ตอนที่ 795
บทที่ 1225 : หนิงหลิงยู่เข้าสู่ขั้นซื่อเฉิงชี่!
October 22, 2026
หนิงหลิงยู่นั่งขัดสมาธิลงที่พื้นภายในสวนชั้นที่ห้าและเริ่มฝึกวิชาพฤกษาขจีภายใต้คำแนะนำของหลิงหยุนทันที และหนิงหลิงยู่เองก็ไม่ได้ทำให้หลิงหยุนผิดหวังเช่นกันเพราะเวลานี้เธอได้เข้าสู่ขั้นซานฉางชี่แล้ว (ขั้นพลังชี่-3) เมื่อเริ่มต้นฝึกวิชาพฤกษาขจี ก็สามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว และเข้าสู่ขั้นที่ห้าในทันที! “ขั้นที่ห้าเชียวรึ!ไม่เลวเลยทีดียว!” หลิงหยุนร้องอุทานออกมาอย่างดีอกดีใจเมื่อเห็นว่าเหล่าสมุนไพรภายในสวนเริ่มแตกหน่อผลิใบเพราะวิชาพฤกษาขจีของหนิงหลิงยู่.. หลิงหยุนเองก็ได้ถ่ายทอดวิชาพฤกษาขจีนี้ให้กับเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเช่นกันแต่ครั้งนั้นเหมี่ยวเสี่ยวเหมาสามารถเข้าสู่ได้เพียงแค่ขั้นที่สี่เท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหนิงหลิงยู่มีกายอัปสร และสอง.. หนิงหลิงยู่อยู่ในระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่แล้ว พลังปราณที่ปลดปล่อยออกมาจึงแข็งแกร่งกว่า และมีความสามารถในการควบคุมพลังปราณได้ดีกว่า และสาม.. ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลิงนั้นมีพลังชีวิตธาตุไม้ที่ต้นหลิวเทวะปลดปล่อยออกมาอย่างหนาแน่นด้วย.. “เอาล่ะ..ไปกินข้าวกันได้แล้ว” หนิงหลิงยู่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับถามหลิงหยุนว่า“แล้วสมุนไพรที่โตเต็มวัยเหล่านี้ล่ะ!” “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง..ท่านน้าจินเหยียวจะมาเก็บทุกวัน นางมีหน้าที่ดูแลสมุนไพรในสวนแห่งนี้!” หลิงหยุนเดินนำหนิงหลิงยู่ไปที่บ้านของตนเองในสวนชั้นที่สาม.. ที่ผ่านมานั้น..หนิงหลิงยู่เองได้เห็นด้วยจิตหยั่งรู้ว่า เกาเฉินเฉินอาศัยอยู่กับหลิงหยุนในบ้านหลังนนี้ เพียงแต่นางไม่กล้าที่จะพูดออกไปเท่านั้นเอง หนิงหลิงยู่เป็นคนเฉลียวฉลาดย่อมรู้ว่าเรื่องใดควรพูด และเรื่องใดไม่ควรพูด.. หลังจากที่ทั้งคู่นั่งลงภายในห้องรับแขกแล้วหลิงหยุนจึงพูดขึ้นว่า “หลิงยู่.. ยันต์ที่พี่เคยให้เธอเก็บไว้ เธอพกติดตัวตลอดมั๊ย” “พี่ใหญ่..คือฉัน.. ก่อนจะเดินทางมาปักกิ่ง ฉันได้มอบยันต์ทั้งหมดให้กับคนตระกูลฉินไปแล้ว!” หนิงหลิงยู่ตอบตะกุกตะกักเพราะเธอได้ถือวิสาสะมอบยันต์ของหลิงหยุนให้กับคนตระกูลฉินโดยไม่ได้ขออนุญาต จึงได้แต่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเมื่อหลิงหยุนถามถึง.. หลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทีของหนิงหลิงยู่พร้อมกับพูดขึ้นว่า “หลิงยู่.. ท่านแม่เลี้ยงดูพี่มาตั้งแต่เล็ก คนตระกูลฉินย่อมเสมือนคนในครอบครัวของพี่เช่นเดียวกับคนตระกูลหลิง ไม่เห็นจะต้องกังวลใจเลย..” แต่เมื่อพูดถึงฉินจิวยื่อหนิงหลิงยู่ก็ถึงกับตาแดงก่ำขึ้นมาทันที พร้อมกับรำพึงรำพันออกไป “พี่ใหญ่.. ฉันอยากให้ท่านแม่กลับมา!” หลิงหยุนเองก็ถึงกับน้ำตารื้นขึ้นมาเช่นกันเขาลุกขึ้นเดินเข้าไปโอบไหล่หนิงหลิงยู่ไว้ พร้อมกับปลอบโยน “พี่เองก็อยากให้ท่านแม่กลับมาเหมือนกัน..” “รออีกนิดนะ..