ตอนที่ 794
บทที่ 1224 : ถ่ายทอดวรยุทธ!
October 22, 2026
เมื่อออกมาจากบ้านของหลิงลี่หลิงหยุนก็ได้ไปหาหลิงซิ่วที่ห้อง แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป หลิงหยุนก็พบว่าทั้งถังเมิ่ง ตี้เสี่ยวอู๋ โม่วู๋เตา หลิงซวี่ หนิงหลิงยู่ และฉีเสี่ยวชิง ทุกคนต่างก็มารวมตัวกันอยู่ภายในห้องหลิงซิ่วทั้งหมดแล้ว.. “หลิงหยุน..เจ้าน่าจะจัดการตาเฒ่านั่นซะ!” หลิงหยุนเหลือบมองโม่วู๋เตาที่เอาแต่จะยุยงให้เขามีเรื่องกับผู้คนไปทั่วพร้อมกับถอนหายใจและตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม.. “เหตุใดข้าต้องทำร้ายผู้ที่นำผลประโยชน์มหาศาลมาให้ข้าถึงที่บ้านด้วยเล่า!” จากนั้นหลิงหยุนจึงนั่งลงและเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนฟังตั้งแต่ต้นจนจบ และท้ายที่สุดหลิงหยุนก็พูดขึ้นว่า “ความจริงเรื่องจำนวนคนเป็นเพียงข้ออ้างของโจวเหวินอี้ที่จะมอบทรัพยากรในการฝึกวิชาให้กับตระกูลหลิงนั่นเอง..” “คิดไม่ถึงว่าตาเฒ่านั่นจะเป็นคนดีถึงเพียงนี้..”โม่วู๋เตาส่ายหน้าพร้อมกับพึมพำออกมา หลิงหยุนไม่สนใจโม่วู๋เตาอีกและหันไปพูดกับทุกคนในห้องว่า “ไว้วันหลังพวกเราค่อยหาเวลาไปเที่ยวพระราชวังฤดูร้อน และเขาเซียงซานใหม่!” หลังจากนั้นหลิงหยุนก็หันไปสั่งตี้เสี่ยวอู๋กับหนิงหลิงยู่ให้ตามตนเองออกไปข้างนอกทุกคนต่างก็รู้ดีว่าทั้งตี้เสี่ยวอู๋และหนิงหลิงยู่นั้นกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งก็คือการพัฒนาเข้าสู่ขั้นต่อไปนั่นเอง จึงไม่มีใครสนใจทั้งสามคนที่กำลังเดินออกไป มีเพียงฉีเสี่ยวชิงเท่านั้นที่จ้องมองคนทั้งสามเดินออกไปแววตากระตือรือร้นปรากฏขึ้นในดวงตาคู่งามของฉีเสี่ยวชิงวูบหนึ่ง แล้วจึงดับลงอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงไว้อย่างมิดชิด.. แต่ถึงกระนั้นท่าทีที่เปลี่ยนไปของฉีเสี่ยวชิงเมื่อครู่ก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาอันแหลมคมของหลิงซิ่วไปได้.. ตั้งแต่ที่ฉีเสี่ยวชิงมาพักอยู่ในบ้านตระกูลหลิงหลายวันมานี้หลิงซิ่วก็เป็นผู้ดูแลนางมาโดยตลอด ทำให้รู้จักนิสัยใจคอของฉีเสี่ยวชิงได้ดีว่า หญิงสาวผู้นี้เป็นคนเฉลียวฉลาด แต่ก็ดื้อรั้นยิ่งนัก ถึงแม้นางจะเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน แต่ก็ไม่เคยรู้สึกต่ำต้อย มิหนำซ้ำยังค่อนข้างมีความเคารพในตัวเองสูงมากด้วย นับว่าเป็นเด็กสาวที่น่าสนใจในความรู้สึกของหลิงซิ่วมาก! แม้กระทั่งเมื่อวานที่หลิงหยุนซื้อนาฬิกาPatek Philippe ซึ่งมีราคาแพงหูฉี่ให้นั้น ฉีเสี่ยวชิงกลับหยิบขึ้นมาดูเพียงแค่ครั้งเดียวด้วยสีหน้าแววตาเรียบเฉย จากนั้นจึงวางไว้บนโต๊ะในห้องนอนโดยไม่แตะต้องอีกเลย และไม่แม้แต่จะถ่ายรูปโพสลงในโลกโซเชียลดังเช่นเด็กสาวทั่วไป.. แต่ครั้งนี้..