ตอนที่ 809
บทที่ 1239 : แขกไม่ได้รับเชิญ!
October 22, 2026
ในเมื่อผลประโยชน์ใดๆที่ควรต้องได้ในคืนนี้ก็ได้มาแล้วหลิงหยุนเองก็คร้านที่จะสนใจอีก จึงเดินตรงไปที่ต้นหลิวเทวะวิญญาณเพื่อฝึกฝนวิชาต่อ.. เรื่องราวไม่ว่าจะใหญ่โตเพียงใดแต่ก็ไม่มีเรื่องใดยิ่งใหญ่ และสำคัญไปกว่าการฝึกวิชาของหลิงหยุน! นอกเหนือจากหลิงหยุนแล้ว..หลังจากเสร็จสิ้นศึกระหว่างหน่วยนภากับตระกูลหลิง ทุกคนที่ได้เห็นความเก่งกาจที่น่ากลัวของหลิงหยุน จึงเกิดแรงฮึกเหิม และต่างก็ไปนั่งฝึกฝนกันต่อโดยไม่ต้องให้บอกให้เตือนกัน.. แม้ภาพการฝึกฝนที่ขยันหมั่นเพียรและทุ่มเทเช่นนี้ จะเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก แต่ก็ยังไม่อาจเทียบเท่าเมื่อสี่สิบปีก่อน.. …… ในเช้าของวันถัดมา..หลังจากที่หลิงหยุนได้ฝึกวิชาดาราคุ้มกายตามที่เคยฝึกเป็นปกติทุกวันเสร็จแล้ว เขาจึงกลับเข้าไปในบ้านอาบน้ำอาบท่า ก่อนจะไปนั่งทำสมาธิต่อบนโซฟาในห้องรับแขก หลิงหยุนไม่จำเป็นต้องเสียเวลามานั่งคิดว่าเรื่องราวเมื่อคืนนี้จะนำปัญหาใหญ่อะไรมาให้ตนเองเองบ้าง เพราะนี่คือความตั้งใจของเขา และดูเหมือนว่าการสร้างอำนาจบารมี และความน่าเกรงขามให้กับตระกูลหลิงด้วยวิธีนี้ จะประสบความสำเร็จค่อนข้างดีทีเดียว.. หลิงหยุนยังไม่รีบร้อนที่จะศึกษาสมบัติที่ได้มาเมื่อคืนนี้อย่างโอสถและยันต์ชนิดต่างๆนัก เขาตั้งใจไว้ว่าจะรอจนกว่าจะได้เข้าร่วมกับหน่วยนภาเสียก่อน หรืออย่างน้อยก็ได้พบ และพูดคุยกับโจวเหวินอี้เสียก่อน อีกอย่าง..ในวันพรุ่งนี้เขาก็มีเรื่องที่สำคัญกว่ารออยู่ด้วย! วันนี้เป็นวันที่9 กันยายน และคืนนี้จะเป็นคืนที่ตระกูลเย่จะจัดการประมูลขึ้นทางด้านชานเมืองตะวันออกของปักกิ่ง.. ‘จะพาใครไปกับข้าด้วยดีนะ!’หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ในใจคนเดียวเงียบๆ ‘แน่นอนว่าต้องมีเย่ซิงเฉินส่วนตี้เสี่ยวอู๋กับโม่วู๋เตาก็คงต้องพาไปด้วย อย่างน้อยก็จะได้ไปเปิดหูเปิดตาเป็นประสบการณ์ครั้งใหม่ในชีวิต..’ ‘หลิงยู่..’ และดูเหมือนคนที่หลิงหยุนหนักใจที่สุดกลับเป็นหนิงหลิงยู่.. นั่นเพราะเมื่อคืนนี้หนิงหลิงยู่ถึงกับกล้าลงมือจู่โจมหลี่เจิ้งเฟิงซึ่งแม้แต่หลิงหยุนเองก็คาดไม่ถึง.. หลิงหยุนสัมผัสได้ว่าหลังจากที่หนิงหลิงยู่สามารถพัฒนาขั้นของตนเองได้แล้วนั้นอารมณ์และนิสัยของนางดูเหมือนจะเปลี่ยนไปมากทีเดียว จากเดิมที่เคยเป็นเด็กสาวอ่อนโยนไม่ต้องการมีตัวตน