ตอนที่ 810
บทที่ 1240 : หินลับคมกระบี่!
October 22, 2026
หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของเย่ชิงเฟิงเย่เทียนสุ่ยก็ได้แต่บ่นพึมพำ “เหตุใดจึงต้องเป็นข้าด้วยเล่า” เย่ชิงเฟิงยิ้มและตอบกลับไปว่า“ในบรรดาคนตระกูลเย่ มีเจ้าเพียงคนเดียวที่หลิงหยุนดูจะเป็นมิตรที่สุด หากเจ้าไม่ไป แล้วจะให้ผู้ใดไปอีกเล่า” “ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ…” เย่เทียนสุ่ยเหลือบมองไปยังก้อนหินที่อยู่ในสวนพร้อมกับพูดยิ้มๆ “เทียนสุ่ย.. หลิงหยุนเสมือนหินที่จะมาช่วยลับคมกระบี่ให้กับเจ้า” “ความหมายก็คือ..หากเจ้าต้องการที่จะกลั่นกระบี่ให้สำเร็จขั้นใหญ่ เจ้าควรจะต้องไปมาหาสู่กับหลิงหยุนไว้” เพียงแค่คำพูดของเย่ชิงเฟิงก็บ่งบอกได้อย่างชัดเจนแล้วว่า เขานั้นเหนือกว่าเฉินจิ้งเฉวียนทั้งทางด้านของจิตวิทยา และความรอบรู้.. และด้วยเหตุนี้..เย่เทียนสุ่ยจึงได้มาปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูบ้านตระกูลหลิง! …. “หึ..เจ้าไม่ต้องมาข่มขู่ข้า! ข้าไม่ได้มีนิสัยสอดรู้สอดเห็นเที่ยวเปิดจิตหยั่งรู้สำรวจดูบ้านคนอื่น” เย่เทียนสุ่ยตอบโต้หลิงหยุนกลับไปทันทีพร้อมกับพูดต่ออย่างมั่นอกมั่นใจ.. “อ่อ.. ข้าไม่ได้โอ้อวดนะ เมื่อใดที่ข้ากลั่นกระบี่สำเร็จแล้ว ถึงตอนนั้นต่อให้ข้าเดินเคียงคู่ไปกับเจ้า ก็คงจะดูไม่แตกต่างนัก..” “ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..” หลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดังเขาก้าวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกับยื่นมือออกไปตบท้องใหญ่กลมของเย่เทียนสุ่ยเบาๆ แล้วจึงพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ถ้าเช่นนั้นก็รอให้เจ้ากลั่นกระบี่เสร็จเสียก่อนสารรูปของเจ้าเช่นนี้ ใครจะกล้าเดินกับเจ้า!” “ดูท่าเจ้าจะชื่นชอบการล้อเลียนข้ามากสินะ!” เมื่อเห็นว่าตนเองไม่สามารถตอบโต้หลิงหยุนได้เย่เทียนสุ่ยจึงรีบกลับเข้าประเด็นทันที “ตกลงเจ้าจะรับบัตรวีไอพีนี่ไว้หรือไม่” “รับสิ!เหตุใดต้องไม่รับด้วยเล่า!” หลิงหยุนเอื้อมไปคว้าบัตรเชิญมาจากมือของเย่เทียนสุ่ยทันทีจากนั้นจึงตบบ่าของเย่เทียนสุ่ยพร้อมกับถามไปว่า “หากไม่มีบัตรเชิญนี่จะไม่สามารถเข้าร่วมงานประมูลได้งั้นรึ!” ความจริงหลิงหยุนก็ได้ศึกษากฏระเบียบการเข้าร่วมประมูลมาก่อนแล้วหากผู้ใดสามารถวางเงินมัดจำหนึ่งร้อยล้าน ก็สามารถเข้าร่วมประมูลได้เช่นกัน.. แต่เดิมหลิงหยุนยังคิดว่าจะปลอมตัวเข้าไปร่วมงานประมูลแต่ในเมื่อเย่เทียนสุ่ยนำบัตรเชิญมาให้ถึงที่บ้าน ก็คงไม่จำเป็นแล้ว.. เย่เทียนสุ่ยตอบกลับไปทันที“ตราบใดที่คนผู้นั้นสามารถวางเงินมัดจำตามที่โรงประมูลกำหนดก็สามารถเข้าได้ เพียงแต่จะไม่ใช่แขกวีไอพีเท่านั้นเอง ตำแหน่งที่นั่ง และบริการต่างๆจึงจะไม่ดีเท่ากับผู้ที่ถือบัตรวีไอพี..” “อ่อ..