ตอนที่ 812
บทที่ 1242 : จุดเด่น!
October 22, 2026
หินพลังชีวิตเหล่านี้เป็นหินที่หลิงหยุนกว้านซื้อมาจากตลาดค้าของเก่าในเมืองจิงฉูส่วนที่เป็นหินพลังชีวิตธาตุทองกับธาตุไฟนั้น หลิงหยุนได้ดูดซับพลังชีวิตเข้าไปจนหมดแล้วเมื่อครั้งที่เขาฝึกวิชาหยางพิสุทธิ์ ค่ายกลเล็กๆภายในห้องวีไอพีของหลิงหยุนนั้น สามารถปิดกั้นจิตหยั่งรู้จากคนภายนอกได้ แต่ไม่ได้ปิดกั้นการใช้จิตหยั่งรู้ของผู้ที่อยู่ภายในห้อง.. ในบรรดาหินพลังชีวิตทั้งห้าธาตุอันได้แก่ธาตุทอง ธาตุไม้ ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และธาตุดินนั้น หินพลังชีวิตธาตุดินนับว่าสามารถปิดกั้นจิตหยั่งรู้ของคนภายนอกได้ดีที่สุด แต่เนื่องจากภายในห้องวีไอพีมีพื้นที่จำกัด และหินที่มีพลังชีวิตธาตุดินแต่ละก้อนก็ใหญ่โต หลิงหยุนจึงต้องใช้หินที่มีพลังชีวิตธาตุอื่นแทน แม้ประสิทธิภาพในการป้องกันจะลดลงไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็สามารถปิดกั้นจิตหยั่งรู้ของยอดฝีมือที่ต่ำว่าขั้นปาเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-8) ได้.. “นี่เรียกว่าค่ายกลสกัดดวงจิต..” หลิงหยุนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสายตาประหลาดใจของอีกสี่คนภายในห้องและได้อธิบายคุณสมบัติของค่ายกลที่ว่านี้ผ่านทางกระแสจิตให้ทุกคนในห้องฟัง –ค่ายกลนี้จะสกัดกั้นได้เฉพาะจิตหยั่งรู้ของคนภายนอกเท่านั้นแต่ไม่สามารถสกัดกั้นการได้ยินด้วยหูของพวกเขาได้ ฉะนั้นแล้วนับจากนี้ไปพวกเราจะคุยเรื่องสำคัญผ่านทางกระแสจิตเท่านั้น!- หลังจากที่เอ่ยเตือนทุกคนแล้วหลิงหยุนก็ชี้ไปทางลิฟท์ด้านนอกพร้อมกับพูดขึ้นว่า “มีแขกวีไอพีกำลังขึ้นมา ดูเหมือนจะเป็นยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติเสียด้วย!” ผู้ที่จะได้บัตรเชิญระดับวีไอพีจากตระกูลเย่นั้นต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเพียงพอเท่านั้น หากไม่เป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ของประเทศนี้ ก็ต้องเป็นสมาชิกของหน่วยนภา หรือหน่วยมังกรเท่านั้น หรือไม่อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับเจ้าสำนัก หรือหัวหน้าพรรค แต่ตระกูลนักธุรกิจธรรมดาทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับยุทธภพก็สามารถได้รับบัตรเชิญวีไอพีจากตระกูลเย่ได้ด้วยเช่นกัน แต่มีข้อแม้ว่าพวกเขาจะต้องร่วมประมูลสินค้าด้วยจำนวนเงินที่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นล้านหยวน.. นั่นเพราะตระกูลเย่จะได้ค่าคอมมิชชั่น20% จากเงินประมูลสินค้าแต่ละชิ้น และนั่นหมายความว่าหากประมูลด้วยเงินหนึ่งหมื่นล้าน ตระกูลเย่จะได้ค่าคอมมิชชั่นเป็นจำนวนเงินถึงสองพันล้านหยวนเลยทีเดียว ส่วนผู้ที่มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับบัตรเชิญวีไอพีจากตระกูลเย่อีกก็คือผู้ที่มีสมบัติล้ำค่าและหาได้ยากยิ่ง เพราะตระกูลเย่จะได้ค่าคอมมิชชั่นจากสมบัติชิ้นนั้นๆ ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ตระกูลเย่จึงต้องต้อนรับคนเหล่านี้เป็นอย่างดี และเมื่อใดก็ตามที่สินค้าถูกประมูลไปแล้วและได้รับการอนุมัติจากตระกูลเย่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าผู้ที่ทำการประมูลไปจะเป็นใคร ฐานะอะไร? พวกเขาก็จะได้รับการยกระดับชั้นขึ้นเป็นแขกวีไอพีของตระกูลเย่ และได้เลื่อนขึ้นไปอยู่ชั้นสองทันที.. เรียกได้ว่าผู้ที่จะมีสิทธิ์ขึ้นไปนั่งอยู่บนห้องรับรองชั้นสองของหอประมูลนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ หรือว่าผู้ขาย ต่างก็ต้องเป็นผู้ที่นำผลประโยชน์มาให้ตระกูลเย่ทั้งสิ้น.. และนี่คือสิ่งที่หลิงหยุนเคยได้พูดไว้ว่าประโยชน์หลักที่จะได้จากการเป็นผู้จัดการประมูลนั้นก็คือ – เครือข่าย ทรัพยากร ข้อมูล และผลกำไร หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ของตนออกสำรวจพร้อมกับใช้วิชาเคลื่อนย้ายธาตุบดบังจิตหยั่งรู้ของตนเองไว้ และเขาก็ได้สังเกตเห็นว่าคนผู้นี้ค่อนข้างคุ้นเคยกับพนักงานต้อนรับเป็นอย่างดี จึงน่าจะเคยมาที่นี่บ่อยครั้ง ชายผู้นี้มีรูปร่างสูงใหญ่ดูน่ายำเกรงและอายุอานามน่าจะราวห้าสิบปีได้ แววตาที่เปล่งประกายของเขานั้นบ่งบอกว่าเป็นคนเฉลียวฉลาดไม่น้อย “หมั่นเทียนซิงผู้โดดเดี่ยว..” เย่ซิงเฉินที่นั่งอยู่บนโซฟาเอ่ยขึ้นมาเพียงสั้นๆหลิงหยุนจึงหันกลับไปถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น“หมั่นเทียนซิงผู้โดดเดี่ยวงั้นรึ!”เย่ซิงเฉินจึงอธิบายให้หลิงหยุนฟังว่า“ในโรงประมูลตระกูลเย่.. ทุกคนต่างก็ให้ฉายาคนผู้นี้ว่าหมั่นเทียนซิงผู้โดดเดี่ยว”“คนผู้เป็นคนลึกลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ทุกคนรู้เพียงแค่ว่าเขาอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดสามสิบปี มักจะปรากฏตัวอยู่ตามป่าเขา หรือบางครั้งก็ทะเลทราย ทุกครั้งที่เขามาโรงประมูล ก็มักจะมีสมบัติที่ล้ำค่า และหาได้ยากมาประมูลด้วยอยู่เสมอ..”“แต่ข้าเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าครั้งนี้เขาจะนำสมบัติล้ำค่าใดมาประมูล..”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า..ชายผู้นี้นับเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภของตระกูลเย่จริงๆ ไม่แปลกที่เหล่าพนักงานต้อนรับล้วนแล้วแต่สุภาพนอบน้อมกับเขายิ่งนักเมื่อหมั่นเทียนซิงผู้โดดเดี่ยวก้าวเท้าออกมาจากลิฟท์ผู้คนต่างก็พากันส่งเสียงฮือฮา ชายผู้นี้เพียงแค่ยกฝ่ามือหุ้มกำปั้นโน้มตัวคาราวะทุกคนพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ ก่อนจะเดินตามพนักงานต้อนรับขึ้นไปชั้นสองทันที‘เจ้าหม่าเทียนซิงผู้โดดเดี่ยว..เจ้าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว!’หลังจากได้ฟังคำอธิบายของเย่ซิงเฉินแววตาของหลิงหยุนก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เย่ซิงเฉินยิ้มออกมาราวกับรู้ว่าหลิงหยุนกำลังคิดอะไร จึงได้แต่พูดขึ้นว่า“นี่..หลายปีมานี้มีผู้ที่คิดจะลองดีกับหม่าเทียนซินมีตั้งมากมาย แต่เจ้าดูสิ.. เขายังมีชีวิตรอดเป็นปกติสุขดีมาจนถึงตอนนี้ ในขณะที่หลายคนซึ่งคิดอยากจะลองดีกับเขา ได้หายหน้าหายตาไปจากยุทธภพเลยทีเดียว!”“คนผู้นี้น่าจะเข้าสู่ระดับหกขั้นพลังเหนือธรรมชาติแล้ว..แต่ถึงแม้เขาจะเป็นคนลึกลับ แต่ก็ไม่ยุ่งเกี่ยว หรือหาเรื่องใคร เขามาที่นี่เพียงเพราะเรื่องของตนเองเท่านั้น นับว่าไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนัก..”แต่หลิงหยุนกลับพึมพำออกมาว่า“หมอนี่ไม่ต่างจากหัวขโมยต่างหากเล่า..”ระหว่างที่หลิงหยุนกับเย่ซิงเฉินพูดคุยกันนั้นหม่าเทียนซิงผู้โดดเดี่ยวก็ได้เดินผ่านห้องของหลิงหยุนไปยังห้องวีไอพีหมายเลข 6 ซึ่งอยู่ถัดจากห้องของเขาไปอีกสองห้องหลิงหยุนสังเกตเห็นว่า..เมื่อหม่าเทียนซิงเดินผ่านห้องของตนนั้น สายตาของเขาได้เหลือบมองมาทางห้องของหลิงหยุนด้วย‘หึ..เจ้าไม่มีทางใช้จิตหยั่งรู้สำรวจภายในห้องของข้าได้แน่ อย่าเสียแรงเปล่าเลย!’หลิงหยุนคิดแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมา..หลังจากเข้าไปในห้องแล้วหม่าเทียนซินผู้โดดเดี่ยวก็ได้สั่งเหล้าเหมาไถจากพนักงานต้อนรับ หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงรีบถอนจิตหยั่งรู้ของตนกลับมา และคร้านที่จะสนใจคนผู้นี้อีก..“ในโลกยุทธภพ..มีนักล่าสมบัติดังเช่นหม่าเทียนซิงอยู่หลายคนเลยทีเดียว นักล่าสมบัติเหล่านี้มักชอบไปสำรวจตามสถานที่ลี้ลับต่างๆ เพื่อเสาะหาสมบัติล้ำค่ามาประมูลเอาเงิน หรือไม่ก็แลกเปลี่ยนกับทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการฝึกวิชาของตน..”เย่ซิงเฉินอธิบายให้หลิงหยุนฟังเพิ่มแล้วจึงหันหน้าไปทางจอทีวีขนาดใหญ่ตรงหน้า..