อีกไม่นานก็จะถึงวันชุมนุมชาวยุทธแล้ว ถึงตอนนั้นพี่จะไปสำนักกระบี่เทียนซานช่วยท่านแม่กลับมาด้วยตัวเอง!” หนิงหลิงยู่พูดขึ้นพร้อมด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม“พี่ใหญ่.. ฉันจะไปสำนักกระบี่เทียนซานพร้อมกับพี่ด้วย!” “เอ่อ..” เดิมทีหลิงหยุนเคยคิดที่จะพาหนิงหลิงยู่ไปที่สำนักกระบี่เทียนซานด้วยแต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า หากต้องไปรับรู้เรื่องราวระหว่างฉินจิวยื่อ หนิงเทียนหยา และตี๋เสี่ยวเจิน อีกทั้งเรื่องของตระกูลหนิงกับตระกูลฉิน หนิงหลิงยู่จะสามารถทนรับอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ หลิงหยุนเกรงว่าหนิงหลิงยู่จะได้รับความกระทบกระเทือนใจมากจนเกินไป! “พี่ใหญ่..ท่านแม่ก็เป็นแม่ของฉันด้วยนะ!” “เรื่องของตระกูลหนิง..ท่านปู่ได้เล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว!” หนิงหลิงยู่รู้ดีว่าหลิงหยุนกำลังกังวลใจเรื่องอะไร จึงรีบบอกเขาไปทันที “นี่เธอรู้เรื่องหมดแล้วเหรอ!” หลิงหยุนถามขึ้นด้วยความประหลาดใจในขณะเดียวกันก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แล้วจึงบอกกับหนิงหลิงยู่ว่า “หลิงยู่..พี่ให้เธอตามไปงานชุมนุมชาวยุทธไม่ได้จริงๆ เพราะมันอันตรายเกินไป! แต่หลังจากสิ้นสุดงานชุมนุมชาวยุทธแล้ว พี่จะโทรหาเธอ แล้วพวกเราค่อยเดินทางไปที่สำนักกระบี่เทียนซานด้วยกัน!” หลังจากที่หลิงหยุนรับปากเช่นนั้นหนิงหลิงยู่ก็ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี นางรีบเอื้อมมือไปโอบแขนหลิงหยุนไว้พร้อมกับพูดขึ้นว่า“พี่ใหญ่..ฉันไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ!”หลิงหยุนยิ้มออกมาพร้อมกับตอบไปว่า“เด็กโง่! ต่อให้เธอจะแข็งแกร่ง หรือเก่งกาจมากแค่ใหน ในสายตาของพี่เธอก็ยังเป็นน้องสาวที่พี่ต้องคอยปกป้องดูแลอยู่ดี!”หลิงหยุนเอื้อมมือไปช่วยเช็ดน้ำตาให้กับหนิงหลิงยู่พร้อมกับพูดต่อว่า “เธอต้องเชื่อฟังพี่นะ! ระหว่างที่พี่ไปงานชุมนุมชาวยุทธ เธอก็ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย หลังจากพี่เสร็จธุระแล้ว เธอค่อยตามพี่ไปนะ.. ดีมั๊ย!“อืมม..ดีๅ”จากนั้น..หลิงหยุนก็เรียกสิ่งของมากมายออกมาจากแหวนจักรวาลของตน มีทั้งยันต์หลากหลายชนิด โอสถหยิน–หยาง โอสถหลงหู่ โอสถปราณมังกร และอีกมากมายหลายอย่าง เขาจัดการแบ่งทุกอย่างให้กับหนิงหลิงยู่ครึ่งหนึ่ง.. ระหว่างนั้นก็ได้อธิบายสรรพคุณของยันต์และโอสถชนิดต่างๆ ให้หนิงหลิงยู่เข้าใจ “หลิงยู่.. ตอนนี้เธอก็มีแหวนพื้นที่แล้ว เก็บยันต์และสิ่งเหล่านี้ติดตัวไว้ใช้ในยามฉุกเฉินนะ!”“น้องพี่..อยากได้อาวุธติดตัวไว้บ้างมั๊ย”“พี่ใหญ่..ตอนนี้ฉันสามารถควบคุมกระบี่น้ำได้ถึงสิบสองเล่มแล้ว และยังมียันต์ธาราด้วยแบบนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถใช้กระบี่น้ำได้ทุกที่ แค่นี้ก็เหมือนพกอาวุธติดตัวตลอดเวลาแล้วล่ะ”“เอาล่ะ..ในเมื่อเธอไม่ต้องการอาวุธ ไว้พี่จะสร้างกระบี่เหินเหมือนอยางกระบี่เหินเงาธนูเล่มนี้ให้กับเธอ!”หลิงหยุนร้องบอกพร้อมกับคลายกระบี่เหินเงาธนูออกมาและบังคับควบคุมกระบี่เหินของตนให้หนิงหลิงยู่ดู หนิงหลิงยู่ถึงกับจ้องมองด้วยความตกตะลึง!