แต่เวลานี้กลับดูเย็นชา เย่อหยิ่ง ก้าวร้าว แต่ก็เฉียบแหลมยิ่งนัก.. “ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่หลิงยู่ไม่เชื่อฟังคำพูดของข้า..” หลิงหยุนพึมพำกับตัวเองพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นถึงแม้ว่าสิ่งที่นางทำลงไปนั้น เป็นเพราะต้องการช่วยหลิงหยุนก็ตามที แต่หลิงหยุนก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติไป.. แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ในเวลาเพียงแค่สั้นๆนี้ว่าปัญหาเกิดจากอะไรกันแน่ “การรับทัณฑ์สวรรค์ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน..” หลิงหยุนพึมพำกับตัวเองและในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะไม่พาหนิงหลิงยู่ไปที่โรงประมูลในครั้งนี้ด้วย “ใช่แล้ว..น้าหญิงกำลังรอให้ข้าติดต่อกลับไป ชวนนางไปด้วยดีกว่า!” จู่ๆหลิงหยุนก็ร้องตะโกนเสียงดัง พร้อมกับเรียกเครื่องมือสื่อสารออกมาติดต่อหาฉินตงเฉี่วยทันที หลังจากนี้อีกหนึ่งอาทิตย์หลิงหยุนจะต้องเดินทางออกนอกปักกิ่ง เพื่อไปร่วมงานชุมนุมชาวยุทธที่หุบเขาเฟิงเล๋ยในเขาหลงหู่ และเย่ซิงเฉินก็จะไปที่นั่นด้วย หลังจากที่เขาช่วยหลิงเสี่ยวออกมาได้สำเร็จแล้ว ทั้งฉินตงเฉี่วยกับเย่ซิงเฉินต่างก็ได้ทำความรู้จักกัน และเริ่มที่จะคุ้นเคยกันบ้างแล้วในเวลานี้“ว่าไงล่ะพ่อวีรบุรุษ..พ่อคนภารกิจรัดตัว.. ในที่สุดก็โทรหาข้าได้แล้วรึ!”ฉินตงเฉี่วยกดรับสายทันทีภายในเวลาไม่ถึงสองวินาทีเวลานี้นางเพิ่งจะฝึกวิชาดาราคุ้มกายเสร็จ และกำลังรอให้ป้าเม่ยเตรียมอาหารเช้าอยู่..“น้าหญิง..ในที่สุดอะไรกันเล่า! ข้าคิดถึงท่านทุกวันเลย..”หลิงหยุนเกรงว่าฉินตงเฉี่วยจะต่อว่าตนเองรุนแรงจึงรีบพูดเอาอกเอาใจเสียก่อน จากนั้นจึงตรงเข้าประเด็นที่ต้องการถามทันที“น้าหญิง..คืนนี้ตระกูลเย่จะจัดการประมวลชาวยุทธขึ้น ข้าอยากจะไปเปิดหูเปิดตาหน่อย ท่านต้องการที่จะไปด้วยหรือไม่!”“แน่นอน..ข้าก็ต้องอยากไปอยู่แล้ว!”ฉินตงเฉี่วยตอบกลับโดยไม่ลังเลและรีบพูดต่อทันที “นี่เจ้าเด็กดื้อ.. ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้ เหตุใดจึงหายหน้าหายตาไปไม่ติดต่อข้าเป็นเวลานานเช่นนี้”หลิงหยุนรีบอธิบายทันที“น้าหญิง.. ท่านเองก็รู้ว่าข้ามีภารกิจรัดตัว”“ท่านคิดดูสิ..หลิงยู่เพิ่งมาถึงปักกิ่งครั้งแรก ข้าก็ต้องพานางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งพระราชวังต้องห้าม แล้วก็กำแพงเมืองจีน”“เท่านั้นไม่พอ..