ตอนที่ 800
บทที่ 1230 : การรวมตัวของบุคคลสำคัญ!
October 22, 2026
“พี่ใหญ่..เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ!” หนิงหลิงยู่ยังคงยืนเอามือไขว้หลังเช่นเดิมและกำลังจ้องมองกลุ่มหมอกสีม่วง และสีทองที่จู่ๆ ก็หายวับไป จึงอดที่จะร้องถามหลิงหยุนที่เพิ่งเหาะเข้ามาหาไม่ได้.. หลิงหยุนนึกประหลาดใจไม่น้อยเมื่อพบว่าเหตุการณ์ที่พู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ และสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพร่วมมือกันฉกฉวยทรัพยากรของสวรรค์ไปเมื่อครู่นั้น แม้แต่จิตหยั่งรู้ของหนิงหลิงยู่ก็ยังไม่อาจตรวจพบได้ จึงได้แต่พึมพำอยู่ในใจ ‘นี่แม้แต่จิตหยั่งรู้ของหนิงหลิงยู่ก็ถูกบดบังไว้ได้อย่างนั้นรึ!’ แต่หลิงหยุนกลับไม่ตอบคำถามของหนิงหลิงยู่และรีบร้องบอกไปว่า “หลิงยู่.. ทัณฑ์สวรรค์เมื่อครู่นี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนขึ้นไม่น้อยทีเดียว น่าจะมีผู้คนได้ยินบ้างแล้วเป็นแน่ ข้าว่าไม่เหมาะที่เราจะอยู่ตรงนี้ต่อไปนานนักพวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า..” จากนั้นหลิงหยุนก็ได้บินนำหนิงหลิงยู่ออกไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือทางด้านหนิงหลิงยู่เห็นเช่นนั้นก็รีบเหาะตามหลิงหยุนออกไปทันทีเช่นกัน และความเร็วของนางนั้นก็ไม่ได้ช้าไปกว่าหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย.. ….. และก็เป็นดังเช่นหลิงหยุนคาดคิดจริงๆทันทีที่สองพี่น้องเหาะออกจากอ่างเก็บน้ำมี่หยุนไป ก็มียอดฝีมือออกจากตัวเมืองปักกิ่งมุ่งหน้ามาที่นี่ทันที.. พรึบ..พรึบ.. พรึบ.. พรึบ.. ยอดฝีมือทั้งสี่คนเหาะมาถึงสถานที่ซึ่งหนิงหลิงยู่รับทัณฑ์สวรรค์เกือบจะพร้อมกันและเมื่อมาถึงก็ไม่ได้เหาะลงไปด้านล่าง แต่ยังคงลอยตัวอยู่กลางอากาศเช่นนั้น ต่างคนต่างก็จ้องมองไปยังพื้นดินเบื้องล่างด้วยความนิ่งเงียบ.. เย่ชิงเฟิงที่ยืนเอามือไขว้หลังอยู่กลางอากาศอย่างสงบนิ่งนั้นหลังจากที่สำรวจดูเหตุการณ์เบื้องล่างอย่างละเอียดแล้ว ในที่สุดก็เอ่ยปากถามคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไป.. “ไม่ทราบว่าท่านผู้นำตระกูลหลงคิดเห็นเช่นใดรึ!” ทันทีที่หลงฮ่าวหลานผู้นำตระกูลหลงรู้ว่าทัณฑ์สวรรค์ได้ปรากฏขึ้นเขาก็รีบรุดมายังที่เกิดเหตุทันที แต่คิดไม่ถึงว่าตนเองจะมาช้าไปหนึ่งก้าว จึงได้แต่หงุดหงิดใจ และตอบเย่ชิงเฟิงไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก “หึ!เย่ชิงเฟิง.. ท่านเองก็เห็นเช่นเดียวกับที่ข้าเห็นไม่ใช่รึ! เหตุใดยังต้องถามความคิดเห็นจากข้าด้วยเล่า?” ใครบางหัวเราะออกมาพร้อมกับรำพึงรำพันอย่างนึกเสียดายและยอดฝีมือผู้นี้ก็คือหัวหน้าอาวุโสแห่งหน่วยนภา – โจวเหวินอี้นั่นเอง! “ฮ่า..