ตอนที่ 804
บทที่ 1234 : จัดการเฉียวเปียว!
October 22, 2026
ยังไม่ทันที่เสียงพูดของหลิงหยุนจะดังจบประโยคดีร่างของเขาที่ยังคงมีเพียงมือเปล่านั้น ก็ได้ไปยืนอยู่ตรงหน้าของเฉียวเปียวแล้ว! และทันทีที่ไปถึง..หลิงหยุนก็จัดการชกหมัดตรงเข้าใส่ใบหน้าของเฉียวเปียวอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ใช้พลังจิตควบคุมกระบี่กังฉีให้พุ่งเข้าจู่โจมเฉียวเปียวจากด้านหลังด้วย วินาทีนั้นเป็นช่วงเวลาที่เฉียวเปียวเองก็ต้องสาละวนอยู่กับการป้องกันหมัดของหลิงหยุนที่พุ่งเข้ามาทางด้านหน้า.. “ห๊ะ!” เฉียวเปียวถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตระหนกตกใจในขณะเดียวกันก็ต้องกัดฟันเหวี่ยงแขนซ้ายออกไปรับหมัดของหลิงหยุน ในขณะที่แขนขวาเหวี่ยงขวานด้ามใหญ่ไปทางด้านหลังของตนเอง.. เคร้ง.. เสียงคล้ายโลหะกระทบกันดังขึ้นและขวานด้ามใหญ่ของเฉียวเปียวก็สามารถต้านกระบี่ฉีกังของหลิงหยุนไว้ได้อีกครั้ง.. ในเวลาเดียวกันนั้น..พลังปราณที่พุ่งออกจากหมัดของหลิงหยุน ก็ได้กระแทกเข้ากับขวานใหญ่ในมือของเฉียวเปียวอย่างรุนแรงเช่นกัน และในจังหวะนั้นหลิงหยุนก็ได้โคจรดาราคุ้มกายในระดับสิบสี่ของตนปกป้องร่างกายไว้ด้วย จึงกล้าที่จะชกหมัดเข้ากับขวานที่แข็งแกร่งของเฉียวเปียวเช่นนั้น.. “ห๊ะ!หมอนั่นเป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง?!” โม่วู๋เตาที่นั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้อยู่ทางด้านหลังของหลิงหยุนนั้นถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นหลิงหยุนใช้กำปั้นชกเข้าใส่ขวานเหล็กที่แข็งแกร่ง และทรงพลังเช่นนั้น.. ขวานด้ามใหญ่ที่เฉียวเปียวฟันใส่หลิงหยุนนั้นไม่เพียงทำจากโลหะที่แข็งแกร่ง แต่ยังมีพลังปราณที่รุนแรงแรงในระดับห้าขั้นพลังเหนือธรรมชาติพวยพุ่งออกมาด้วย จะมีผู้ใดบ้างที่บ้าดีเดือดจนกล้าใช้มือเปล่าปะทะเช่นนั้น เห็นจะมีก็เพียงแค่หลิงหยุนผู้เดียวเท่านั้น! ปัง! พลังปราณจากหมัดอันทรงพลังปะทะเข้ากับพลังปราณของคมขวานด้ามใหญ่อย่างรุนแรงจนเกิดเป็นพายุหมุนลูกใหญ่ขึ้นในทันที.. ร่างของยอดฝีมือทั้งสิบเอ็ดคนที่นอนเรียงรายอยู่กับพื้นนั้นได้ถูกแรงลมของพายุหมุนซึ่งเกิดจากพลังปราณรุนแรงของทั้งสองฝ่าย พัดหอบเอาร่างให้ลอยเคว้งขึ้นไปกลางอากาศ บ้างก็ปลิวไปกระแทกกำแพง บ้างก็ปลิวกระแทกกันเอง จนเกิดเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทั้งขึ้นทั่วทั้งบริเวณอีกครั้ง! “อ๊าก!” เสียงกรีดร้องของเฉียวเปียวดังออกมาด้วยความเจ็บปวดเวลานี้มือซ้ายที่ถือขวานใหญ่นั้นได้มีเลือดไหลออกมา เฉียวเปียวก็รู้สึกปวดร้าวที่แขนซ้ายจนแทบอยากจะปล่อยขวานในมือทิ้งไป และร่างใหญ่ยักษ์ของเขาก็ได้ลอยละลิ่วถอยหลังออกไปทันที.. ปัง! เสียงร่างใหญ่ยักษ์ของเฉียวเปียวกระแทกเข้ากับกำแพงภายในสวนอย่างแรงก่อนจะทะลุและลอยละลิ่วออกไปยังสวนชั้นที่เจ็ดจนแทบจะยืนทรงตัวไว้ไม่ได้.. “หึ..