัดสินใจเข้าร่วมหน่วยนภาอย่างเป็นทางการแล้วคนผู้นั้นย่อมต้องอยู่ภายในคำสั่งของรัฐ ตราบใดที่รัฐมีคำสั่งออกมา เจ้าจำต้องทิ้งภารกิจทุกอย่างไว้ข้างหลัง และออกปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติทันที!” จากนั้นโจวเหวินอี้ก็จ้องหน้าหลิงหยุนนิ่งก่อนจะย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เจ้าเข้าใจหรือไม่” หลิงหยุนพยักหน้าและตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ผู้น้อยเข้าใจดี!” เมื่อได้ฟังคำยืนยันหนักแน่นของหลิงหยุนโจวเหวินอี้จึงพูดต่ออย่างอารมณ์ดี “เอาล่ะ.. แม้ว่าหน่วยนภาจะสูญเสียยอดฝีมือไปถึงหกคน แต่ก็กำลังจะได้ยอดฝีมือมาเสริมอีกหกคนเช่นนี้ ข้าคงต้องกลับไปอธิบายให้กับทุกคนฟัง..” “ดื่ม..ดื่ม..” ทั้งสามคนนั่งดื่มกันจนถึงเวลาบ่ายโมงครึ่งในที่สุดโจวเหวินอี้ก็ขอตัวกลับ หลิงหยุนกับหลิงลี่ลุกขึ้นจะเดินออกไปส่งพร้อมกัน แต่โจวเหวินอี้กลับยกมือขึ้นห้ามหลิงลี่ไว้พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ท่านหลิง..ท่านไม่ต้องไปส่งข้าหรอก! ข้าอยากให้หลิงหยุนพาข้าเดินชมบ้านก่อนกลับเสียหน่อย ท่านคงไม่ตำหนิใช่หรือไม่” หลิงลี่หันไปมองหลิงหยุนพร้อมกับสั่งว่า“ถ้าเช่นนั้นหลิงหยุนเจ้าก็ไปส่งท่านโจวแทนข้าด้วย..” แล้วจึงหันไปพูดกับโจวเหวินอี้ว่า“ท่านโจว.. วันหน้าหากมีเวลา ก็แวะมาเยี่ยมเยียนตระกูลหลิงได้ทุกเมื่อ!” “ข้าต้องมารบกวนท่านหลิงอีกแน่ฮ่า.. ฮ่า..” จากนั้นหลิงหยุนจึงเดินนำโจวเหวินอี้เข้าไปยังสวนชั้นที่แปดของคฤหาสนต์ตระกูลหลิงระหว่างนั้นโจวเหวินอี้ก็ได้สอบถามหลิงหยุนผ่านทางกระแสจิต–หลิงหยุน..ในคุกใต้ดินนอกจากจะมีตี๋ัยั่วถังแล้ว เจ้ายังขับผู้ใดไว้อีกงั้นรึ!-หลิงหยุนเคยจับศัตรูของตนมากมายหลายคนมาขังไว้ที่คุกใต้ดินแห่งนี้แต่เกือบทั้งหมดก็ได้ถูกหลิงหยุนสังหารตายไปแล้ว เหลือเพียงแค่นักบวชเลี่ยยื่อแห่งเขาหลงหู่กับตี๋ยั่วถังแห่งสำนักกระบี่เทียนซานเท่านั้น..หลิงหยุนตอบโจวเหวินอี้กลับไปโดยไม่คิดที่จะปิดบัง“ถูกต้องแล้ว.. ยังมีนักบวชเลี่ยยื่อแห่งสำนักเขาหลงหู่อีกคน!” โจวเหวินอี้ได้ฟังคำตอบของหลิงหยุนก็ได้ยกนิ้วขึ้นลูบไล้คิ้วของตนเอง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เบา“เจ้าจับเขามาขังไว้นานเลยสินะ..!”“ดูเหมือนอาวุโสคงจะรู้เรื่องราวของผู้น้อยตั้งแต่เมื่อครั้งที่อยู่จิงฉูเลยทีเดียว!”หลิงหยุนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบและไม่ได้นึกแปลกใจ เพราะโจวเหวินอี้เป็นถึงหัวหน้าอาวุโสของหน่วยนภา หากไม่รู้เรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ก็คงน่าขัน!ในเมื่อหลิงหยุนเองก็ตกปากรับคำที่จะเข้าร่วมในหน่วยนภาแล้วเขาจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรโจวเหวินอี้อีก“เป็นเพราะคนของสำนักเขาหลงหู่บุกมาหาเรื่องข้าถึงที่บ้านก่อนข้าจึงจำเป็นต้องสั่งสอนพวกมัน!”