จากนั้นหลิงหยุนจึงบอกกับหนิงหลิงยู่ว่า“หลังจากที่เข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่ และผ่านพ้นการรับทัณฑ์สวรรค์สำเร็จแล้ว พี่จะถ่ายทอดวิชาให้กับเธอเพิ่มเติม เพื่อให้เธอไว้ใช้สำหรับป้องกันตัว!”จากนั้นหลิงหยุนก็ได้อธิบายให้หนิงหลิงยู่ฟังถึงความสำคัญและวิธีการรับมือกับทัณฑ์สวรรค์ที่กำลังจะเกิดขึ้น..…..หลังจากรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วหลิงหยุนจึงสั่งให้หนิงหลิงยู่ไปฝึกวิชาเพียงลำพัง ส่วนตัวเขาเองก็แยกไปฝึกวิชาอยู่ร่วมสองชั่วโมงเช่นกันและตกดึก..หลิงหยุนก็ได้เดินไปยังสวนชั้นที่หก และพบว่าตี้เสี่ยวอู๋กำลังนั่งทำสมาธิอยู่ข้างต้นหลิวเทวะวิญญาณรอเขาอยู่แล้ว..“เสี่ยวอู๋..นายพร้อมหรือยัง!”“ฉันพร้อมแล้วพี่หยุน!”“ถ้าเช่นนั้นก็ดี..นายเริ่มเดินลมปราณเพื่อทะลวงเข้าสู่ด่านต่อไปได้เลย ฉันจะคอยดูอยู่ห่างๆ..” จากนั้นหลิงหยุนก็ไปนั่งขัดสมาธิลงตรงข้ามกับตี้เสียวอู๋และได้เผาเสินหยวนไปหนึ่งร้อยหยดในระหว่างที่รอให้ตี้เสี่ยวอู๋ใช้วิชานู่เตาขับเคลื่อนลมปราณภายในจุดตันเถียนของตนเอง พลังปราณภายในร่างกายของตี้เสี่ยวอู๋เริ่มส่งเสียงดังครืนๆ และค่อยๆพุ่งเข้าสู่เส้นลมปราณเยิ่นกับเส้นลมปราณตูทันที!เพียงแค่ชั่วประเดี๋ยวเดียวเส้นลมปราณเยิ่น และเส้นลมปราณตูของตี้เสี่ยวอู๋ก็เปิดออกเชื่อมต่อถึงกัน และตี้เสี่ยวอู๋ก็เข้าสู่ขั้นเซียงเทียนในที่สุด!“โคจรลมปราณเข้าสู่จุดซือไห่”หลิงหยุนร้องเตือน..ตี้เสี่ยอวู๋ฝึกวิชานู่เตาซึ่งมีพลังปราณที่แข็งแกร่งและรุนแรงดั่งคลื่นคลุ้มคลั่ง หลิงหยุนจึงแทบไม่ต้องช่วย ตี้เสี่ยวอู๋ก็สามารถโคจรลมปราณทะลวงเข้าสู่จุดซือไห่ได้อย่างไม่ยากเย็น..“ยังคงต้องโคจรลมปราณผ่านจุดซือไห่ไปอีกสักระยะ..”หลิงหยุนร้องบอกตี้เสี่ยวอู๋ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและตี้เสี่ยวอู๋ก็สามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-1ได้ แต่ยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขายังคงเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-2 ขั้นเซียงเทียน-3จนกระทั่งเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-4หลิงหยุนจึงสั่งให้ตี้เสี่ยวอู๋อ้าปาก และเขาก็ได้หย่อนโอสถหลงหู่ลงไปในปากของตี้เสี่ยวอู๋พร้อมกับสั่งว่า“กลืนโอสถนี้ลงไป..”จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินไปนั่งขัดสมาธิลงที่ด้านหลังของตี้เสี่ยวอู๋และแนบฝ่ามือทั้งสองข้างของตนลงไปบนแผ่นหลังของตี้เสี่ยวอู๋..“เดินลมปราณต่อไป..”ระหว่างนั้นหลิงหยุนก็ได้ถ่ายเพลังปราณของตนลงไปในร่างของตี้เสี่ยวอู๋เพื่อช่วยให้โอสถหลงหู่กระจายไปตามเส้นลมปราณทั่วร่างและในเวลาเพียงไม่นาน..ตี้เสี่ยวอู๋ก็สามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-5! “พี่หยุน..ฉันรู้สึกว่ายังสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้อีก” ตี้เสี่ยวอู๋ร้องบอกหลิงหยุนด้วยความตื่นเต้นแต่หลิงหยุนตอบกลับไปว่า“เป็นไปได้.. แต่ไม่ควรทำ! สำคัญคือความมั่นคงของแต่ละขั้น!”