ตอนที่ 854
บทที่ 1284 : สูญเสียภรรยา!
October 22, 2026
นับเป็นความชาญฉลาดอย่างยิ่งยวดของหลิงหยุนที่สามารถคิดหาหนทางช่วยให้เฉิงเม่ยเฟิงรื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับตนกลับขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย แม้หลิงหยุนจะต้องการนำตัวเฉิงเม่ยเฟิงกลับไปด้วยมากเพียงใดแต่เขาก็ไม่ต้องการเฉิงเม่ยเฟิงที่หลงลืมเรื่องราวระหว่างพวกเขาทั้งสองไปจนหมดสิ้น หลิงหยุนต้องการเฉิงเม่ยเฟิงที่ขี้หึง และรักเขาอย่างสุดหัวใจคนเดิม เฉิงเม่ยเฟิงคนที่ต้องการจะอยู่กับเขาไปตราบชั่วชีวิต! ทั้งหลิงหยุนและเฉิงเม่ยเฟิงต่างก็ผ่านเรื่องราวหลายอย่างมาด้วยกันแทบไม่ต้องพูดถึงความทรงจำในช่วงเวลาที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน นอนเตียงเดียวกัน เขาไม่ต้องการให้เฉิงเม่ยเฟิงลืมความทรงจำที่ดีเหล่านี้ไปแม้แต่เรื่องเดียว หาไม่แล้วด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่พบเจอเฉิงเม่ยเฟิงที่ตีนเขา หลิงหยุนสามารถบุกชิงตัวเฉิงเม่ยเฟิงไปได้ในทันที และไม่มีทางที่ผู้ใดจะสามารถขัดขวางได้เป็นแน่! อีกทั้งด้วยความสามารถทางการแพทย์ของหลิงหยุนหลังจากที่พาตัวเฉิงเม่ยเฟิงกลับไปได้แล้ว เขาสามารถหาหนทางรักษาและฟื้นคืนความทรงจำของนางกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ถึงแม้เขาจะทำเช่นนั้นได้ แต่ไม่แน่ว่าอาจมีความทรงจำบางส่วนระหว่างพวกเขาทั้งสองหล่นหายไปก็เป็นได้.. ซึ่งหลิงหยุนไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น! และการที่เขาใช้วิชาแพทย์รักษาฟื้นฟูความทรงจำให้กับเฉิงเม่ยเฟิงกับการที่ค่อยๆช่วยให้นางรื้อฟื้นความทรงจำกลับมาได้ด้วยตัวเองนั้น สองสิ่งนี้ล้วนแตกต่างกันยิ่งนัก.. หลิงหยุนมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเฉิงเม่ยเฟิงเขามั่นใจว่าโอสถไร้ใจนั้นไม่อาจทำลายความรักที่เฉิงเม่ยเฟิงมีให้ตนได้แน่! แต่กลับกลายเป็นว่าเฉิงเม่ยเฟิงไม่เพียงได้รับโอสถไร้ใจ แต่วิชาไร้ใจที่นางฝึกฝนนั้นยังมีผลต่อการล้างความทรงจำในสมอง อีกทั้งยังคุกคามและเป็นอันตรายต่อร่างกายของนางด้วย “หลิงหยุน..น้องชาย เพื่อนของเธอชื่อหลิงหยุน…” เฉิงเม่ยเฟิงพึมพำออกมาเสียงเบาในขณะที่หน้าอกของนางกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงนางพูดประโยคนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยิน ช่างบังเอิญนักที่ชื่อกลับเหมือนกันอย่างน่าตกใจ! ระหว่างที่เฉิงเม่ยเฟิงพร่ำพูดประโยคนั้นนางคล้ายกับไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว และกำลังต้องการใครสักคนอย่างมากในเวลานี้ แต่ในระหว่างนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูของนาง! “พี่หลี่เฉินนี่ท่านเป็นอะไรไปรึ” เฉิงเม่ยเฟิงตกใจและรีบมีสีหน้าท่าทางที่ผิดปกตินางรู้สึกผิดหวังไม่น้อยที่หลี่สุ่ยและศิษย์คนอื่นๆสังเกตเห็นความผิดปกติ และเดินเข้ามาถามเช่นนี้ “เอ่อ..ข้าไม่เป็นอะไรนี่” เฉิงเม่ยเฟิงรับรู้ได้ถึงความตึงเครียดภายในจิตใจและร่างกายของตนนางจึงค่อยๆสงบจิตสงบใจ และพลันนึกอะไรขึ้นมาได้จึงรีบตอบกลับไปทันที “น้องชายผู้นี้บอกกับข้าว่าเขาเริ่มจดจำบางสิ่งบางอย่างได้แล้วและหากเขาสามารถจดจำเรื่องราวทุกอย่างได้แล้ว ข้าอยากจะส่งเขาออกจากหุบเขาหลงเฟยก่อนที่ฟ้าจะมืด..” “อ่อ..ดูท่าจะสูญเสียความทรงจำชั่วคราวจริงๆ หากเจ้ารื้อฟื้นความทรงจำกลับมาได้ ท่านก็อย่าลืมรายงานศิษย์พี่ก่อนล่ะ!” “ศิษย์พี่สองข้าต้องการคุยกับเด็หนุ่มผู้นี้ตามลำพัง เผื่อว่าจะสามารถช่วยเขาปะติดปะต่อความทรงจำได้โดยเร็ว!”