หลิงซิ่วกลับสังเกตเห็นแววตาตื่นเต้น และกระตือรือร้นของฉีเสี่ยวชิง! ฉีเสี่ยวชิงและหนิงหลิงยู่นั้นนับเป็นเด็กสาวที่มีภูมิหลังคล้ายคลึงกันยิ่งนักเพียงแต่ฉีเสี่ยวชิงไม่มีพี่ชายที่เก่งกาจดังเช่นหลิงหยุนคอยปกป้อง.. หญิงสาวผู้นี้อยากจะฝึกวรยุทธด้วยเช่นนั้นหรือ! หลิงซิ่วที่จับตามองอยู่จึงได้แต่ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย.. …… หลิงหยุนเดินนำตี้เสี่ยวอู๋กับหนิงหลิงยู่ไปที่ห้องฝึกวรยุทธของตระกูลหลิงและทันทีที่ไปถึงหลิงหยุนก็หันไปสั่งตี้เสี่ยวอู๋ว่า.. “เอาล่ะเสี่ยวอู๋..ฉันถ่ายทอดวิชาไปให้นายตั้งมากมาย นายแสดงให้ฉันดูหน่อยสิ!” “เสี่ยวอู๋..ฉันสอนวรยุทธให้กับนายไปตั้งมากมาย นายแสดงให้ฉันดูหน่อย!” มาถึงวันนี้..หลิงหยุนได้ถ่ายทอดวิชาให้กับตี้เสี่ยวอู๋ไปตั้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิชาเท้าทองคำหมื่นลี้ วิชามังกรพรางร่าง วิชาหมัดปีศาจเถียนกัง วิชาเท้าวายุ วิชากรงเล็บเส้าหลิน วิชาดาราคุ้มกาย และอีกมากมาย.. จนกระทั่งถึงวันนี้..หลิงหยุนถ่ายทอดวิชาให้กับตี้เสี่ยวอู๋ไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิชาเท้าทองคำหมื่นลี้ วิชามังกรพรางร่าง วิชานู่เตา วิชาหมัดปีศาจเถียนกัง วิชาเท้าวายุ วิชากรงเล็บเส้าหลิน วิชาดาราคุ้มกาย แม้กระทั่งวิชาพลังมังกร.. สำหรับวิชาเท้าทองคำหมื่นลี้นั้นเป็นวิชาที่เหมาะแก่การวิ่งในระยะทางไกล ซึ่งผู้ที่ฝึกวิชานี้จะสามารถวิ่งได้เร็วและแกร่งราวกับม้าศึก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพลังปราณของคนผู้นั้นด้วย หากมีพลังปราณที่แข็งแกร่งพอ ก็ย่อมสามารถวิ่งได้นานเป็นวันๆเลยทีเดียว.. ส่วนวิชามังกรพรางร่างนั้นเหมาะที่จะใช้ในการประลอง หรือต่อสู้กับศัตรู ผู้ที่ฝึกวิชานี้ได้ก้าวหน้าถึงขั้นสูง ก็จะสามารถพัฒนาเป็นวิชาเงาลวงตา ซึ่งจะทำให้คนผู้นั้นสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วราวกับหายตัวได้ และสามารถสร้างเงาเสมือนจริงขึ้นมาได้ราวกับโคนนิ่งร่างได้พร้อมกันทีเดียวหลายๆร่างด้วย! เวลานี้ตี้เสี่ยวอู๋ได้เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-9แล้ว วิชานู่เตาก็เข้าสู่ขั้นที่พลังปราณในร่างกายไหลเวียนรุนแรงดั่งคลื่นที่ซัดกระทบฝั่งอย่างคลุ้มคลั่ง จึงส่งเสียงดังครืนๆอยู่ตลอดเวลา..“พี่หยุน..นี่พี่จะให้ฉันแสดงให้พี่ดูทุกวิชาจริงๆเหรอ!”ตี้เสี่ยวอู๋ถามขึ้นด้วยความงุนงงเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแสดงวิชาใหนให้หลิงหยุนดูก่อนดี“ไม่..เฉพาะวรยุทธที่ใช้ในการต่อสู้เท่านั้นพอ!”“เฉพาะวรยุทธที่ฉันถ่ายทอดให้กับนายวิชาอื่นที่เกี่ยวกับกำลังภายในไม่ต้อง..”ตี้เสี่ยวอู๋พยักหน้าในขณะที่หลิงหยุนดึงหนิงหลิงยู่ไปยืนหลบอยู่ที่มุมห้อง และปล่อยให้ตี้เสี่ยวอู๋แสดงวรยุทธให้ดู.. จากนั้นตี้เสี่ยวอู๋ก็เริ่มร่ายรำหมัดปีศาจเถียนให้หลิงหยุนดูร่างสูงใหญ่ราวกับตึกของตี้เสี่ยวอู๋ร่ายรำเพลงหมัดออกมาอย่างดุเดือด แต่ละหมัดที่ซัดออกมานั้น แม้จะไม่ปะทะเข้ากับสิ่งใดในห้อง แต่ก็เกิดเสียงหมัดที่ปะทะลมดับพรึบๆทุกครั้งไป..“น้ำหนักหมัดของเสี่ยวอู๋เวลานี้สามารถฆ่าเสือตายได้ในทันทีเลยทีเดียว!”ระหว่างที่ดูหลิงหยุนก็วิจารณ์ให้หนิงหลิงยู่ที่ยืนอยู่ข้างๆฟังไปด้วย“ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-6 ก็ใช่ว่าจะได้เปรียบเสี่ยวอู๋มากนัก!”