ตอนที่ 803
บทที่ 1233 : จัดการลูกสมุน!
October 22, 2026
คำพูดของหลิงหยุนนั้นไม่เพียงบ่งบอกถึงความยะโสโอหังแต่ยังบ่งบอกว่าเขาไม่เห็นหน่วยนภาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่คิดที่ไว้หน้าเหล่าสมาชิกของหน่วยนภาด้วย.. “หลิงหยุน..นี่เจ้า!” หลังจากที่ได้ฟังคำประกาศของหลิงหยุนอาวุโสแห่งหน่วยนภานามว่าเฉียวเปียว ก็ได้แต่ยกมือที่สั่นเทานั้นขึ้นชี้หน้าหลิงหยุน พร้อมกับร้องตะโกนออกมาด้วยความคั่งแค้นใจ เขาเพิ่งจะประมือกับหลิงหยุนไปหลายหมัด และเวลานี้ก็กำลังหายใจกระหืดกระหอบ.. เฉียวเปียวพูดได้เพียงแค่นั้นก็ไม่สามารถสรรหาคำพูดใดมาตอบโต้หลิงหยุนได้.. ในขณะที่หลี่เจิ้งเฟิงเองก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ในเวลานี้เพราะกำลังรับมือกับกระบี่ธาราทั้งสิบสองเล่มของหนิงหลิงยู่อยู่.. เวลานี้อาวุโสแห่งหน่วยนภาทั้งสองคนต่างก็รู้สึกว่าการมาตระกูลหลิงในครั้งนี้ของพวกตน ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เสียแล้ว เพราะตระกูลหลิงได้เปลี่ยนไปมากจริงๆ และมาถึงขั้นที่พวกเขาทั้งคู่ก็คิดไม่ถึงว่าจะมีคนตระกูลหลิงสามารถใช้กระบี่เหินฟ้ายู่เจี้ยนได้เช่นนี้! “หลี่เจิ้งเฟิง..เฉียวเปียว.. ฟังคำพูดของข้าให้ดี!” หลิงหยุนประกาศกร้าวอีกครั้ง“ตี๋ยั่วถังถูกข้าจับตัวมาจริงๆ และเวลานี้มันก็ถูกขังอยู่ที่คุกใต้ดินตระกูลหลิง” “ที่ข้าจับตัวตี๋ยั่วถังมาในครั้งนี้ล้วนเป็นเรื่องส่วนตัวของข้าหลิงหยุนเพียงผู้เดียว เรื่องนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลหลิงแม้แต่น้อย รวมทั้งไม่เกี่ยวข้องกับสมาชิกคนใดในตระกูลหลิงด้วย..” “ฉะนั้น..เรื่องนี้ข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว!” การที่หลิงหยุนตัดสินใจประกาศตัดตระกูลหลิงออกจากเรื่องของตี๋ยั่วถังและเลือกที่จะรับผิดชอบเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียวนั้น ก็เพื่อไม่ให้หน่วยนภาใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างมาสร้างปัญหาให้กับตระกูลหลิงในวันข้างหน้าอีก! และอีกหนึ่งเหตุผลที่หลิงหยุนจำต้องประกาศเช่นนั้นก็เพราะว่าตระกูลหลิงกับสำนักกระบี่เทียนซานไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ตระกูลหลิงจะต้องกักตัวตี๋ยั่วถังไว้เช่นนี้.. “ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..” หลังจากที่เฉียวเปียวหายจากอาการสั่นเทิ้มและกระหืดกระหอบแล้ว ในที่สุดเขาก็เข้าสู่สภาพปกติ และเริ่มหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับยกมือขึ้นชี้หน้าหลิงหยุนเช่นกัน “เจ้าเด็กโอหัง!” “ในการประลองคืนนั้น..หากนับเฉินจิ้งเฉวียนด้วยแล้ว เจ้าได้สังหารสมาชิกของหน่วยนภาตายไปถึงสี่คน และยังจับตัวตี๋ยั่วถังมาขังไว้ด้วย มิหนำซ้ำเจ้ายังเป็นเหตุให้ไต้ซือหลู่หมิงฉู่ต้องออกจากหน่วยนภา เจ้ากล้าฉีกหน้าหน่วยนภาเช่นนี้ คิดหรือว่าเจ้าคนเดียวจะสามารถรับความผิดใหญ่โตนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียวได้!” “ข้าจะบอกอะไรให้..เจ้าไม่เพียงได้สร้างความไม่พอใจให้กับหน่วยนภา แต่การที่เจ้าสังหารไต้ซือจื้อกงนั้น ย่อมเป็นการประกาศตัวเป็นศัตรูกับวัดเส้าหลิน และการที่เจ้าสังหารนักบวชเลี่ยหั่ว ก็เท่ากับประกาศตัวเป็นปรปักษ์กับสำนักเขาหลงหู่เช่นกัน..”“เท่านั้นยังไม่พอ..