ตอนที่ 840
บทที่ 1270 : สองพี่น้องปรับความเข้าใจ!
October 22, 2026
“อะไรกัน!ทำไมทุกคนมองข้าแบบนั้น?” ต่งยั่วหลานร้องตะโกนถามออกไปด้วยความตกใจเพราะหลังจากที่นางกลืนโอสถเยาว์วัยลงไปแล้ว นางก็สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์ภายในร่างกายของตนเองได้ นางรู้สึกว่าตนแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมมาก! ร่างกายที่เคยเหนื่อยล้าหนักอึ้งพลันเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ผมแข็งกระด้างและเริ่มขาวได้เปลี่ยนเป็นสีดำอ่อนนุ่ม ผิวพรรณที่แขนและมือไม่เพียงไร้รอยเหี่ยวย่น แต่ยังเต่งตึงมีน้ำมีนวลราวผิวพรรณของเด็กสาว อีกทั้งยังนวลเนียนยิ่งนัก มือและแขนนี้ราวกับไม่เคยได้ผ่านการทำงานมานานหลายปี.. ร่างกายเบาพลิ้วผิวพรรณอ่อนโยน สายตาก็กระจ่างชัด เรียกได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแทบทุกกระเบียดนิ้ว นี่คือโอสถพลังชีวิตชั้นสูงซึ่งออกฤทธิ์กับคนธรรมดาทั่วไปได้ดีกว่าผู้ฝึกยุทธเช่นนั้นแล้วจึงได้ผลลัพธ์ดีกว่าจินเหยียวอย่างเห็นได้ชัด นั่นเพราะผู้ที่ฝึกยุทธเช่นจินเหยียวจะมีใบหน้าที่อ่อนกว่าเยาว์กว่าอายุโดยปกติอยู่แล้วเมื่อได้รับโอสถเยาว์วัยเข้าไป ความเปลี่ยนแปลงจึงมีไม่มากเท่ากับคนธรรมดาทั่วไปเช่นต่งยั่วหลาน ต่งยั่วหลานจะอายุ37 ปีแล้ว ผิวพรรณจึงได้เหี่ยวย่นร่วงโรยไปตามวัย ขอบตาก็เกิดเป็นรอยตีนกาขึ้นให้เห็นชัดเจน แต่ทันทีที่กลืนโอสถเยาว์วัยลงไป ทุกอย่างก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ต่งยั่วหลานวิ่งตรงไปยังกระจกที่อยู่ในห้องรับแขกเพื่อดูให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตนแน่.. “ห๊ะ!” ทันทีที่เห็นภาพตนเองในกระจกต่งยั่วหลานก็ถึงกับยกมือขึ้นปิดหน้า พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มและเสียงสะอึกสะอื้น “พี่ใหญ่..นี่ท่าน..” หลิงซวี่จ้องมองหลิงหยุนด้วยความตกตะลึงพร้อมกับร้องเรียกหลิงหยุนว่า‘พี่ใหญ่’ ออกมาอย่างลืมตัว “ไปเช็ดน้ำตาให้ท่านป้าต่งก่อนสิแล้วก็ให้นางกลืนโอสถนี้เข้าไปด้วย!” หลิงหยุนยิ้มให้หลิงซวี่พร้อมกับยื่นโอสถโฉมสะคราญหนึ่งเม็ดให้กับนาง.. “ท่านแม่พี่ใหญ่บอกให้ท่านกลืนโอสถนี่เข้าไปอีกหนึ่งเม็ด!” หลิงซวี่เดินเข้าไปหาต่งยั่วหลานแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าซับคราบน้ำตาให้นางพร้อมกับวางโอสถโฉมสะคราญลงไปในมือของต่งยั่วหลาน “เอ่อ..ต้องกินนี่ด้วยรึ กินแล้วข้าจะไม่กลายเป็น…” ต่งยั่วหลานถามขึ้นด้วยความกังวลใจเพราะเวลานี้นางก็ดูโตกว่าหลิงซวี่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากนางกินเข้าไปอีกจะไม่กลายเป็นเด็กกว่าหลิงซวี่หรอกรึ นี่เป็นสิ่งที่คนเป็นแม่กังวลใจ “ท่านป้าต่งอย่าได้กังวลใจไม่เป็นอย่างที่ท่านป้าคิดแน่!” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับตอบให้ต่งยั่วหลานมั่นใจ เมื่อได้ยินเช่นนั้นต่งยั่วหลานจึงกลืนโอสถโฉมสะคราญลงไปทันทีและครั้งนี้นางรีบเงยหน้าขึ้นมองไปทางกระจกทันที แล้วก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเองอย่างชัดเจน “ว้าวท่านแม่!ท่านสวยมากเลย ต่อไปข้าต้องเรียกท่านว่าพี่สาวแล้วล่ะ..” หลิงซวี่จ้องมองพร้อมกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจเพียงแค่ห้านาทีที่กลืนโอสถของหลิงหยุนสองเม็ด แม่ของนางกลับกลายเป็นสาวสวยงดงามเช่นนี้.. “เอ่อ..พวกเจ้านั่งคุยกันไปก่อน ข้าจะไปที่ห้องประเดี๋ยว แล้วจะรีบกลับมา” หลังจากที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเช่นนี้ต่งยั่วหลานรู้สึกเก้อเขินจนไม่กล้ามองหน้าผู้คนในห้อง จึงเอ่ยขอตัวแล้วรีบวิ่งกลับไปที่ห้องนอนของตนเอง“พี่ใหญ่นี่มันโอสถอะไรกันข้าอยากได้บ้าง..” หลิงซวี่วิ่งตรงเข้าไปหาหลิงหยุนพร้อมกับร้องขอบ้าง“เจ้าเพิ่งจะสิบหกยังไม่จำเป็นต้องใช้รออีกสองปีค่อยมาขอ..”