เข้าใจแล้ว!” หลิงหยุนยิ้มออกมาและถามต่อทันที “แล้วมีบัตรเชิญนี่ ข้าจะพาคนติดตามไปได้กี่คนงั้นรึ” “ก็น่าจะราวสี่ถึงห้าคนเพราะหากมากกว่านี้ ก็ไม่น่าจะสามารถเข้าไปในช่องที่จัดเตรียมไว้ให้ได้หมด..” เย่เทียนสุ่ยอธิบายให้หลิงหยุนฟังด้วยความอดทน.. หลิงหยุนพยักหน้าและถามกลับไปว่า “แล้วคืนนี้่จะมีการประมูลสิ่งใดบ้าง เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่?!” “ข้าบอกไม่ได้..” เย่เทียนสุ่ยส่ายหน้า“แต่ใช่ว่าข้าจะไม่อยากบอก เพียงแต่ข้าไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้นักจึงไม่รู้ ไว้เจ้าไปถึงที่นั่นเจ้าก็จะรู้เองล่ะ..” ในที่สุดเย่เทียนสุ่ยก็จ้องหน้าหลิงหยุนอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะถามขึ้นว่า “หลิงหยุน.. เจ้าไม่ได้ตั้งใจที่จะไปหาเรื่องตระกูลเย่ของข้าที่โรงประมูลใช่หรือไม่”“นี่..เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!”หลิงหยุนร้องตะโกนออกไปพร้อมกับยิ้มให้เย่เทียนสุ่ยก่อนจะพูดต่อว่า “ข้าตั้งใจจะไปเปิดหูเปิดตาโรงประมูลที่ตระกูลเย่ของเจ้าจัดขึ้นเท่านั้นเอง!”หลิงหยุนตอบกลับไปให้เย่เทียนสุ่ยสบายใจและจุดมุ่งหมายในคืนนี้ของเขาก็ค่อนข้างชัดเจน เขาต้องการไปประมูลผ้าแพรไหมดำ..หลังจากนั้นหลิงหยุนจึงถอยหลังกลับพร้อมกับพยักพเยิดหน้าส่งสัญญาณให้เย่เทียนสุ่ยกลับไปได้แล้ว.. “เอ่อ..”เย่เทียนสุ่ยอ้ำอึ้ง..เพราะความจริงนั้นเย่ชิงเฟิงได้กำชับไว้ว่า หลังจากที่ส่งบัตรเชิญให้กับหลิงหยุนแล้ว ให้เขารอไปที่โรงประมูลพร้อมหลิงหยุน และให้อยู่กับหลิงหยุนจนกระทั่งเสร็จสิ้นการประมูลไม่เช่นนั้นแล้ว..เพียงแค่ส่งบัตรเชิญให้หลิงหยุน เหตุใดเย่เทียนสุ่ยจึงต้องมาด้วยตัวเองเล่า!“เจ้ายังมีเรื่องอะไรอีกงั้นรึ!”เมื่อเห็นท่าทางอ้ำอึ้งของเย่เทียนสุ่ยหลิงหยุนจึงได้ร้องถามออกไป..“เอ่อ..หลิงหยุน ความจริงที่ข้านำบัตรเชิญมาให้เจ้าถึงที่นี่ด้วยตัวเอง ก็เพราะตั้งใจจะมาชวนเจ้าไปกินอาหารด้วยกันก่อน แล้วค่อยไปที่โรงประมูลพร้อมกัน..”“ขอบใจสำหรับความตั้งใจดีของเจ้า!แต่ไม่จำเป็นเพราะข้าไม่สะดวก..”