ตอนที่ 801
บทที่ 1231 : นักรบสวรรค์!
October 22, 2026
‘หลงฮ่าวหลาน..เย่ชิงเฟิง.. โจวเหวินอี้ แล้วก็จ้าวซิงหวู่งั้นรึ!’ เวลานี้..หลิงหยุนซึ่งแอบอยู่บนเขาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือลูกหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำมี่หยุนไปราวสามกิโลเมตร และกำลังหลบอยู่ด้านหลังหินก้อนใหญ่ข้างหนิงหลิงยู่ ได้แต่พึมพำเรียกชื่อของคนทั้งสี่อยู่ในใจ.. ในเวลานั้น..หลิงหยุนสัมผัสได้ถึงพลังอมตะสีม่วงที่อัดแน่นอยู่เต็มร่าง และเริ่มรู้สึกว่าภายในร่างกายของตนนั้นกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง และดูเหมือนใกล้จะเข้าสู่ขั้นต่อไปอย่างมากแล้ว เพราะเวลานี้จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนนอกจากจะกระจ่างชัดยิ่งกว่าเดิมแล้ว รัศมีของจิตหยั่งรู้ยังขยายออกไปไกลถึง 3,600 เมตรด้วย และเวลานี้เขาก็กำลังสังเกตดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ.. หลิงหยุนรู้ตัวว่าไม่สามารถหนีไปได้ไกลกว่านั้นจึงรีบพาหนิงหลิงยู่เหาะลงไปบนเขาซึ่งอยู่ห่างจากยอดฝีมือทั้งสี่คนไปราวสามพันเมตร และเลือกที่จะใช้วิชาเคลื่อนย้ายธาตุปิดบังตนเองจากจิตหยั่งรู้ของปรมาจารย์ทั้งสี่คน ในที่สุดการรับทัณฑ์สวรรค์ของหนิงหลิงยู่ก็ได้กระตุ้นความตื่นตัวของเหล่ายอดฝีมือระดับประเทศทั้งสี่คนได้.. อสุนีบาตที่เกิดขึ้นเต็มท้องฟ้าเมื่อครู่นั้นหากคนธรรมดาทั่วไปพบเห็นเข้า ก็คงเข้าใจว่าเป็นปรากฏการณ์ฟ้าร้องฟ้าผ่าตามธรรมชาติ แต่หากเป็นผู้ที่เคยผ่านการรับทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วมาแล้ว ย่อมต้องจดจดได้ทันทีที่เห็น เพราะสภาพอสุนีบาต และสภาพท้องฟ้าเช่นนี้คือการบ่งบอกว่ามีผู้กำลังรับทัณฑ์สวรรค์เกิดขึ้น.. และหากเป็นหลิงหยุนที่พบว่ามีอสุนีบาตผิดปกติเช่นนี้เกิดขึ้นเขาก็ย่อมรู้ได้เช่นกันว่ามีผู้กำลังรับทัณฑ์สวรรค์อยู่ ตัวเขาก็คงต้องรีบรุดออกมาดูให้เห็นเช่นกันว่าเป็นผู้ใด เช่นเดียวกับยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ทั้งสี่แห่งปักกิ่งที่ต้องรีบรุดมาดูทีเกิดเหตุด้วยตัวเอง และเวลานี้ทั้งสี่คนก็อยู่ในขอบข่ายจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนแล้ว ‘จ้าวซิงหวู่แห่งหน่วยนภา..อย่างน้อยก็ต้องเข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าขั้นใดแน่!’ “ผู้นำตระกูลเย่– เย่ชิงเฟิงงั้นรึ! หึ.. ตระกูลเย่ก็ยังคงเป็นตระกูลเย่ ตั้งแต่เริ่มจนจบเหตุการณ์ ก็ยังไม่เอ่ยคำพูดใดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตระกูลเย่เลยแม้แต่คำเดียว..” ‘โจวเหวินอี้นับว่าใช้ได้ทีเดียว!แม้ไม่รู้ว่าจะสามารถช่วยตระกูลหลิงได้อย่างไร แต่คำพูดคำจาก็ไม่ไว้หน้าหลงฮ่าวหลานเช่นกัน ถึงกับยืนกรานว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของตี๋ยั่วถังเช่นนี้ ไม่เสียแรงที่ข้ายอมมอบแหวนพื้นที่ให้..’ ‘หลงฮ่าวหลาน..เจ้าโอหังเกินไปแล้ว! ถึงกับกล้ายืมมืออาวุโสของหน่วยนภาลงมือกับตระกูลหลิงของข้าก่อน!’ ไม่รู้ว่าโจวเหวินอี้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจกันแน่ ที่ได้เปิดเผยว่าเวลานี้หลี่เจิ้งเฟิงกับเฉียวเปียว กำลังพาคนบุกไปที่บ้านตระกูลหลิง! แต่ถึงแม้จะรู้เรื่องแล้ว..