ตอนที่ 805
บทที่ 1235 : ถึงคราวของหลี่เจิ้งเฟิง!
October 22, 2026
หลังจากที่ถูกหลิงหยุนทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้เฉียวเปียวสูญสิ้นความกล้า เหลือเพียงแค่ความหวาดกลัวที่มีต่อหลิงหยุน และอยากจะหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด! ‘อ่อ..นี่เป็นการรักษาชีวิตของเหล่าอาวุโสในหน่วยนภาหรอกรึ!’ หลิงหยุนยืนมองเฉียวเปียวที่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บของตนเองด้วยแววตาเฉยชา.. ความจริงหลิงหยุนไม่ได้ต้องการที่จะเอาชีวิตของเฉียวเปียวหรือโหยหาชัยชนะแต่อย่างใด ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ต้องควบคุมกระบี่ฉีกังเข้าใส่เฉียวเปียวมากมายหลายครั้งถึงเพียงนี้ และคงสามารถสังหารเฉียวเปียวไปได้ตั้งนานแล้ว.. “เฉียวเปียว..ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!” “แต่หากเจ้ายังกล้าลงมืออีกครั้งข้าจะสังหารเจ้าทิ้งทันที!” เฉียวเปียวนั่งนิ่งเมื่อได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนและได้แต่หันไปมองหลี่เจิ้งเฟิงตาปริบๆ เพราะหลังจากที่หลิงหยุนบอกเฉียวเปียวแล้ว เขาก็กระโดดเข้าไปหาหลี่เจิ้งเฟิงที่กำลังรับมือกับกระบี่ธาราทั้งสิบสองเล่มของหนิงหลิงยู่ และกระบี่เหินเงาธนูของเขาทันที.. หลี่เจิ้งเฟิงนั้นเหนือกว่าเฉียวเปียว..เวลานี้เขาได้เข้าสู่ระดับหกขั้นพลังเหนือธรรมชาติแล้ว.. ครั้งนี้หนิงหลิงยู่ไม่เชื่อฟังหลิงหยุน..อาจเป็นเพราะนางเพิ่งเข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่ จึงมีความมั่นอกมั่นใจในตนเองมาก หรืออาจเพราะต้องการอาศัยโอกาสนี้ฝึกฝนตนเอง เมื่อได้ลงมือต่อสู้กับหลี่เจิ้งเฟิงแล้ว จึงไม่ยอมหยุดตามที่หลิงหยุนสั่ง! เวลานี้หนิงหลิงยู่เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นขั้นซื่อเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-4) แล้ว จิตหยั่งรู้จึงมีรัศมีครอบคลุมถึงสี่พันเมตร และพลังจิตของนางก็แข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าหลิงหยุนเลย ที่แตกต่างกันก็มีเพียงแค่ประสบการณ์ในการต่อสู้จริงเท่านั้น ทำให้ความสามารถในการควบคุมพลังจิตด้อยกว่าหลิงหยุน.. แต่ถึงกระนั้น..กระบี่ธาราทั้งสิบสองเล่มของหนิงหลิงยู่ ก็ได้สร้างความกดดันให้กับหลี่เจิ้งเฟิงไม่น้อย เพราะร่างกายของเขานั้นไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเฉียวเปียว และหากพลังปราณที่ปกคลุมร่างกายของหลี่เจิ้งเฟิงสลายไป เขาจะถูกกระบี่ธาราของหนิงหลิงยู่แทงเข้าทันที! นอกจากนั้นยังมีกระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนด้วยเวลานี้กระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวหลี่เจิ้งเฟิง เมื่อใดก็ตามที่เขาประมาท กระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนก็จะพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเขาได้ทันทีเช่นกัน! ในเมื่อหลี่เจิ้งเฟิงเองก็ตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้มีหรือที่เขาจะสามารถช่วยเหลืออะไรเฉียวเปียวก่อนหน้านี้ได้! หลี่เจิ้งเฟิงรู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นหลิงหยุนเปลี่ยนเป้าหมายมาหาตนเอง! หลิงหยุนหันไปยิ้มให้กับหลี่เจิ้งเฟิงพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เอาล่ะ.. ถึงคราวของเจ้าแล้ว!” ระหว่างที่พูดนั้น..กระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสองเท่า! และนั่นทำให้หลี่เจิ้งเฟิงยิ่งกดดันมากขึ้นเวลานี้หน้าผากของหลี่เจิ้งเฟิงมีเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มไปหมด เพราะเวลานี้กระบี่เหินเงาธนูพุ่งเข้าจู่โจมใส่ร่างของเขาไม่หยุดเช่นกัน.. หลิงหยุนและหนิงหลิงยู่ร่วมมือกันอย่างสบายๆ ไม่รีบร้อน ระหว่างนั้นหลิงหยุนก็พูดกับหลี่เจิ้งเฟิงว่า “เจ้าโอหังมากที่กล้าบุกมาตระกูลหลิงเช่นนี้!” จากนั้นจึงหันไปบอกหนิงหลิงยู่ว่า“บางครั้งกระบี่เพียงเล่มเดียว ก็อาจจะแข็งแกร่งกว่ากระบี่สิบสองเล่มไม่ใช่รึ!” หลี่เจิ้งเฟิงยังไม่ทันได้มีโอกาสหายใจหนิงหลิงยู่ก็ควบคุมกระบี่ธาราทั้งสิบสองเล่มให้ผนึกรวมกันเป็นกระบี่ธาราเล่มใหญ่ และพุ่งทะลวงเข้าใส่เกราะป้องกันของหลี่เจิ้งเฟิงทันที! ในที่สุด..กระบี่ธาราเล่มใหญ่ของหนิงหลิงยู่ก็สามารถทะลุเข้าไปในเกราะป้องกันหลี่เจิ้งเฟิงได้สำเร็จ และนั่นเป็นการบ่งบอกว่าหนิงหลิงยู่สามารถเข้าใจในคำพูดของหลิงหยุนเมื่อครู่ได้ทันที.. หลี่เจิ้งเฟิงรีบซัดฝ่ามือเข้าใส่กระบี่ธาราเล่มใหญ่ของหนิงหลิงยู่จนกระบี่ธาราสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! ใบหน้างดงามแต่เย็นชาของหนิงหลิงยู่นั้นย่นเข้าหากันเล็กน้อยจากนั้นจึงยกนิ้วมือสองนิ้วขึ้นบังคับกระบี่ธาราเล่มใหญ่ให้ถอยกลับมา แล้วพุ่งกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง..หลี่เจิ้งเฟิงรีบกระโดดถอยหลังหลบไปแม้เขาจะสัมผัสได้ว่ากระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนนั้นจะลดความรุนแรงลง แต่ก็ยังคงหาโอกาสที่จะจู่โจมตนเอง ทำให้หลี่เจิ้งเฟิงไม่มีโอกาสที่จะลงมือกับหนิงหลิงยู่ได้เต็มที่นัก ที่หลิงหยุนทำเช่นนี้ก็เพื่อให้หนิงหลิงยู่ได้มีโอกาสฝึกฝนการต่อสู้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และประสบการณ์ให้กับตนเอง อีกทั้งเวลานี้หน่วยนภาก็เหลือหลี่เจิ้งเฟิงเพียงคนเดียวเท่านั้น ถึงอย่างไรตระกูลหลิงก็ย่อมเป็นฝ่ายชนะ เพียงแต่จะช้าหน่อยเท่านั้น..