หลิงหยุนตอบกลับไปพร้อมกับโบกมือไล่เย่เทียนสุ่ย “เอาล่ะ.. เจ้ากลับไปได้แล้ว!”‘หึ..คิดว่าข้าดูไม่ออกงั้นรึ ว่าพวกเจ้าต้องการที่จะตามประกบข้า เพื่อจะได้รู้ว่าข้ามีสมบัติล้ำค่าอะไรบ้าง!’ หลิงหยุนนึกหยันอยู่ในใจ..เย่เทียนสุ่ยรีบหันหลังเดินกลับไปทันทีและได้แต่คิดในใจว่าหลิงหยุนน่ะหรือคือที่ลับคมกระบี่ของตน เวลานี้เขาแทบไม่อยากจะทนอยู่ที่นี่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว..หลังจากที่เย่เทียนสุ่ยกลับไปหลิงหยุนก็หันหลังกลับเข้าบ้านเช่นกัน เขาเดินตรงไปหาตี้เสี่ยวอู๋กับโม่วู๋เตาเพื่อปรึกษาหารือกัน จากนั้นจึงโทรหาเสี่ยวเม่ยเม่ย และจัดการโอนเงินจำนวนห้าร้อยล้านหยวนเพื่อให้นางดำเนินการตามแผน..……ในบัตรเชิญวีไอพีนั้นระบุชัดเจนว่าการประมูลจะเริ่มขึ้นในเวลาสองทุ่มตรงและหลังจากบอกกล่าวหลิงลี่แล้ว หลิงหยุน ตี้เสี่ยวอู๋ และโม่วู๋เตาก็พากันขับรถ Mercedes-Benzเจ็ดที่นั่งออกจากบ้านตระกูลหลิงมุ่งหน้าไปรับฉินตงเฉี่วยทันที..บ้านของฉินตงเฉี่วยนั้นอยู่ห่างจากบ้านตระกูลหลิงไปราวหกกิโลเมตรซึ่งนับว่าไม่ไกลนัก และสภาพการจราจรก็คล่องตัว ทั้งหมดจึงไปถึงบ้านของฉินตงเฉี่วยในเวลาไม่นานนัก..คืนนี้ฉินตงเฉี่วยแต่งกายในแบบทันสมัยนางสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว และกางเกงยีนส์รัดรูปสีน้ำเงินเข้ม ใส่รองเท้าส้นสูงพร้อมกับแต่งหน้าบางๆ และปล่อยผมยาวสลวย ส่วนกางเกงยีนส์รัดรูปนั้น ก็เน้นให้เห็นช่วงขาที่เรียวยาวของนาง ดูรวมๆแล้วสวยงามราวกับดาราในวงการบันเทิงเลยทีเดียว..และเวลานี้ฉินตงเฉี่วยก็ได้ออกมายืนรอหลิงหยุนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว..“น้าหญิง..วันนี้ท่านงดงามมากทีเดียว!”ทันทีที่ลงจากรถหลิงหยุนก็รีบตรงเข้าไปหาฉินตงเฉี่วยทันที พร้อมกับเอ่ยชมด้วยความรู้สึกทึ่ง..ฉินตงเฉี่วยตั้งใจไว้ว่าจะต้องอบรมสั่งสอนหลิงหยุนทันทีที่พบหน้าแต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อได้ฟังคำชมของหลิงหยุน นางก็มีความสุขจนลืมเรื่องทั้งหมดไปเสียสิ้น..ฉินตงเฉี่วยถึงกับหัวเราะพร้อมกับส่ายหน้าไปมาก่อนจะพูดขึ้นว่า “หึ.. เห็นแก่ปากหวานๆของเจ้า ครั้งนี้ข้าจะยกโทษให้!”“ขอบคุณน้าหญิง!”หลิงหยุนรีบเอ่ยขอบคุณทันที“แต่..ข้าจะเก็บบัญชีนี้ไว้จัดการพร้อมกับความผิดของเจ้าครั้งหน้าแทน!” ฉินตงเฉี่วยทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจนัก“น้าหญิง..รับรองได้ว่าจะไม่มีครั้งหน้าเป็นแน่!” หลิงหยุนยิ้มกว้างพร้อมกับยืนยันอย่างมั่นใจ