หลิงหยุนก็ยังไม่รีบร้อนที่จะกลับไปตระกูลหลิงในเวลานี้ เพราะหากเขาเคลื่อนไหว จิตหยั่งรู้ของเหล่ายอดฝีมือทั้งสามย่อมต้องพบเห็นเข้า และคงยากที่หลิงหยุนจะหลีกเลี่ยงการประมือกับหลงฮ่าวหลานได้เป็นแน่.. แต่หลิงหยุนก็ไม่ได้รู้สึกกระวนกระวายใจหรือว่าร้อนใจมากไปนัก เพราะเวลานี้ในตระกูลหลิงมีทั้งหลิงลี่ หลิงเสี่ยว และจินเหยียวซึ่งอยู่ในขั้นพลังเหนือธรรมชาติถึงสามคน อีกทั้งภายในคฤหาสน์ตระกูลหลิงยังมีค่ายกลสังหาร ต่อให้หลี่เจิ้งเฟิงกับเฉียวเปียวพาคนบุกไป ก็คงต้องใช้เวลาในการทำลายค่ายกลระยะหนึ่ง.. อีกทั้งหลี่เจิ้งเฟิงกับเฉียวเปียวต่างก็เป็นอาวุโสในหน่วยนภาย่อมไม่ลงมือทันทีหากเจรจาไม่ถึงที่สุด! ระหว่างที่หลิงหยุนกำลังครุ่นคิดอยู่เงียบๆนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของโจวเหวินอี้พูดขึ้นว่า “เอาล่ะท่านผู้นำตระกูลทั้งสอง.. ข้าคงต้องไปแล้ว เพราะคืนนี้ยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกหลายอย่าง!” “ข้าขอตัวก่อน!” พูดจบ..โจวเหวินอี้ก็หันหลังกลับ และเหาะหนีไปอย่างรวดเร็วทันที!ครั้งนี้หลงฮ่าวหลานไม่คิดที่จะห้ามไว้และหลังจากที่โจวเหวินอี้ไปแล้ว หลงฮ่าวหลานจึงหันไปทางเย่ชิงเฟิงที่เอาแต่นิ่งเงียบ พร้อมกับถามขึ้นว่า“เย่ชิงเฟิง..เจ้านิ่งฟังมาตั้งนาน ไม่ทราบว่ามีความคิดเห็นในเรื่องนี้เช่นใด”“เวลานี้ตระกูลหลิงไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว..ท่านเองก็ย่อมรู้ดี..”หลังจากที่ตอบหลงฮ่าวหลานกลับไปหนึ่งประโยคเย่ซิงเฉินก็เหาะหนีหายไปทันทีเช่นกัน..“หึ..เจ้าจิ้งจอกเฒ่า! ตระกูลหลิงต้องการที่จะผงาดขึ้นมาเช่นนี้ ถึงกับสร้างศัตรูไว้มากมาย ตระกูลเย่ของเจ้าคิดจะนิ่งเฉยไม่ยุ่งเกี่ยวเหมือนก่อน ก็คงจะเป็นไปได้ยากแล้ว!”หลงฮ่าวหลานเห็นเย่ชิงเฟิงพูดเพียงสั้นๆแล้วหนีหายไปเช่นนั้น จึงได้แต่ร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน หลังจากหันไปสำรวจรอบตัวแล้ว จึงรีบเหาะหนีหายไปเช่นกัน..……“หลิงยู่..รีบกลับบ้านกันดีกว่า!”หลังจากที่มั่นใจว่ายอดฝีมือทั้งสามคนกลับไปแน่แล้วหลิงหยุนที่ยืนนิ่งอยู่ก็รีบหันไปบอกหนิงหลิงยู่ที่ยืนอยู่ข้างๆทันทีเช่นกันเวลานี้หนิงหลิงยู่เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซื่อเฉิงชี่แล้วจิตหยั่งรู้ของนางจึงมีรัศมีครอบคลุมเกือบจะห้ากิโลเมตร แต่เพราะนางไม่มีวิชาเคลื่อนยายธาตุเหมือนเช่นหลิงหยุน หลิงหยุนจึงไม่ให้นางเปิดจิตหยั่งรู้ออกเพราะเกรงว่าจะถูกจับได้ นางจึงไม่ได้ยินบทสนทนาของยอดฝีมือเหล่านั้นเวลานี้ทั้งสองพี่น้องต่างก็เหาะออกไปท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดเช่นนี้มีหรือที่ทั้งคู่จะเดินด้วยขาในเมื่อสามารถเหาะไปกลางอากาศได้ ทั้งสองคนเหาะไปกลางอากาศมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ตระกูลหลิง ท่ามกลางเสียงลมพัดหวีดหวิว..เวลานี้หลิงหยุนมั่นใจแล้วว่า..ทั้งตระกูลหลง ตระกูลเย่ หน่วยนภา และหน่วยมังกร ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือที่สูงส่ง เขาจึงต้องระมัดระวังตัวให้มาก..“พี่ใหญ่..พี่ยังไม่ได้เล่าให้ข้าฟังเลยว่า หลังจากที่ข้ารับทัณฑ์สวรรค์เสร็จสิ้นแล้ว เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นกันแน่!”ระหว่างที่เหาะอยู่กลางอากาศเหนือพื้นดินไปราวสิบกิโลเมตรหนิงหลิงยู่ซึ่งอยู่ข้างๆ ก็ได้เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น.. “อ่อ..ก็แค่ขโมยรางวัลจากสวรรค์เล็กๆน้อยๆ ไม่มีอะไรมาก..”ในขณะที่หลิงหยุนกำลังจะเอ่ยปากเล่าความจริงให้กับหนิงหลิงยู่ฟังนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอยู่กลางจุดซือไห่ของเขา..“พ่อหนุ่ม..สิ่งที่พวกเราทั้งหมดทำลงไปเมื่อครู่ อย่าได้เล่าให้นางฟังโดยเด็ดขาด!”“อาวุโส..เหตุใดข้าจึงเล่าให้นางฟังไม่ได้”หลิงหยุนไม่เข้าใจเพราะหนิงหลิงยู่นั้นนับเป็นคนที่หลิงหยุนสามารถเชื่อใจได้อย่างที่สุด และเขาเองก็ไม่เคยคิดที่จะปิดบังอะไรหนิงหลิงยู่เลย..