ข้าควรจุถามเจ้ามากกว่าไปกินดีหมีดีมังกรมาจากที่ใด จึงได้กล้าบุกมาตระกูลหลิงเช่นนี้?!” น้ำเสียงเย็นชาของหลิงหยุนดังขึ้นอีกครั้ง..ในขณะเดียวกันนั้นก็ได้ใช้พลังจิตควบคุมกระบี่กังฉีให้บินกลับมาหาตนเอง แทนที่จะให้พุ่งตามร่างของเฉียวเปียวไป! การที่หลิงหยุนรวบรวมพลังทั้งหมดของตนส่งหมัดเข้าใส่ร่างของเฉียวเปียวนั้นก็เพื่อต้องการทดสอบพลังที่แท้จริงของตนเองในเวลานี้นั่นเอง.. การประลองกับตระกูลซันและตระกูลเฉินในคืนนั้นถือเป็นการต่อสู้ที่รุนแรง และดุเดือดที่สุดของหลิงหยุนนับตั้งแต่เริ่มฝึกบ่มเพาะพลังบนโลกใบนี้มา เวลานี้เขาได้บ่มเพาะตนจนสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่ได้แล้ว อีกทั้งยังรู้สึกว่าพลังจิตของตนยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย..ไม่กี่วันมานี้หลิงหยุนเองก็เพิ่งจะดูดซับเอาปราณราชามังกรซึ่งเก็บสะสมไว้ในพระราชวังต้องห้ามมานานกว่าห้าร้อยปีเข้าไปมากมาย จนกระทั่งปราณราชามังกรจำนวนมากเหล่านั้นได้หลอมรวม และอัดแน่นกลายเป็นกระบี่จักรพรรดิมังกร..ในขณะที่ปราณราชามังกรที่เหลือก็ได้กระจายไปทั่วร่างกายของเขาเข้าไปช่วยเสริมสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ ผิวหนัง อวัยวะภายใน เส้นลมปราณ และจุดฝังเข็มทั่วร่าง แม้จะไม่สามารถทำให้ขั้นของเขาพัฒนาได้ในทันที แต่ก็ได้สร้างร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างน่าอัศจรรย์ให้กับเขา..หลิงหยุนสัมผัสได้อย่างชัดเจนตั้งแต่วินาทีแรกว่า..หลังจากที่ได้รับปราณราชามังกรภายในพระราชวังต้องห้ามเข้าไปมากมายนั้น ร่างกายของเขาได้เปลี่ยนไปมาก และแข็งแกร่งขึ้นมากด้วย..โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดูกผิวหนัง เนื้อ และเลือดของหลิงหยุนนั้น เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด และเวลานี้ไม่เพียงกระดูกสันหลังของหลิงหยุนที่กลายเป็นสีทอง แม้แต่กระดูกส่วนมือของเขา ก็เริ่มกลายเป็นสีทองจางๆแล้วด้วยเช่นกันหากเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของร่างกายหลิงหยุนเวลานี้กับเมื่อครั้งที่เขาได้เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นปรับร่างกาย-9 นั้น เวลานี้ร่างกายของหลิงหยุนนับว่าแข็งแกร่งกว่าครั้งนั้นอย่างน้อยถึงสองเท่าเลยทีเดียว!และนี่คือเหตุผลที่เมื่อตอนกลางวันหลิงหยุนกล้าใช้กระบี่ลมปราณกว่าร้อยเล่มทำการทดสอบหัวหน้าอาวุโสแห่งหน่วยนภา – โจวเหวินอิง!ไม่เพียงเท่านั้น..ก่อนหน้านี้หลิงหยุนก็เพิ่งจะดูดซับเอาพลังอมตะสีม่วงเข้าไปมากมาย ทำให้ร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็นอีก!และในระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่นั้นหนึ่งนาทีจะสามารถกลั่นเสินหยวนได้สามหยด เวลานี้หลิงหยุนจึงมีเสินหยวนอยู่กว่าหนึ่งหมื่นหยด เรียกได้ว่ากึ่งกลางหว่างคิ้วของเขาเวลานี้แทบจะกลายเป็นทะเลสาบเสินหยวนไปแล้ว..ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ทำให้ความสามารถในการาจู่โจมคู่ต้องสู้ และความสามารถในการป้องกันตัวเองของหลิงหยุนนั้น พุ่งขึ้นจนน่ากลัว!