แต่หลี่เจิ้งเฟิงซึ่งเป็นถึงอาวุโสในหน่วยนภาผ่านประสบการณ์การต่อสู้มาแล้วมากมาย อีกทั้งยังอยู่ในขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับหกแล้ว จึงค่อนข้างได้เปรียบหนิงหลิงยู่มากหลังจากที่ประมือกับหลี่เจิ้งเฟิงอยู่ครู่ใหญ่หนิงหลิงยู่ก็เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าเช่นกัน..“เอาล่ะ..หมดเวลาแล้ว!”หลิงหยุนร้องตะโกนบอกพร้อมกับใช้พลังจิตควบคุมกระบี่เหินเงาธนูให้พุ่งเข้าจู่โจมหลี่เจิ้งเฟิงอย่างรุนแรง และรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ควบคุมกระบี่กังฉีให้จู่โจมเข้าใส่ร่างของเขาพร้อมกันด้วย! “โอ๊ะ!”หลี่เจิ้งเฟิงร้องอุทานออกมาเมื่อพบว่ากระบี่กังฉีของหลิงหยุนเกือบจะพุ่งโดนร่างของตน แต่ในที่สุดก็สามารถหลบได้อย่างหวุดหวิด เพราะมัวแต่ระวังกระบี่ธาราเล่มใหญ่ และกระบี่เหินเงาธนูหลังจากกระโดดถอยหลังหลบไปได้หลี่เจิ้งเฟิงจึงร้องตะโกนออกมาว่า “หลิงหยุน.. เจ้าหยุดก่อน! ข้ายอมพาคนของหน่วยนภากลับแล้ว!”หลังจากที่ใคร่ครวญดีแล้วว่าหากยังฝืนต่อสู้ต่อไป จุดจบของตนเองคงไม่ต่างจากเฉียวเปียวแน่ จึงรีบร้องตะโกนบอกหลิงหยุนไปเช่นนั้น“เสียใจด้วย!”“ตระกูลหลิงของข้าไม่ใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะมาเดินเพ่นพ่านเล่นได้คิดอยากจะมาก็มา คิดอยากจะกลับก็กลับอย่างนั้นรึ!”ยังไม่ทันสิ้นเสียงพูดของหลิงหยุนด้วยซ้ำไปร่างของเขาก็ไปปรากฏตรงหน้าของหลี่เจิ้งเฟิงแล้ว..ตูม!เสียงหมัดของหลิงหยุนกระทบเข้ากับพลังปราณที่ปกคลุมร่างของหลี่เจิ้งเฟิงจนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณ และเพียงแค่หมัดเดียวของหลิงหยุน พลังปราณที่ปกคลุมร่างของหลี่เจิ้งเฟิงก็ถึงกับแตกสลายทันที!ปัง!หลิงหยุนเดินตรงเข้าหาหลี่เจิ้งเฟิงด้วยท่าทีไม่รีบร้อนจากนั้นจึงชกหมัดตรงเข้าใส่ที่หน้าอกของหลี่เจิ้งเฟิงอีกหนึ่งหมัดทันที!เนื่องจากร่างกายของหลี่เจิ้งเฟิงนั้นหากไม่มีพลังปราณปกป้องไว้ย่อมแข็งแกร่งน้อยกว่าร่างกายของเฉียวเปียว จึงถึงกับกระดูกหน้าอกแตก ร่างลอยละลิ่วออกไปไกล พร้อมกับกระอักเลือดออกมาทันที..ปัง!ร่างของหลี่เจิ้งเฟิงลอยละลิ่วออกไปกระแทกกับกำแพงบ้านก่อนจะทะลุออกไปยังสวนชั้นที่เจ็ดของตระกูลหลิง..เป็นหรือตายไม่อาจรู้ได้เพราะเวลานี้หลี่เจิ้งเฟิงถึงกับหมดสติไปในทันที!…..คืนนี้สมาชิกของหน่วยนภาทั้งสิบสี่คนและสองในนั้นเป็นถึงสมาชิกอาวุโสของหน่วยนภา ล้วนถูกหลิงหยุนจัดการจนลงไปนอนกองอยู่กับพื้นกันหมด..แต่จะเรียกว่านอนกองกับพื้นทั้งหมดก็ไม่ถูกนักเพราะเวลานี้เฉียวเปียวที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนหน้านี้ ได้ใช้ยันต์รักษาอาการบาดเจ็บจากการถูกแทง และชกเข้าที่หน้าอกจนเริ่มดีขึ้นแล้ว และได้มีเวลาเดินลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บภายในจนทุเลาลงบ้าง จึงเป็นผู้เดียวในเวลานี้ที่สามารถลุกขึ้นนั่งได้..