ฮ่า.. ที่แท้ก็มีใครบางคนรับทัณฑ์สวรรค์หรอกรึ ดูเหมือนครั้งนี้จะทำให้พวกเราทั้งสี่คนตื่นตัวไม่น้อยทีเดียว แต่ก็น่าเสียดายที่พวกเราต่างก็มาช้าไปหนึ่งก้าว..” ยอดฝีมือคนสุดท้ายร้องคำรามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องราวกับระฆังและบ่งบอกว่าตนนั้นหงุดหงิด และไม่พอใจกับการกระทำของคนผู้นี้มาก.. “คนผู้นี้เป็นใครกันนะ!เหตุใดจึงกล้ารับทัณฑ์สวรรค์ในบริเวณที่ใกล้กับตัวเมืองปักกิ่งเช่นนี้? ไม่เกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นบ้างหรืออย่างไร? ช่างบังอาจนัก..” โจวเหวินอี้ได้ยินเช่นนั้นจึงพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี.. “ท่านจ้าว..ท่านอย่าได้โมโหโทโสไปนัก มีคนสามารถข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ได้สำเร็จอีกหนึ่งคน ย่อมหมายความว่ามีผู้ผ่านเข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่เพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว เท่ากับว่าประเทศของเราจะมียอดฝีมือที่มาช่วยงานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน นี่ควรเป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่รึ” “เป็นเรื่องที่น่ายินดีงั้นรึ!” จู่ๆหลงฮ่าวหลานก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เขาเหลือบมองโจวเหวินอี้และคนอื่นๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา.. “ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น!”เวลานี้หลงฮ่าวหลานได้รู้เรื่องที่โจวเหวินอี้ไปบ้านตระกูลหลิงและกลับมามือเปล่าแล้ว เขารู้ว่าโจวเหวินอี้ไม่เพียงไม่ได้ลงมือจัดการกับตระกูลหลิงอย่างที่เขาต้องการ แต่ดูเหมือนไม่คิดที่จะจัดการอะไรกับตระกูลหลิงด้วยซ้ำไป..สีหน้าของหลงฮ่าวหลานบ่งบอกชัดเจนว่าเขากำลังไม่พอใจ และไม่สบายใจกับการกระทำของโจวเหวินอี้อย่างมาก แต่โจวเหวินอี้กลับเอาแต่ยิ้มไม่ตอบโต้ และแสร้งทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร..“หรือจะเป็นเจ้าเด็กนั่น!แต่ก็ไม่น่าจะก้าวหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้?”เย่ชิงเฟิงพูดลอยๆขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเขาไม่ต้องการให้ทุกคนพากันเบี่ยงประเด็น จึงรีบเปรยขึ้นเพื่อให้ทั้งสามคนกลับมาช่วยกันคิดเรื่องผู้รับทัณฑ์สวรรค์ต่อ..ยอดฝีมือทั้งสามคนได้ฟังต่างก็นิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว..มีเพียงหลงฮ่าวหลานเท่านั้นที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวจนน่าเกลียดและทำเสียงฮึดฮัดออกมาด้วยความไม่พอใจ เพราะเขาย่อมรู้ดีว่า ‘เด็กนั่น’ ที่เย่ชิงเฟิงพูดถึงนั้นจะเป็นผู้ใดไปไม่ได้นอกจากหลิงหยุน และหลิงหยุนเองก็เพิ่งจะดูดซับเอาปราณมังกรภายในพระราชวังต้องห้ามเข้าไปจนหมดเมื่อวันก่อน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จู่ๆ หลิงหยุนจะสามารถเข้าสู่ขั้นที่สูงขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้!