ข้ายังต้องไปตามเอาเงินจากคนที่ติดหนี้ข้าอีก และเมื่อคืนนี้ข้าก็เพิ่งจะประมือกับคนของหน่วยนภาไป..”หลิงหยุนอธิบายอย่างละเอียดและในที่สุดก็คร่ำครวญว่า “อีกอย่าง.. ตั้งแต่วันที่พวกเราไปรับหลิงยู่พร้อมกันที่สนามบินจนถึงวันนี้ ก็เพิ่งจะผ่านมาสามวันเองไม่ใช่รึ!”“หยุด..หยุด.. เจ้าอย่ามาทำเป็นคร่ำครวญกับข้า!”ฉินตงเฉี่วยรู้ว่าหลิงหยุนแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจจึงรีบร้องห้ามอย่ารู้ทันพร้อมกับกระซิบเสียงเบา“เจ้าเองก็รู้ว่าข้าไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้..”น้ำเสียงของนางดูเหมือนจะเจือด้วยความเศร้าเล็กน้อย..หนิงหลิงยู่นั้นโทรศัพท์หานางแทบทุกวันมีหรือที่ฉินตงเฉี่วยจะไม่รู้ว่าหลิงหยุนยุ่งเพียงใดในแต่ละวัน แต่นางไม่พอใจกับสิ่งที่หลิงหยุนทำลงไปในแต่ละวันต่างหากเล่า..นั่นเพราะเมื่อครั้งที่อยู่จิงฉูนั้นไม่ว่าหลิงหยุนจะยุ่งมากเพียงใด แต่เมื่อฉินตงเฉี่วยต้องการพบ เขาก็จะรีบกลับบ้านมาพบนางทันที อีกทั้งยังทำอาหารให้นางทาน ทำให้นางมีความสุขยิ่งนักแต่เมื่อหลิงหยุนมาถึงปักกิ่งและได้กลับเข้าสู่ตระกูลหลิงอย่างเป็นทางการ เรื่องของหลิงหยุนในแต่ละวัน ก็มีเพียงแค่การต่อสู้เพื่อนำพาตระกูลหลิงให้ผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น..และการที่ฉินตงเฉี่วยจะได้พบเจอหลิงหยุนนั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก!แม้ว่าทั้งสองตระกูลจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกันเช่นนี้แต่ตระกูลหลิงกับตระกูลฉินก็นับเป็นตระกูลใหญ่อันดับต้นๆของประเทศนี้ จึงมีหลายฝ่ายคอยจับตามองการเคลื่อนไหวของคนทั้งสองตระกูลอยู่ ฉินตงเฉี่วยจึงไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้อีก..แม้กระทั่งในคืนวันประลองระหว่างตระกูลหลิงตระกูลซัน และตระกูลเฉินนั้น ฉินฉางชิงยังปฏิเสธที่จะนำตระกูลฉินเข้าต่อสู้ร่วมกับตระกูลหลิงในฐานะพันธมิตรด้วย..และนับตั้งแต่นั้นมา..การติดต่อระหว่างหลิงหยุนกับฉินตงเฉี่วยก็ค่อยๆ ลดลงไปมาก แม้หลิงหยุนจะบอกว่าเพิ่งผ่านไปเพียงแค่สามวัน แต่ในวันที่อยู่สนามบินนั้น ทั้งคู่ต่างก็ไม่มีโอกาสพูดจากันเป็นส่วนตัวเลย และหลังจากนั้นหลิงหยุนก็ไม่เคยโทรศัพท์หานาง เช่นนี้แล้วจะไม่ให้ฉินตงเฉี่วยรู้สึกหงุดหงิดได้อย่างไรกันเล่า