หลังจากที่ร่ายรำเพลงหมัดจบแล้วตี้เสี่ยวอู๋ก็ได้โชว์ฝ่าเท้าวายุให้หลิงหยุนดูต่อทันที..ตี้เสี่ยวอู๋นั้นมีรูปร่างสูงถึงหนึ่งเมตรเก้าสิบเซ็นติเมตรขาทั้งสองขาวจึงไม่ต่างจากเสาขนาดใหญ่สองต้น และทุกครั้งที่ตี้เสี่ยวอู๋ยกขาเตะออกไป และกวาดไปรอบตัวนั้น จึงดูไม่ต่างจากกังหันขนาดใหญ่ที่กำลังหมุน..หลิงหยุนได้แต่ยืนยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจเพราะร่างกายที่สูงใหญ่ของตี้เสี่ยวอู๋นั้น ทำให้หมัดและเท้าของเขากลายเป็นอาวุธที่น่ากลัวในการต่อสู้จากนั้นตี้เสี่ยวอู๋ก็ได้ร่ายรำกรงเล็บมังกรเส้าหลินให้หลิงหยุนดูเป็นชุดสุดท้ายและนี่คือวรยุทธที่หลิงหยุนได้ถ่ายทอดให้ตี้เสี่ยวอู๋เป็นวิชาแรก เขาจึงสามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่วมากกว่าวิชาอื่น..“พี่หยุน..เป็นยังไงบ้าง!”หลังจากที่ได้ร่ายรำทั้งเพลงหมัดมวยและกรงเล็บเส้าหลินให้หลิงหยุนดูแล้ว ตี้เสี่ยวอู๋ก็ร้องถามความคิดเห็นของหลิงหยุน และกำลังรอคอยฟังคำชี้แนะจากเขาด้วยความตั้งอกตั้งใจ..“อืมม..หมัดของนายหนักหน่วงราวกับฆ้อน เท้าและขาของนายสะบัดได้รวดเร็วว่องไวราวกับแส้ ส่วนกรงเล็บก็แหลมคมราวกับจะฉีกเนื้อคู่ต่อสู้ นับว่าวรยุทธทั้งสามนั้นดุดัน และเยี่ยมยอดมาก!”“ไม่มีที่ติเลย!” หลิงหยุนเดินเข้าไปหาตี้เสี่ยวอู๋พร้อมกับยื่นมือออกไปตบบ่าด้วยความชื่นชม!ตี้เสี่ยวอู๋ไม่ทำให้หลิงหยุนผิดหวังเลยจริงๆเพราะพื้นฐานวรยุทธของเขานั้นค่อนข้างแข็งแกร่งมากทีเดียว..“เพียงแต่..วรยุทธแค่สามวิชานี้ยังน้อยเกินไป!”หลิงหยุนจ้องมองตี้เสี่ยวอู๋พร้อมกับพูดต่อว่า“ที่ผ่านมาฉันต้องการให้นายจดจ่ออยู่กับการฝึกวิชานู่เตาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จึงตั้งใจที่จะถ่ายทอดวรยุทธให้นายเพียงเท่านั้นก่อน..”“แต่ตอนนี้..ถึงเวลาที่นายจะต้องเรียนวรยุทธเพิ่มเติมแล้ว!”จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปทางหนิงหลิงยู่พร้อมกับสั่งว่า“หลิงยู่.. เสี่ยวอู๋.. ตั้งใจดูที่ร่างกาย และหมัดของฉันให้ดี!”จากนั้นหลิงหยุนจึงเริ่มร่ายรำเพลงยุทธที่เขาจดจำมาจากหลวงจีนหลู่หมิงฉู่ให้กับทั้งสองคนดูทันที..และนี่คือเพลงหมัดอรหันต์ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองกระบวนท่าวิชาของวัดเส้าหลินเช่นเดียวกันกับวิชากรงเล็บเส้าหลินนั่นเอง..ในคืนวันประลองนั้น..หลิงหยุนปล่อยให้หลวงจีนหลู่หมิงฉู่ร่ายรำเพลงหมัดอรหันต์จนครบกระบวนท่า แล้วจึงแอบจดจำกลับมาร่ายรำให้กับตี้เสี่ยวอู๋ และหนิงหลิงยู่ดู..หลังจากแสดงให้ทัังสองคนดูถึงสองครั้งตี้เสี่ยวอู๋ซึ่งไม่ใช่เด็กใหม่ที่เริ่มฝึกวรุยทธเหมือนเมื่อก่อน เขามีพื้นฐานวรยุทธค่อนข้างแข็งแกร่ง อีกทั้งกำลังภายในก็กำลังจะเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนแล้ว และยังเป็นผู้ฝักใฝ่ในการฝึกวิชาเช่นนี้ จึงสามารถจดจำได้อย่างแม่นยำ..ตี้เสี่ยวอู๋พยักหน้าหลิงหยุนจึงสั่งให้ตี้เสี่ยวอู๋แสดงให้ตนเองดู ตี้เสี่ยวอู๋กระโดไปยืนอยู่กลางห้อง และเริ่มร่ายรำเพลงหมัดอรหันต์ให้หลิงหยุนดูทันที!