หลิงหยุนเองก็กำลังต้องการที่จะทดสอบความแข็งแกร่งของตนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายนี้กับยอดฝีมือที่เก่งกาจสักคนและหลี่เจิ้งเฟิงกับเฉียวเปียวก็เข้ามาได้ในเวลาที่เหมาะเจาะยิ่งนัก!แต่หากจะพูดให้ถูกก็ต้องพูดว่า..ทั้งสองคนล้วนแล้วแต่แกว่งเท้าหาเสี้ยนเอง! นอกเหนือจากต้องการใช้อาวุโสแห่งหน่วยนภาทั้งสองคนทดสอบความแข็งแกร่งแล้วอีกไม่นานหลิงหยุนจะต้องเดินทางออกจากปักกิ่ง เพื่อไปร่วมงานชุมนุมชาวยุทธที่กำลังจะจัดขึ้น เขาจึงไม่ต้องการปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้เรื้อรัง จนกลายเป็นปัญหาให้กับตระกูลหลิง หลิงหยุนจึงได้ตัดสินใจที่จะสะสางให้จบสิ้นไปในคืนนี้!และอย่างน้อย..ก็เพื่อให้อีกหลายฝ่ายในปักกิ่งที่กำลังคิดจะบีบคั้น หรือหาเรื่องกับตระกูลหลิง ต้องหยุดชั่งใจ และประเมินตัวเองให้ดีเสียก่อน หรือไม่อย่างน้อยก็ต้องคำนึงถึงผลเสียที่จะตามมาด้วย!โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..ตระกูลหลงที่กำลังคิดจะเล่นงานตระกูลหลิงอยู่!จากการประมือกับเฉียวเปียวก่อนหน้านี้สองสามหมัดนั้นทำให้หลิงหยุนสามารถประเมินความแข็งแกร่งของเฉียวเปียวได้อย่างแม่นยำว่า ไม่น่าจะเกินกว่าระดับห้าขั้นพลังเหนือธรรมชาติ แต่ก็นับว่าแข็งแกร่งกว่าเฉินจิ้งเฉวียนเมื่อครั้งที่กลายร่างเป็นปีศาจ และในครั้งนั้นหลิงหยุนยังอยู่เพียงแค่ระดับเริ่มต้นขั้นซานฉางชี่ แต่ก็สามารถสังหารปีศาจเฉินจิ้งเฉวียนได้..แต่ในเวลานี้หลิงหยุนเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานเฉิงชี่แล้วมีหรือที่คนอย่างเฉียวเปียวจะสามารถต้านทานเขาได้!และผลก็ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน..หลิงหยุนใช้เพียงแค่หมัดชกเข้ากับขวานยักษ์ของเฉียวเปียว ร่างของเฉียวเปียวก็ถึงกับกระเด็นลอยละลิ่วทะลุกำแพงออกไป ในขณะที่หลิงหยุนนั้นไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน..แม้ในคืนนี้ศักยภาพและความแข็งแกร่งที่หลิงหยุนแสดงออกมานั้น จะเหนือความคาดหมายของผู้อื่นมาก แต่กลับไม่ได้เหนือความคาดหมายของหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย เขามั่นใจตั้งแต่แรกแล้วว่าจะสามารถควบคุมเหตุการณ์ในคืนนี้ได้..“เป็นไปไม่ได้!”หลังจากที่เฉียวเปียวยืนทรงตัวได้มั่นคงแล้วเขาก็หันไปมองทางด้านซ้ายมือของตนเอง และพบว่าคมของขวานขนาดใหญ่ในมือนั้น ได้ถูกพลังปราณจากหมัดของหลิงหยุนซัดเข้าอย่างรุนแรง จนกลายเป็นรอยหมัดปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน..จากข้อมูลลับที่เฉียวเปียวได้รับมาจากตระกูลหลิงนั้นความแข็งแกร่งของหลิงหยุนอยู่ในระดับสี่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติ แต่ตอนนี้กลับเห็นได้ชัดว่า ความแข็งแกร่งที่หลิงหยุนได้แสดงผ่านหมัดของเขานั้น น่าจะอยู่ในระดับหกขั้นพลังเหนือธรรมชาติเสียมากกว่า!