ตอนที่ 828
บทที่ 1258 : ภารกิจของโม่วู๋เตา!
October 22, 2026
นี่ยังไม่ได้นับรวมของประมูลที่ตระกูลหลิวกับตระกูลถันจำใจต้องยกให้เพราะเพียงแค่สมบัติล้ำค่าทั้งเจ็ดชิ้นนี้ ก็มีมูลค่าสามหมื่นกว่าล้านแล้ว! มิหนำซ้ำยังมีสมบัติของเหล่ายอดฝีมือที่ตี้เสี่ยอู๋ตามเก็บกวาดหลังจากที่หลิงหยุนไล่ล่าสังหารตายทีละคนสองคนซึ่งมีทั้งอาวุธชนิดต่างๆ โอสถ ยันต์ สมุนไพร และอีกมากมายนับไม่ถ้วน! เหล่ายอดฝีมือที่มาแอบดักปล้นเสี่ยวเม่ยเม่ยนั้นแต่ละคนล้วนอยู่ในด่านกลางขั้นเซียงเทียนเป็นอย่างต่ำ สมบัติที่ค้นได้จากตัวของพวกเขาจึงไม่ได้ด้อยไปกว่าของประมูลในโรงประมูลตระกูลเย่นัก “เอาล่ะ..คืนนี้นับว่าได้มามากพอแล้ว!” หลิงหยุนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงพึงพอใจพร้อมกับพยักหน้าที่เปื้อนไปด้วยร้อยยิ้มจะไม่ให้เขามีความสุขได้อย่างไรกันเล่าในเมื่อท้ายที่สุดในเวลาเพียงแค่สองชั่วโมง เขากลับได้สมบัติล้ำค่าที่มีมูลค่ามากกว่าเงินที่ใช้ประมูลไปถึงสองเท่า.. ‘ข้าคงจะไม่พลาดการประมูลเช่นนี้อีกในครั้งหน้าเป็นแน่..’ หลิงหยุนได้แต่แอบคิดอยู่ในใจก่อนจะหันไปมองรอบๆแล้วจงใจพูดขึ้นว่า “ยังมีเหยื่อหลงเหลืออยู่แถวนี้อีกหรือไม่นะ!” เย่ซิงเฉินได้ยินเช่นนั้นจึงตอบกลับไปทันที“นี่เจ้ายังพอใจอีกรึ ระวังไว้เถิด โลภมากจะลาภหาย ถึงตอนนั้นเจ้าจะมานึกเสียใจ!” หลิงหยุนกระแอมเบาๆในลำคอแล้วจึงหยิบขวดผงละลายศพส่งให้ตี้เสี่ยวอู๋ พร้อมกับสั่งว่า “เสี่ยวอู๋ มีหลายคนที่รู้ว่าพวกเรามาเส้นทางนี้ อาจมีใครบางคนคิดตามมาสำรวจ เจ้ากับแวมไพร์ทั้งห้า ช่วยกันเก็บกวาดและทำลายซากศพทั้งหมดทิ้งซะ!” จากนั้นจึงหันไปสั่งเอ็ดเวิร์ดว่า“เอ็ดเวิร์ด หลังจากที่เจ้าช่วยเสี่ยวอู๋เรียบร้อยแล้ว จัดการพาเขาบินกลับบ้านตระกูลหลิงด้วย” ก่อนที่จะเดินแยกจากไปตี้เสี่ยวอู๋ได้หันไปถามหลิงหยุนว่า “พี่หยุน แล้วรถที่จอดทิ้งไว้ล่ะ” เย่ซิงเฉินเป็นฝ่ายตอบแทนหลิงหยุน“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป เดี๋ยวจะมีคนมาขับกลับไปเอง..” ระหว่างทางที่ขับรถออกจากโรงประมูลชาวยุทธไปทางตะวันตกนั้นเย่ซิงเฉินก็ได้เล็งเห็นปัญหานี้แล้ว จึงได้สั่งการให้คนขององค์กรนักฆ่ามาจัดการขับรถกลับไป หลังจากที่ตี้เสี่ยวอู๋กับเหล่าแวมไพร์ออกไปปฏิบัติภารกิจตามคำสั่งแล้วหลิงหยุนก็ได้หันไปสั่งเสี่ยวเม่ยเม่ย “หลังจากที่พวกเขาจัดการเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วเจ้าก็กลับไปพร้อมกับพวกเขา