ตอนที่ 829
บทที่ 1259 : หลินเทียน!
October 22, 2026
“ท่านนักพรตโม่ดูท่าท่านคงจะมาถึงที่นี่นานแล้วสินะ!” ขณะที่โม่วู๋เตากำลังจะพูดพลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสายตาคู่หนึ่งซึ่งกำลังจ้องมองมาจากด้านบน และแน่นอนว่าจะเป็นผู้ใดไปไม่ได้นอกจากหลิงหยุน! “แม่นางเหอ..ขออภัยที่ต้องให้เจ้ารอ!” หลิงหยุนเหาะต่ำลงมาแต่ยังไม่กระโดดลงบนพื้นดินทันทีเขายังคงยืนอยู่บนกระบี่เหินยู่เจี้ยน และเหาะอยู่เหนือพื้นดินราวหนึ่งเมตรพร้อมกับเอ่ยทักทายเหออวี้ฉง “ห๊ะ!” เหออวี้ฉงเงยหน้าขึ้นมาเห็นชายหนุ่มยืนอยู่บนดาบและกำลังเหาะอยู่กลางอากาศเช่นนั้น ก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ และหวาดกลัว แต่นี่คือความตั้งใจของหลิงหยุนที่ต้องการให้เป็นไปเช่นนั้น! แต่เหออวี้ฉงนั้นก็เคยพบเจอสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจมาก่อนหลังจากร้องอุทานออกไปเช่นนั้น นางก็สามารถสงบสติลงได้เกือบจะทันที และเมื่อได้เห็นรูปลักษณ์ของหลิงหยุนแล้วเหออวี้ฉงก็ถึงกับร้องถามขึ้นมาอย่างประหลาดใจ และแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น “ท่าน..ท่านคืออาจารย์ของท่านนักพรตโม่งั้นรึ ข้าขอบังอาจถามชื่อเสียงเรียงนามของอาวุโสจะได้หรือไม่?” ‘อาจารย์งั้นรึ!’ หลิงหยุนหันไปมองโม่วู๋เตาอย่างนึกขันและเห็นเขากำลังขยิบตาให้จึงสามารถเข้าใจได้ในทันที ‘ดูท่าโม่วู๋เตาคงจะยังไม่ได้บอกชื่อของข้าให้แม่นางผู้นี้ล่วงรู้..’ หลิงหยุนจึงยิ้มออกมาพร้อมกับตอบเหออวี้ฉงไปว่า“โอ้แม่นางเข้าใจผิดแล้ว! ข้าไม่ใช่อาจารย์ของท่านนักพรต แต่เป็นพี่ชายของเขานามว่าหลินเทียน!” การที่หลิงหยุนปกปิดชื่อแซ่ที่แท้จริงของตนนั้นมีเพียงแค่เหตุผลเดียวคือความปลอดภัยของตัวเหออวี้ฉงเอง! นั่นเพราะเวลานี้หลิงหยุนเองก็ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสามผู้เฒ่าดินแดนหนานหยางกับเหออวี้ฉงนั้นเป็นเช่นใดกันแน่อีกทั้งผู้เฒ่าทั้งสามก็ได้แจ้งชื่อของหลิงหยุนให้กับพวกของตนรู้ก่อนสิ้นใจตาย และดูจากท่าทีของเหออวี้ฉงเวลานี้ นางเองก็ยังคงไม่รู้ว่าผู้เฒ่าทั้งสามนั้นถูกสังหารตายแล้ว หากเขาเปิดเผยชื่อแซ่ที่แท้จริงให้กับเหออวี้ฉงรู้อาจจะกลายเป็นอันตรายต่อตัวนางเอง และครอบครัวของนางด้วย.. “อ่อ..