ตอนที่ 806
บทที่ 1236 : ทำความเข้าใจ!
October 22, 2026
หลังจากที่เฉียวเปียวพ่ายแพ้ให้กับหลิงหยุนแล้วเขาก็เอาแต่นอนหลับตานิ่ง และไม่ยอมลืมตาอีกเลย สาเหตุนั้นก็มาจากความรู้สึกอับอายไม่กล้าสู้หน้า และความหวาดกลัวที่มีต่อหลิงหยุนนั่นเอง.. แต่ถึงแม้เฉียวเปียวจะหลับตานิ่งแต่จิตหยั่งรู้ของเขาก็ยังคงเปิดอยู่ และเมื่อสังเกตเห็นว่าหลิงหยุนกำลังเดินตรงมาหาตนเอง เฉียวเปียวถึงกับใจสั่นขึ้นมาทันที และเลือดในกายเริ่มพุ่งพล่าน.. เมื่อหลิงหยุนเดินมาถึงเขาก็ก้มลงมองเฉียวเปียวพร้อมกับพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าหมีเฒ่า” ‘เจ้าบ้าเอ๊ย..!’ เฉียวเปียวได้แต่นึกสบถอยู่ในใจและแทบอยากจะร้องไห้ออกมา เพราะในหน่วยนภานั้น ไม่ว่าใครก็ตามที่พบเห็นตน ก็ต้องแสดงออกอย่างมีมารยาท อีกทั้งยังต้องเรียกตนว่าอาวุโสด้วย! แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นเจ้าหมีเฒ่าไปแล้ว! “นี่!” หลิงหยุนเห็นเฉียวเปียวยังแสร้งทำเป็นนิ่งเงียบและไม่ยอมลืมตาขึ้นมาคุยกับตนเอง จึงใช้เท้าเตะไปที่แขนของเฉียวเปียวพร้อมกับร้องตะโกนเสียงดัง “เจ้าหมีเฒ่า..ลุกขึ้น! หยุดแสร้งทำเป็นตายได้แล้ว..” เฉียวเปียวหมดหนทางจะหลีกเลี่ยงอีกต่อไปจึงได้แต่ลืมตาขึ้นพร้อมกับหันใบหน้าที่แดงก่ำของตนเองไปทางหลิงหยุน แล้วถามขึ้นด้วยความรู้สึกอับอาย และอดสูยิ่งนัก “หลิงหยุน..อย่าได้เหยียดหยันผู้อื่นนัก! เราต่างก็เป็นคนเหมือนกัน อีกทั้งพวกเราหน่วยนภาต่างก็ยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว เจ้ายังต้องการอะไรอีก” ใบหน้าของเฉียวเปียวนั้นเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดและเวลานี้ก็ไม่เหลือร่องรอยของความอวดดีอวดเก่งอีกเลยแม้แต่น้อย.. เมื่อเดินชนหลังคา..สิ่งที่ควรทำคือต้องก้มศรีษะของตนลง เพื่อให้สามารถเดินไปข้างหน้าต่อไปได้.. “ข้ายังต้องการอะไรอีกงั้นรึ!” หลิงหยุนแสร้งทำเสียงตกใจอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเฉียวเปียวไม่รู้และพูดต่อว่า “พวกเจ้าเป็นฝ่ายบุกมาหาเรื่องข้าถึงที่บ้าน ยังมีหน้ามาถามว่าข้าต้องการอะไรอีกงั้นรึ!” หลิงหยุนเขยิบเข้าไปใกล้เฉียวเปียวอีกหนึ่งก้าวและเวลานี้เท้าของหลิงหยุนก็อยู่ต่ำกว่าใบหน้าของเฉียวเปียวลงมาเพียงแค่ยี่สิบเซ็นติเมตรเท่านั้น.. หลิงหยุนก้มหน้าลงและสายตาของคนทั้งคู่ก็สบกันเข้าพอดี.. เฉียวเปียวไม่สามารถทนมองสายตาของหลิงหยุนได้อีกต่อไปจึงได้แต่เมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความโกรธในใจ หลิงหยุนค่อยๆย่อตัวหลังแล้วจึงยื่นมือออกไปตบที่ใบหน้าของเฉียวเปียวหนึ่งฉาด และที่ศรีษะอีกหนึ่งฉาด จากนั้นจึงร้องสั่งเสียงเข้ม “ข้ายังพูดไม่จบใครใช้ให้เจ้าหันหน้าหนีเช่นนั้น รู้สึกอับอายขึ้นมางั้นรึ” เฉียวเปียวหมดความอดทนจึงได้แต่ถุยน้ำลายออกมา พร้อมกับร้องตะโกนใส่หน้าหลิงหยุนว่า “ถุย.. นักรบเฆ่าได้ แต่หยามไม่ได้!” “โอ้..ไม่ต้องกังวลใจไป!” หลิงหยุนหันหน้าหลบน้ำลายของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจากนั้นจึงพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “เจ้าหมีเฒ่า.. ข้าไม่ได้มีเจตนาจะเหยียดหยามเจ้า แต่เจ้าหันหน้าหนีไปเช่นนั้น ทั้งที่พวกเรายังเจรจากันไม่จบ กิริยาของเจ้าจึงนับว่าไร้มารยาทเช่นกันไม่ใช่รึ”“และหากเจ้าหันหน้าหนีไปเช่นนั้นพวกเราจะเจรจาสื่อสารกันได้อย่างไรเล่า การเจรจากันที่ถูกต้องนั้น ทั้งสองฝ่ายควรต้องมีการสื่อสารผ่านทางสายตา มารยาทขั้นพื้นฐานเช่นนี้เจ้ายังไม่รู้อีกรึ?!”ห่างจากทั้งสองคนไปไม่ไกลนัก..