หลิงหยุนปฏิเสธและไม่สนใจว่าหลิงซวี่จะพอใจหรือไม่เขาเดินตรงเข้าไปหาต่งซานชวนพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า“ท่านตาต่งระหว่างนี้พวกเรานั่งคุยกันไปก่อนจะดีหรือไม่”“ได้สิ!ได้!”ต่งซานชวนเห็นลูกสาวของตนกลับกลายเป็นหญิงสาวอ่อนเยาว์งดงามเช่นนั้นมีหรือที่ผู้เป็นพ่ออย่างเขาจะไม่รู้สึกดีอกดีใจไปด้วยทั้งสี่คนเดินกลับไปนั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขกครั้งนี้หลิงซวี่รีบเดินไปนั่งลงข้างหลิงหยุนทันที ทุกคนต่างก็เห็นว่าเวลานี้นางตามติดหลิงหยุนอยู่ตลอดเวลา“พี่ชายกับน้องสาว!เห็นภาพนี้แล้วข้ามีความสุขยิ่งนัก”ต่งซานชวนซึ่งนั่งตรงข้ามสองพี่น้องหันไปมองหลิงหยุนทีหลิงซวี่ทีพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขหลิงหยุนทำเช่นนี้ก่อนก็เพื่อให้ต่งซานชวนรู้สึกดีกับตนเพื่อที่จะสามารถเจรจาธุระของตนได้ง่ายขึ้น“ท่านตาข้าได้ยินมาว่าลุงสองเอ่ยปากขอให้ท่านช่วยงานตระกูลหลิงของเรา แต่ท่านตาปฏิเสธงั้นรึ”หลิงเย่วได้รายงานเรื่องนี้ให้หลิงหยุนรู้เมื่อสองสามวันก่อนแล้วหลิงเย่วบอกกับเขาว่าต่งซานชวนนั้นนอกจากจะเป็นคนตรงแล้ว ยังเป็นคนที่ดื้อรั้นยิ่งนัก แม้แต่เขาเองยังไม่สามารถเกลี้ยกล่อมต่งซานชวนได้ และนี่คือสาเหตุที่หลิงหยุนต้องคืนวัยเยาว์สดใสให้กับต่งยั่วหลานเสียก่อน หลิงหยุนรีบพูดต่อทันทีและไม่เปิดโอกาสให้ต่งซานชวนได้ปฏิเสธ“ท่านตาต่งหากท่านตามีเรื่องใดที่ติดขัด หรือมีข้อเรียกร้องใด ได้โปรดบอกข้ามาเถิด ข้าหลิงหยุนพร้อมที่จะแก้ไขและทำตามทุกอย่าง..”“เอ่อ..เรื่องนั้น..”ต่งซานชวนพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่หลิงหยุนทำลงไปก่อนหน้านี้ ทำให้เขาไม่สามารถหาเหตุผลมาปฏิเสธหลิงหยุนได้อีก อีกทั้งหลิงหยุนเองก็เป็นลูกชายของหยินชิงเฉวียน หากจะว่าไปฐานะของหลิงหยุนในครอบครัวเขาก็ค่อนข้างกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย หากเป็นโลกของคนธรรมดาทั่วไป หลิงหยุนก็คือลูกนอกสมรส..แต่ไม่ว่าฐานะของหลิงหยุนจะเป็นเช่นใดท่าทีของเขาที่มีต่อต่งยั่วหลานนั้น ต่อให้ต่งซานชวนไม่พอใจหลิงเสี่ยวมากเพียงใด ก็ไม่สามารถเอ่ยปากตำหนิหลิงหยุนได้“เฮ้อ..ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ล่ะนะ..” ในที่สุดต่งซานชวนก็ถอนหายใจพร้อมกับพูดออกมาเขาส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มให้หลิงหยุน แล้วจึงเอ่ยออกไปว่า“หลิงหยุนความตั้งใจดีของเจ้านั้นข้าไม่เพียงเข้าใจดี แต่ยังซาบซึ้งใจยิ่งนัก ตั้งแต่มีเจ้าเข้ามาในตระกูลหลิง ยั่วหลานกับซวี่เอ๋อก็จะมีอนาคตที่สดใส ที่่เหลือก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลาเถิด..”และที่เหลือในความหมายของต่งซานชวนก็คือความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาของต่งยั่วหลานกับหลิงเสี่ยวนั่นเอง..ต่งซานชวนนับเป็นอาวุโสผู้หนึ่งและเวลานี้ก็อยู่ต่อหน้าเด็กรุ่นหลังถึงสองรุ่น จึงไม่อยากจะพูดอะไรมากนึก เขายิ้มขื่นก่อนจะพูดต่อว่า“หลิงหยุนสิ่งที่เจ้าทำนั้นข้าซาบซึ้งใจนัก เพียงแต่..”หลิงหยุนยิ้มออกมาพร้อมถามขึ้นทันที“ท่านตา หากมีเรืองอันใด ก็ได้โปรดเอ่ยออกมาเถิด..” ต่งซานชวนถอนหายใจ“ปีนี้ข้าก็อายุหกสิบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย สมอง หรือว่าเรี่ยวแรง ล้วนไม่ดีเหมือนก่อน หากให้ข้าไปดูแลกิจการใหญ่โตของตระกูลหลิง เกรงว่าจะไม่สามารถทำได้ดีเหมือนเมื่อยังหนุ่ม และจะสร้างความเสียหายให้กับตระกูลหลิงเสียเปล่า..”นี่เป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ต่งซานชวนสามารถยกขึ้นมาอ้างได้ในเวลานี้..