แล้วซ่อนตัวต่ออีกสักสองสามวัน..” ต่อหน้าเย่ซิงเฉินเสี่ยวเม่ยเม่ยไม่กล้าสนทนากับหลิงหยุนมากนักนางจึงเพียงแค่พยักหน้า และรีบเดินตามตี้เสี่ยวอู๋ไป เวลานั้นสายตาของเย่ซิงเฉินจับจ้องอยู่ที่ร่างของหวังชงเซียวพร้อมกับรอยยิ้มงดงาม.. “คนผู้นี้นามว่าหวังชงเซียว” หลิงหยุนรีบแนะนำให้เย่ซิงเฉินรู้จัก“เขาคือยอดฝีมือจากดินแดนพันธมิตรทะเลจีนตะวันออก แต่ตอนนี้ตกลงใจที่จะมาร่วมงานกับข้า..” “เอ่อ..” หวังชงเซียวได้โอกาสพูดขึ้นอีกครั้งจึงได้แต่ถามด้วยท่าทีนอบน้อม “ไม่ทราบว่าแม่นางผู้นี้คือ..!” หวังชงเซียวเห็นว่าเย่ซิงเฉินนั้นเข้าสู่ขั้นซานฉางชี่แล้วในใจก็นึกตกตะลึงไม่น้อย และได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่าหลิงหยุนไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ถึงกับแบ่งกลุ่มทำงานกันอย่างรอบคอบ “แม่นางผู้นี้คือภรรยาของข้านางมีชื่อว่าเย่ซิงเฉิน” หลิงหยุนหันไปยิ้มให้หวังชงเซียวพร้อมกับเอื้อมมือไปตบบ่า“เจ้าต้องเรียกนางว่านายหญิง และคำสั่งของนางก็เสมือนคำสั่งของข้า!” “เจ้าอย่าได้ฟังคำพูดไร้สาระของเขา!” เย่ซิงเฉินชายตามองหลิงหยุนแล้วจึงหันไปบอกหวังชงเซียวว่า “ข้าคือธิดาพรรคมารคนปัจจุบัน เจ้าเรียกข้าว่า.. เรียกว่า..” ระหว่างที่เย่ซิงเฉินกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะให้อีกฝ่ายเรียกเช่นใดนั้นหวังชงเซียวจึงชิงร้องตะโกนตอบไปว่า “นายหญิง..”“…”เย่ซิงเฉินถึงกับพูดไม่ออกและได้แต่คิดอยู่ในใจว่าหลิงหยุนใช้วิธีการใดกัน จึงสามารถทำให้หวังชงเซียวเชื่อฟังได้ถึงเพียงนี้!แต่ถึงแม้เย่ซิงเฉินจะไม่เห็นด้วยนักแต่นางก็ไม่เอ่ยปฏิเสธ..“โม่วู๋เตาเป็นเช่นใดบ้างจนป่านนี้ข้ายังไม่ได้รับข่าวคราวจากเขาเลย!”หลิงหยุนนึกเป็นห่วงโม่วู๋เตาและรีบหันไปบอกเย่ซิงเฉินทันที “ซิงเฉิน พวกเรารีบกลับไปหาโม่วู๋เตากันดีกว่า!”เย่ซิงเฉินยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าไปมาและตอบหลิงหยุนไปว่า “ไม่ล่ะ ภารกิจในคืนนี้เสร็จสิ้นแล้ว ข้าไม่ควรตามเจ้าเข้าไปในเมือง..”ถึงอย่างไรนางก็เป็นคนของพรรคมารอีกทั้งเวลานี้ตระกูลหลิงก็กำลังผงาดขึ้นอย่างรวดเร็ว นางจึงไม่ต้องการให้ฐานะของตนต้องนำเอาปัญหามาให้กับหลิงหยุนระหว่างที่พูดเย่ซิงเฉินก็ได้เรียกสิ่งของที่อยู่ในแหวนพื้นที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นผ้าแพรไหมดำ โอสถ อาวุธ และอื่นๆที่ได้มาจากตระกูลหลิวกับตระกูลถัน มอบคืนให้กับหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ผู้ที่มาดักปล้นเสี่ยวเม่ยเม่ยในคืนนี้ล้วนเป็นชาวยุทธภพแต่ละคนล้วนเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก จู่ๆหายตัวไปเช่นนี้คงต้องเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่เป็นแน่..”