เหล่าสมาชิกตระกูลหลิงต่างก็ยืนดูเหตุการณ์ และทุกคนล้วนก็แล้วแต่กำลังอ้าปากค้าง เพราะหลิงหยุนไม่เพียงสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนในระหว่างการต่อสู้ แต่เวลานี้ยังมีวิธีสร้างความอัปยศให้กับอีกฝ่ายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ!หลิงลี่ที่ยืนดูอยู่นั้นถึงกับเป่าลมออกจากปากด้วยความรู้สึกหลายอย่างและไม่สามารถทนดูต่อไปได้อีก จึงรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที..ส่วนหลิงเสี่ยวนั้นถึงกับแสร้งยกมือขึ้นลูบหน้าผากตนเองและไม่กล้าที่จะมองสิ่งที่ลูกชายสุดที่รักของตนทำแบบตรงๆแต่ดูเหมือนเพื่อนๆของหลิงหยุนที่มาจากจิงฉูนั้นไม่ว่าจะเป็นโม่วู๋เตา หรือว่าตี้เสี่ยวอู๋ ต่างก็ดูเหมือนไม่ประหลาดใจ และตกใจกับการกระทำของหลิงหยุน ทั้งคู่ยืนจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสนอกสนใจ..ในขณะที่เหล่าสมาชิกของหน่วยนภานั้นไม่ว่าจะเป็นหลี่เจิ้งเฟิง หรือคนอื่นๆที่เพิ่งรู้สึกตัว ทันทีที่ได้เห็นภาพของเฉียวเปียว ทุกคนต่างก็แทบอยากจะเป็นลมหมดสติไปอีกครั้ง..ความอับอายและความอัปยศที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ได้สร้างความเสื่อมเสียไปถึงตระกูลของตนเองเลยทีเดียว แต่เฉียวเปียวก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมาอย่างเจ็บปวด และเสียใจเท่านั้น เพราะเขาเองก็ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้..เฉียวเปียวรู้ว่าความพ่ายแพ้และความอับอายที่หลิงหยุนสร้างให้กับตนเองในคืนนี้ จะกลายเป็นปีศาจหลอกหลอนตัวเขาเองไปตลอดชีวิต และเส้นทางบ่มเพาะพลังของตน ก็คงต้องสิ้นสุดอยู่เพียงเท่านี้ หรืออย่างดีที่สุดก็คงอยู่เพียงแค่ระดับหกขั้นพลังเหนือธรรมชาติเท่านั้น..เฉียวเปียวได้แต่ใช้จิตหยั่งรู้ของตนสำรวจดูหลี่เจิ้งเฟิงซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกลนักและพบว่าหลี่เจิ้งเฟิงนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เฉียวเปียวกลับนึกอิจฉา และหากเป็นไปได้เขาอยากจะเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเองสียมากกว่า“เจ้ามีอะไรอยากจะพูดก็พูดมา..”ในที่สุดเฉียวเปียวก็หันไปมองหน้าหลิงหยุนผู้กุมชัยชนะเขาอยากรีบๆ เจรจาให้จบๆ และออกไปจากบ้านตระกูลหลิงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และได้แต่ตั้งปฏิญาณว่าตลอดชีวิตที่เหลือของตน จะไม่มาเหยียบถนนเส้นนี้อีก!“อืมม..ต้องให้ได้แบบนี้สิ ข้าค่อยรู้สึกว่าเจ้าอยากจะเจรจากับข้าขึ้นมาบ้าง!”หลิงหยุนเอ่ยชมท่าทีที่เปลี่ยนไปของเฉียวเปียวแล้วจึงพูดต่อว่า “ก็ไม่มีอะไรมากนักหรอกเจ้าหมีเฒ่า..”“ข้าก็แค่อยากให้เจ้าทวนคำพูดของเจ้าอีกครั้งเท่านั้นเอง!”“คำพูดอะไร!” ไม่รู้ว่าเฉียวเปียวนั้นลืมไปแล้วจริงๆหรือแสร้งทำเป็นโง่กันแน่!หลิงหยุนยิ้มกว้างก่อนจะตอบไปว่า“เจ้าหมีเฒ่า.. เจ้าอย่าแสร้งทำเป็นโง่ไปหน่อยเลย! ก่อนที่เจ้าจะเริ่มประมือกับข้านั้น เจ้าพูดว่าหากเจ้ายังอยู่ในหน่วยนภา ข้าจะไม่มีทางได้เข้าเป็นสมาชิกของหน่วยนภา อะไรทำนองนี้..”“ทวนให้ข้าฟังอีกครั้งซิ!”หลิงหยุนย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เอ่อ..”เฉียวเปียวแทบกระอักออกมาเป็นเลือดอีกครั้งเขาโมโหจนแทบคลั่ง และได้แต่คิดในใจว่า ‘เจ้าชนะ.. เจ้าตบหน้าข้า.. แต่เจ้าจะทำอะไรมากเกินกว่านี้ไม่ได้!’“ข้าสั่งให้เจ้าทวนให้ข้าฟังไงเล่า!”หลิงหยุนเงื้อมือขึ้นสูงพร้อมกับร้องตะโกนสั่งเฉียวเปียวและย้ำด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดอีกครั้ง “ข้าหวังว่าเจ้าจะยอมทวนคำพูดให้ข้าฟังอีกครั้งนะ..”เฉียวเปียวไม่ต้องการถูกหลิงหยุนตบหน้าให้ได้รับความอับอายอีกจึงได้แต่ถอนหายใจ และทวนคำพูดประโยคนั้นซ้ำอีกครั้ง..