เฉิงเม่ยเฟิงได้ข้ออ้างที่จะพูดคุยกับหลิงหยุนตามลำพังจึงได้แต่โกหกศิษย์ร่วมสำนักไปเช่นนั้นเฉิงเม่ยเฟิงไม่อาจทนเสียโอกาสที่จะได้ล่วงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับหลิงหยุนไปได้แม้จะเป็นเพียงตัวอักษรแค่สองคำ แต่นางก็รู้สึกได้ว่าชื่อนี้มีความสำคัญกับตนมากเพียงใด เพราะชื่อนี้ได้ครอบงำจิตใจของนางมาตลอดเวลา เรียกได้ว่าแทบจะแทรกอยู่ในทุกอณูของร่างกาย จนเกือบจะกลายเป็นสัญชาติญาณไปแล้วนั่นเพราะเมื่อครั้งที่เฉิงเม่ยเฟิงกลืนโอสถไร้ใจเข้าไปนั้นนางต้องทนเจ็บปวดทรมานอย่างยิ่งยวดอยู่ถึงสองชั่วโมง แต่ถึงกระนั้นนางก็ได้บอกกับตัวเองซ้ำๆว่า ต่อให้นางต้องลืมทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ไป แต่สิ่งเดียวที่นางจะไม่มีทางลืมเลือนเลยคือชื่อ ‘หลิงหยุน’!“ก็ดีเหมือนกันเจ้ารีบช่วยให้เขาฟื้นความทรงจำได้โดยเร็ว จากนั้นก็รีบส่งเขาออกไปจากที่นี่ เพราะหลังจากคืนนี้ไปที่นี่คงจะไม่สงบนิ่งเช่นนี้อีกแล้ว!”แม้แม่ชีผู้นี้จะรู้สึกรำคาญหลิงหยุนอยู่มากไม่ว่าจะเป็นท่าทางการแสดงออกหรือคำพูดคำจาของเขา แต่นางก็ยังนึกเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กหนุ่มตรงหน้า..เพราะหากจะพูดไปแล้วนางเองก็รู้สึกว่าการที่มีเด็กหนุ่มผู้นี้ร่วมเดินทางมาด้วย ก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวสดใสและมีชีวิตชีวามากขึ้นหญิงมากกว่าครึ่งที่เข้าเป็นศิษย์อารามจิ้งซินนั้นล้วนแล้วแต่ผ่านประสบการณ์ความเจ็บปวดในเรื่องความรักมาแล้วแทบทั้งสิ้น..ไม่เช่นนั้นแล้วหากต้องการเพียงแค่ฝึกฝนวรยุทธ เหตุใดจึงต้องเข้าเป็นศิษย์อารามจิ้งซิน มอบกายมอบใจถวายแด่พุทธองค์ด้วยเล่า“ขอบคุณศิษย์พี่สอง!”เฉิงเม่ยเฟิงกล่าวขอบคุณศิษย์พี่แล้วรีบหันไปพยักหน้าให้หลิงหยุน “เจ้าตามข้ามา!”เวลานี้เฉิงเม่ยเฟิงแทบอดใจรอต่อไปไม่ได้จริงๆ หลิงหยุนเดินตามเฉิงเม่ยเฟิงไปอย่างมีความสุขทั้งสองคนรีบเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที หลังจากที่เดินไปสักครู่ใหญ่ เฉิงเม่ยเฟิงก็มองเห็นหินก้อนใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ จึงรีบเดินนำหลิงหยุนเข้าไปด้านหลังหินก้อนนั้นทันทีเวลานี้ตรงหน้าคนทั้งสองคือน้ำตกขนาดเล็ก และเสียงน้ำตกที่ดังซู่ๆนั้นก็ได้กลบเสียงพูดคุยของคนทั้งคู่ไว้ได้อย่างสนิทที่ตรงนี้ค่อนข้างมิดชิดและเฉิงเม่ยเฟิงเองก็ไม่ต้องการให้ผู้ใดได้ยินเรื่องที่พวกเขาทั้งคู่กำลังจะคุยกันทั้งสองคนต่างก็เข้าใจความต้องการของกันและกันดีตลอดทางต่างฝ่ายต่างจึงนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา จนกระทั่งมาถึงที่แห่งนี้ทันทีที่มาถึงหลิงหยุนจึงรีบนั่งลงกับพื้นทันที เพื่อเตรียมตัวพูดคุยยาวกับเฉิงเม่ยเฟิง เรื่องนี้สำคัญกับหลิงหยุนยิ่งกว่างานชุมนุมชาวยุทธที่กำลังจะเกิดขึ้นเสียอีก เขาจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ “น้องชายเจ้านึกชื่อตัวเองออกบ้างหรือยัง” ประโยคแรกที่เฉิงเม่ยเฟิงเอ่ยถามหลิงหยุนหลิงหยุนส่ายหน้าไม่ใช่เพราะเขาต้องการจะปิดบัง เพียงแต่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม..“ถ้าเช่นนั้น..เจ้า.. เจ้าจำชื่อของเพื่อนที่เพิ่งเอ่ยออกมาเมื่อครู่ได้หรือไม่”เฉิงเม่ยเฟิงยังคงกำศิลากลั่นวิญญาณไว้ในมือแน่นเพราะเกรงว่าหากจิตใจของนางหวั่นไหวอย่างรุนแรงอีก นางจะไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้“จำได้สิ!ข้าเองก็เกรงว่าตนเองจะลืม จึงเดินท่องชื่อของเขามาตลอดทาง เขามีชื่อว่าหลิงหยุน!”