“หลิงหยุนเหตุการณ์ในคืนนี้ไม่ต่างจากการตบหน้าตระกูลเย่ และจะส่งผลต่อธุรกิจโรงประมูลของตระกูลเย่ในวันข้างหน้าไม่มากก็น้อย!”“หลังจากที่เจ้ากลับเข้าเมืองครั้งนี้ควรเก็บเนื้อเก็บตัว และจัดการเรื่องเรื่องจำเป็นในปักกิ่งให้เรียบร้อย จากนั้น..”ประโยคต่อไปที่เย่ซิงเฉินไม่ได้พูดออกมาก็คือ‘จากนั้นจะได้เดินทางไปร่วมงานประมูลชาวยุทธที่หุบเขาเฟิงเหลยในเขาหลงหู่’“ข้ารู้เรื่องนั้นเจ้าอย่าได้กังวลใจไป!”หลิงหยุนสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่เย่ซิงเฉินมีให้เขาจึงยิ้มพร้อมกับจ้องมองนางด้วยแววตามั่นอกมั่นใจ..“ถ้าเช่นนั้นข้าต้องไปก่อนแล้วหากเจ้ามีสิ่งใด ก็ติดต่อข้าได้ทันที!”จากนั้นเย่ซิงเฉินจึงได้กระโดดหายเข้าไปเนินเขามุ่งหน้ากลับกระท่อมไม้ไผ่ของตน โดยมีหลิงหยุนมองตามไปจนกระทั่งลับสายตา“คุณชายจากนี้พวกเราควรทำเช่นใดต่อไป”หวังชงเซียวรอจนกระทั่งเย่ซิงเฉินไปไกลแล้วจึงเอ่ยถามหลิงหยุนอย่างระมัดระวังหลิงหยุนไม่ตอบแต่กลับเรียกโทรศัพท์มือถืออกมาโทรหาโม่วู๋เตาทันที“นี่เจ้านักพรตน้อย.. ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด”“ท่านพี่หยุนข้าอยู่ในสวนสาธารณะแถบถนนวงแหวนที่ห้าฝั่งตะวันออก ตอนนี้ข้าอยู่กับแม่นางเหออวี้ฉง เอ่อ.. ข้าหมายถึงแขกในห้องวีไอพีหมายเลข 13”โม่วู๋เตาบอกตำแหน่งที่อยู่ของตนกับหลิงหยุนคร่าวๆ“เอาล่ะพวกเราไปกันได้แล้ว!”หลิงหยุนปรี่ไปหาโม่วู๋เตาทันทีในขณะที่หวังชงเซียวก็ติดตามไปด้วยเช่นกัน แม้ทั้งคู่จงใจอ้อมไม่ให้ผ่านโรงประมูลตระกูลเย่ แต่ด้วยความเร็วของทั้งคู่ ทำให้หลิงหยุนกับหวังชงเซียวไปถึงที่ที่โม่วู๋เตาจอดรถรอด้วยความรวดเร็วโม่วู๋เตากับเหออวี้ฉงออกมาจากโรงประมูลอย่างเงียบๆในราวตีหนึ่งนับว่าโม่วู๋เตาฉลาดในการเลือกสถานที่รอหลิงหยุนยิ่งนัก เพราะในเวลาตีสามเช่นนี้คนธรรมดาทั่วไปต่างก็กำลังนอนหลับอุตุ จะมีผู้ใดออกมาเดินเล่นในสวนสาธารณะกันเล่าหลิงหยุนและหวังชงเซียวมาถึงสวนสาธารณะและพบว่าทั้งโม่วู๋เตา และเหออวี้ฉงกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ม้านั่ง เขาก็ได้แต่ส่ายหน้าและบ่นพึมพำอยู่ในใจ‘เจ้านักพรตน้อยนี่ช่างชื่นชอบการอยู่ใกล้หญิงงามจริงๆ’