โจวเหวินอี้ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาแม้เมื่อตอนกลางวันที่ได้เผชิญหน้ากันนั้น เขาจะไม่ได้เห็นขั้นกำลังภายในของหลิงหยุนก็ตาม แต่เท่าที่เขาสังเกตเห็นนั้น หลิงหยุนยังไม่น่าจะเข้าสู่การรับทัณฑ์สวรรค์ได้ เขาจึงมั่นใจว่าต้องไม่ใช่หลิงหยุนอย่างแน่นอน!‘หากไม่ใช่หลิงหยุนแล้ว..จะเป็นผู้ใดกันนะ! หรือว่า..’ โจวเหวินอี้ครุ่นคิดอยู่ในใจเงียบๆและจู่ๆ เมื่อนึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้ ดวงตาของเขาเป็นประกายวูบวาบขึ้นมาทันที แต่ก็ได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดออกไป..“เอาล่ะ..ข้าไม่สนใจว่าจะเป็นผู้ใด!”จ้าวซิงหวู่พูดขึ้นด้วยเสียงอันดังและมั่นใจว่ายอดฝีมือที่เหลือทั้งสามคนจะได้ยินอย่างชัดเจน แล้วจึงพูดต่อว่า“ในวันข้างหน้า..หากมีผู้เข้ารับทัณฑ์สวรรค์เกิดขึ้น หวังว่าพวกท่านทั้งสามจะระมัดระวังไม่ให้เกิดในบริเวณใกล้เมืองปักกิ่งเช่นนี้อีก!”“ข้าไปก่อนล่ะ!”สิ้นน้ำเสียงที่เย็นชาของจ้าวซิงหวู่..ร่างของเขาก็หันหลังกลับ และเพียงแค่พริบตาเดียวก็เหาะออกไปได้ในระยะทางที่ไกลมาก จนเห็นร่างของเขาเป็นเพียงแค่จุดเล็กๆอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมิด ก่อนจะหายลับตาไปในที่สุด “คิดไม่ถึงว่าหลายปีไม่ได้พบเจอท่านจ้าวแห่งหน่วยมังกรแต่ดูเหมือนจะยังเจ้าอารมณ์เหมือนเช่นเคย..”เย่ชิงเฟิงเห็นจ้าวซิงหวู่หุนหันออกไปเช่นนั้นจึงได้แต่เปรยขึ้นมาเบาๆ“ฮ่า..ฮ่า.. คนใหญ่คนโตของหน่วยมังกรก็มักจะเป็นเช่นนี้ไม่ใช่รึ!”โจวเหวินอี้หัวเราะออกมาจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ.. ในเมื่อไม่มีอะไรร้ายแรง พวกท่านผู้นำของสองตระกูลก็สนทนากันต่อไปเถิด ส่วนข้าต้องขอตัวกลับเช่นกัน!”หลังจากที่พูดออกไปแล้วโจวเหวินอี้ก็หันหลัง และเตรียมตัวที่จะเหาะกลับไปเช่นกัน แต่จู่ๆ หลงฮ่าวหลานก็เหาะไปขวางหน้าโจวเหวินอี้ไว้ พร้อมกับพูดขึ้่นว่า“ท่านโจว..จะรีบกลับไปไหนกัน อยู่ต่ออีกหน่อยสิ ข้ายังมีเรื่องต้องคุยกับท่าน!โจวเหวินอี้ได้แต่แอบถอนหายใจแต่สีหน้าของเขายังคงนิ่งเรียบไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา โจวหวินอี้ยิ้มให้กับหลงฮ่าวหลานแล้วจึงถามขึ้นว่า..“อ่อ..ไม่ทราบท่านผู้นำตระกูลหลงมีเรื่องใดอยากจะพูดกับข้างั้นรึ!”หลงฮ่าวหลานเหาะไปขวางหน้าโจวเหวินอี้ไว้เพื่อต้องการเจรจาด้วยแต่ภายใต้จิตหยั่งรู้ของเขานั้นกลับพบว่าเย่ชิงเฟิงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน และกำลังแสร้งมองสำรวจไปรอบๆ ดูเหมือนจะยังไม่ยอมหลีกหนีไปแน่..