เจ้ายังสังหารจื่อยู่วซึ่งกระบี่คุนหลุนต้องไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ และการที่เจ้าจับตัวตี๋ยั่วถังมาขังไว้เช่นนี้ ก็ได้สร้างความไม่พอใจให้กับสำนักกระบี่เทียนซานอย่างมากด้วยเช่นกัน!”หลิงหยุนนิ่งฟังเฉียวเปียวพล่ามถึงอยู่นานโดยไม่ตอบโต้แม้แต่คำเดียว..“เวลานี้มีเจ้าได้สร้างศัตรูให้กับตระกูลหลิงไว้มากมาย..“แม้ตระกูลหลิงของเจ้าจะเป็นฝ่ายชนะการประลองและสามารถทำลายตระกูลซันกับตระกูลเฉินลงได้ แต่ดูท่าความภาคภูมิใจและความดีอกดีใจในครั้งนี้ คงจะอยู่กับตระกูลหลิงและตัวเจ้าได้เพียงไม่นาน เพราะเมื่อใดที่ศัตรูทั้งหมดบุกมาตระกูลหลิงพร้อมกัน ข้าเองก็อยากจะรู้ว่าเจ้ายังจะสามารถรับมือได้อีกหรือไม่!”หลิงหยุนยังยืนนิ่งไม่ตอบโต้เฉียวเปียวทำให้เฉียวเปียวยิ่งได้ใจ และในที่สุดก็พูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. ข้ารู้มาว่าโจวเหวินอี้ต้องการรับเจ้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกในหน่วยนภา เพื่อเป็นการสร้างฐานะ และความน่าเชื่อถือให้กับเจ้า แต่เจ้าอย่าด่วนดีอกดีใจไป..”“เพราะตราบใดที่ข้าเฉียวเปียวยังอยู่ในหน่วยนภาตระกูลหลิงจะไม่มีวันได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของหน่วยนภาแน่!”“นี่เจ้าพล่ามจบหรือยัง”หลิงหยุนที่อดทนฟังเฉียวเปียวพล่ามมานานในที่สุดก็ถามขึ้นอย่างหมดความอดทน..เฉียวเปียวทำสีหน้างุนงงเมื่อจู่ๆหลิงหยุนก็ถามแทรกขึ้นมาเช่นนั้น จึงได้ถามออกไปว่า “ทำไมรึ!” หลิงหยุนแสยะยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า“เรื่องของข้าหลิงหยุน และตระกูลหลิง ใช่ว่าเจ้าจะพล่ามไร้สาระอะไรก็ได้..”“สำหรับการเข้าร่วมเป็นสมาชิกในหน่วยนภานั้นหากข้าบอกว่าต้องการที่จะเข้าร่วม ข้าก็ต้องเข้าร่วมให้ได้! และในเมื่อเจ้ากล้าประกาศตัวว่าจะเป็นผู้ที่ขัดขวางข้า เช่นนั้นแล้วก็มีเพียงหนทางเดียว..”“คือเจ้าต้องตายเท่านั้น!”แววตาของหลิงหยุนเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่งและจากนั้นก็ใช้พลังจิตบังคับกระบี่กังฉีให้พุ่งออกมา!กระบี่กังฉีพุ่งออกมาจากจุดตันเถียนของหลิงหยุนอย่างรวดเร็วลักษณะของมันนั้นบางเบาคล้ายกับใบหลิว แต่ก็แข็งแกร่งยิ่งนัก และเวลานี้กระบี่กังฉีของหลิงหยุนก็กำลังพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเฉียวเปียว..เฉียวเปียวเองก็ได้เปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองไว้แล้วเพราะหลังจากที่ได้ประมือกับหลิงหยุนเมื่อครู่ ก็ทำให้เขาไม่กล้าประมาทอีก เฉียวเปียวกระโดดตรงเข้าไปในกลุ่มสมาชิกของหน่วยนภาและหยิบเอาบางสิ่งบางอย่างติดมือออกมา มันคือขวานขนาดใหญ่สองด้าม เฉพาะด้านที่เป็นคมขวานนั้นยาวถึงสองฟุต เรียกได้ว่าหากนำคนสองคนมานอนเรียงกัน ขวานด้ามนี้จะสามารถตัดคอของทั้งสองคนขาดได้พร้อมกันเลยทีเดียว..ขวานขนาดใหญ่ทั้งสองด้ามนี้ไม่รู้ว่าทำจากโลหะชนิดใดจึงได้มีสีดำเป็นเงาสะท้อนแสง มีเพียงแค่ช่วงที่เป็นคมเท่านั้นจึงจะมีสีเงินแวววาว ซึ่งบ่งบอกถึงความคมของขวานทั้งสองด้าม..เฉียวเปียวรับรู้ได้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับตนเองจึงได้รีบกระโดดไปหยิบขวานคู่ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของตนออกมา จากนั้นจึงได้กวัดแกว่งขวานทั้งสองด้ามในมือเข้าปัดป้องกระบี่กังฉีของหลิงหยุน