ที่แท้ก็คือท่านหลิน!” เหออวี้ฉงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยและรีบเอ่ยถามออกไปทันที “แล้วอาจารย์ของพวกท่านเล่า ตอนนี้อยู่ที่ใด กำลังเดินทางมาที่นี่งั้นรึ?” หลิงหยุนยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับตอบไปว่า“ความรู้ทางการแพทย์ของข้าไม่ได้ด้อยไปกว่าท่านอาจารย์นัก ท่านอาจารย์จึงส่งข้ามาพบเจ้า..” ระหว่างที่พูดหลิงหยุนก็ได้ใช้พลังจิตควบคุมกระบี่เหินยู่เจี้ยนให้ร่อนลงด้านล่างและตัวเขาเองก็กระโดดลงมาที่พื้น ส่วนเหออวี้ฉงนั้นก็ได้แต่มองกระบี่เล่มใหญ่ของหลิงหยุนที่ค่อยๆเล็กลงและในที่สุดก็หายวับไปกับตาด้วยความตกตะลึง พร้อมกับรำพึงรำพันออกมา“เป็นไปได้ยังไง!”เหออวี้ฉงรีบลุกขึ้นยืนและเดินตรงเข้าไปหาหลิงหยุนทันทีพร้อมกับย่อตัวทำการคาราวะ และเอ่ยออกไปว่า“ข้าน้อยเหออวี้ฉงขอร้องท่านหมอได้โปรดช่วยชีวิตท่านปู่ของข้า และช่วยตระกูลเหอของข้าด้วย!”“แม่นางเหอเจ้าลุกขึ้นก่อน!” หลิงหยุนร้องบอกพร้อมกับปลดปล่อยพลังปราณออกจากฝ่ามือเข้าพยุงร่างของเหออวี้ฉงให้ลุกขึ้นหลิงหยุนถึงกับทำหน้าไม่ถูกเพราะคิดไม่ถึงว่าเพียงแค่แสดงความสามารถเพียงเล็กน้อย อีกฝ่ายจะรีบเชื่อมั่นในตัวเขาทันทีเช่นนี้ และหากรู้ว่าจะง่ายดายถึงเพียงนี้ หลิงหยุนคงไม่ต้องสั่งให้หวังชงเซียวไปจับสัตว์ใหญ่มาเป็นแน่!“เอาล่ะแม่นางค่อยๆเล่าอาการของปู่เจ้าให้ข้าฟังคร่าวๆ”หลิงหยุนเพิ่งจะได้สมบัติล้ำค่ากลับไปมากมายหลายชิ้นเขาอยากจะรีบกลับบ้านไปดูสิ่งของเหล่านั้นแทบใจจะขาด จึงอยากจะรีบๆจัดการธุระที่คั่งค้างนี้ให้เสร็จโดยเร็ว และไม่ต้องการเสียเวลาพูดอ้อมค้อมแต่กลับคิดไม่ถึงว่าหญิงสาวที่มีท่าทางมั่นอกมั่นใจมาตลอดการประมูลกลับสะอึกสะอื้นเล็กน้อย แต่ก็เพียงประเดี๋ยวเดียวนางก็สามารถสงบสติอารมณ์ได้ และรีบบอกเล่าอาการเจ็บป่วยของชายชราให้หลิงหยุนรู้ทันทีหลังจากที่ได้ฟังคำบอกเล่าอาการจากปากเหออวี้ฉงหลิงหยุนและโม่วู๋เตาก็พอที่จะคาดเดาเรื่องราวทั้งหมดได้….ปรากฏว่าเหออวี้ฉงนั้นเป็นคนที่มาจากเขตปกครองพิเศษของประเทศจีนตอนใต้ดินแดนแถบนั้นล้วนมีธุรกิจบ่อนการพนันเป็นที่เลื่องชื่อ และหลายปีที่ผ่านมานี้ก็ได้แซงหน้าคาสิโนที่โด่งดังอย่างลาสเวกัสในสหรัฐอเมริกาไปแล้ว นักพนันจากทั่วโลกต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ จนกลายเป็นดินแดนแห่งการพนันที่โด่งดัง และมีผู้คนเข้ามาเล่นมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกตระกูลเหอของเหออวี้ฉงนั้นนับเป็นตระกูลที่มีบ่อนคาสิโนใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลกปู่ของนางนั้นใช้เวลาคลุกคลีและล้มลุกคลุกคลานอยู่ในวงการนี้มานานหลายสิบปี กว่าที่จะสามารถก่อตั้งบ่อนคาสิโนขึ้นมาจนรุ่งเรือง