โจวเหวินอี้เหลือบมองหลิงหยุนตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ก็ใครใช้ให้เจ้ามีสมบัติล้ำค่าในตัวมากมายเช่นนั้นเล่า การที่เหล่าชาวยุทธจะรู้สึกอิจฉาเจ้าบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่รึ?”หลิงหยุนได้ยินคำพูดของโจวเหวินอี้จึงตอบกลับไปว่า “ผู้น้อยหวังว่าอาวุโสจะไม่อิจฉาข้าเช่นคนอื่นๆ!”แต่โจวเหวินอี้กลับยิ้มและตอบกลับไปว่า “ข้าเองก็อิจฉาเจ้าเช่นกัน เพียงแต่ข้ารู้ว่าการตัดสินใจเป็นศัตรูกับเจ้า นับเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลามากต่างหากเล่า!”หลิงหยุนได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับรำพึงรำพันว่า“อาวุโสล้อข้าเล่นอีกแล้ว!”จากนั้นน้ำเสียงของโจวเหวินอี้ก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันทีในขณะที่เตือนหลิงหยุนว่า“หลิงหยุน.. กระบี่เทียนชี่ของสำนักเขาหลงหู่นั้นล้ำลึกยิ่งนัก! หลังจากที่ได้ให้บทเรียนไปพอควรแล้ว เจ้าก็อย่าได้ทำให้เป็นเรื่องใหญ่นัก ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดผลเสียต่อเจ้าได้..”หลิงหยุนได้แต่นึกซาบซึ้งใจในความเป็นห่วงเป็นใยของโจวเหวินอี้จึงตอบกลับไปว่า“ขอบคุณอาวุโสที่ชี้แนะ! เรื่องจะบานปลายใหญ่โตหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสำนักเขาหลงหู่เอง!”จากนั้นโจวเหวินอี้ก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางคุกใต้ดินตระกูลหลิงพร้อมกับถามขึ้นว่า “เจ้ามั่นเพียงใดว่าแวมไพร์เหล่านั้นจะไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศของเรา”หลิงหยุนตอบกลับไปอย่างมั่นใจ“ผู้น้อยรับรองได้..”“ถ้าเช่นนั้นก็ดี!”จากนั้นทั้งคู่ก็เดินผ่านสวนชั้นที่หกซึ่งหลิงหยุนปลูกต้นหลิวเทวะวิญญาณไว้แต่ครั้งนี้กลับไม่พบอีกาทองคำเกาะอยู่เหมือนเช่นเคย..“ต้นหลิวนี่..”โจวเหวินอี้พูดได้เพียงเท่านั้นก็นิ่งไปจนหลิงหยุนต้องถามขึ้นว่า “ไม่ทราบอาวุโสต้องการบอกอะไรข้างั้นรึ!”แต่โจวเหวินอี้กลับส่ายหน้าและหันไปยิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับพูดเพียงแค่สั้นๆว่า “ยินดีด้วย!”“ขอบคุณอาวุโส!”ทั้งสองคนต่างก็พูดตอบโต้กันเพียงแค่สั้นๆแต่ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจความหมายของกันและกันดี..โจวเหวินอี้ถอนหายใจออกมาพร้อมกับรำพึงรำพันเสียงเบา“ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลิงนับว่ามีพลังชีวิตที่ทรงพลังยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังชีวิตธาตุไม้..ระหว่างที่เดินตรงไปยังสวนชั้นที่ห้านั้นโจวเหวินอี้ได้เอ่ยกับหลิงหยุนผ่านทางกระแสจิตว่า–เมื่อใดที่เจ้าเข้าร่วมกับหน่วยนภาอย่างเป็นทางการแล้วข้าจะเล่าความลับเมื่อสี่สิบปีก่อนให้เจ้าฟัง!-“เล่าตอนนี้ไม่ได้รึ!”หลิงหยุนถามขึ้นด้วยความอยากรู้“ไม่ได้!” และทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่สวนชั้นที่ห้าซึ่งหลิงหยุนปลูกสมุนไพรหายากไว้มากมายนั้น โจวเหวินอี้ก็ถึงกับร้องอุทานด้วยสีหน้าตกตะลึงไม่น้อย“นี่เจ้าปลูกเองทั้งหมดเลยงั้นรึ”