และขยายอาณาเขตครอบคลุมดินแดนหนานหยางได้เกือบทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งยี่สิบปีหลังนอกเหนือจากธุรกิจคาสิโนแล้ว ตระกูลเหอยังลงทุนในธุรกิจอื่นในหลายประเทศทั่วโลกด้วย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการเงิน อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง การขนส่ง โรงแรม และอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่ยิ่งใหญ่มีเงินทุนหมุนเวียนนับแสนๆล้านแต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วยอายุที่มากขึ้นของผู้เฒ่าตระกูลเหอ เขาจึงต้องการที่จะเลือกทายาทมาทำหน้าที่ดูแล และสืบทอดกิจการของตน จึงได้แอบสอดส่องลูกหลาน และเหล่าทายาทรุ่นใหม่อยู่เงียบๆเหออวี้ฉงนั้แม้จะอายุยังน้อยแต่ก็เป็นคนเฉลียวฉลาด มีบุคลิกที่แข็งแกร่งและกล้าตัดสินใจ อีกทั้งยังเป็นคนกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่เฝ้ามองอยู่นานในที่สุดผู้ที่สะดุดตาผู้เฒ่าเหอมากที่สุดก็คือเหออวี้ฉงและด้วยการสนับสนุนจากผู้เฒ่าเหอเหออวี้ฉงจึงได้ทำหน้าที่ดูแลการเงินของตระกูลเหออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขา และเมื่อใดที่ผู้เฒ่าเหอปล่อยมืออย่างแท้จริง ธุรกิจและอำนาจในการตัดสินใจของตระกูลก็จะตกอยู่ในมือของเหออวี้ฉงทันทีแต่เมื่อปลายปีที่แล้วจู่ๆ ผู้เฒ่าเหอก็ป่วยเป็นโรคประหลาด เขากลายเป็นคนเสียสติ และมีนิสัยประหลาดที่ชอบตะโกนโวยวายใส่ผู้คน แม้แกระทั่งเหออวี้ฉงซึ่งเป็นหลานสาวที่เขารักที่สุดผู้เฒ่าเหอไม่เพียงป่วยกะทันเช่นนี้แต่อาการของเขายังค่อยๆแย่ลงมากขึ้นทุกวันอีกด้วย ทำให้ภายในตระกูลเหอมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง และแย่งชิงอำนาจกันอย่างไม่จบไม่สิ้น เวลานี้อาจพูดได้ว่าตระกูลเหอตกอยู่ในสภาพโกลาหลวุ่นวายอย่างที่สุดก็ได้!โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหออวี้ฉงที่ต้องพบกับศึกหนักเพราะนางคือทายาทที่ผู้เฒ่าเหอได้เลือกให้มาเป็นผู้ดูแลธุรกิจทั้งหมดของตระกูลเหอต่อจากตน สมาชิกทุกคนในตระกูลจึงรวมตัวกันต่อต้านนาง!แม้ว่าเหออวี้ฉงจะแกร่งสักปานใดแต่การที่ไม่ได้รับความร่วมมือจากเหล่าสมาชิกภายในตระกูล จึงเป็นความรู้สึกที่ยากลำบากสำหรับนางไม่น้อยภายใต้สถานการณ์เช่นนี้หออวี้ฉงรู้ดีว่าตราบใดที่ผู้เฒ่าเหอยังอาการไม่ดีขึ้น สถานการณ์ภายในตระกูลเหอก็จะยิ่งแย่ลง และหากผู้เฒ่าเหอเสียชีวิตลง ตระกูลเหอจะต้องตกต่ำลงทันที!