ตอนที่ 855
บทที่ 1285 : ข้าเต็มใจทำ!
October 22, 2026
หลิงหยุนค่อยๆเพิ่มความกระหายใคร่รู้ให้กับเฉิงเม่ยเฟิงทีละเล็กทีละน้อย และเวลานี้เขาก็แสร้งทำเป็นนึกชื่อของภรรยาเพื่อน และเป็นชื่อของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขานี้เอง “ว่ายังไงล่ะ..นางชื่อว่าอะไร บอกมาว่านางชื่ออะไร?!” เฉิงเม่ยเฟิงลืมตัวจนเผลอคว้าแขนหลิงหยุนไว้แน่นนางเขย่าแขนหลิงหยุนไปมาอย่างแรง พร้อมกับร้องตะโกนถามไม่หยุด แต่เมื่อรู้ตัวเฉิงเม่ยเฟิงก็หยุดเขย่าแขนของหลิงหยุนทันที นางเพิ่งนึกได้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ความจำเสื่อมเช่นเดียวกัน และนางก็กำลังพยายามช่วยเขาปะติดปะต่อความทรงจำอยู่ นางจึงเอ่ยถามออกไปอย่างระมัดระวัง “เอ่อ..น้องชาย เจ้าไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ ค่อยๆคิดดู คิดออกเมื่อไหร่แล้วค่อยพูดออกมาก็ได้” “ข้าจำได้ว่าเพื่อนของข้าเคยเอ่ยชื่อนางของมาครั้งหนึ่งตอนนั้นพวกเราทั้งคู่ต่างก็ดื่มกันจนเมามาย ขอข้าคิดทบทวนดูก่อนนะ…” หลิงหยุนยกมือขึ้นเกาศรีษะและทำท่าครุ่นคิดอยู่นานราวสองสามนาที เฉิงเม่ยเฟิงเห็นเช่นนั้นจึงรีบยื่นศิลากลั่นวิญญาณในมือให้หลิงหยุนทันที เฉิงเม่ยเฟิงมีสีหน้ากระวนกระวายใจยิ่งนักมือของนางกำศิลากลั่นวิญญาณไว้แน่น นี่เป็นช่วงวินาทีที่สำคัญต่อชีวิตของนาง.. ในช่วงวินาทีที่หลิงหยุนจะเอ่ยออกไปนี้หากนางมิได้กำศิลากลั่นวิญญาณไว้ในมือ หลิงหยุนเกรงว่าทันทีที่นางได้ยินคำตอบ ลมปราณภายในร่างกายของนางอาจแตกซ่านจนกลายเป็นมารไปได้ หรือไม่ลมปราณก็อาจตีกลับจนสิ้นใจตายได้เช่นกัน! แต่นับว่าโชคดีที่เวลานี้นางได้รับพลังอมตะสีม่วงจากหลิงหยุนเข้าไปแล้ว.. “ข้าไม่เอา..”หลิงหยุนปฏิเสธ และไม่ยอมรับรับศิลากลั่นวิญญาณมาถือไว้ จากนั้นจึงแสร้งตบมือลงที่ตักตนเองฉาดใหญ่ พร้อมกับร้องตะโกนออกมาเสียงดัง “ข้านึกออกแล้ว!ข้านึกออกแล้ว.. นางมีชื่อว่า.. เม่ยเฟิง!” ทันทีที่เฉิงเม่ยเฟิงได้ยินชื่อของตนเองนางรู้สึกราวกับเกิดแรงระเบิดขึ้นในสมองของตน นางรู้สึกราวกับว่าถูกค้อนขนาดใหญ่ทุบลงกลางศรีษะอย่างรุนแรง จากนั้นก็ไม่สามารถทรงตัวอยู่อีก และหมดสติล้มหงายหลังลงไป.. หลิงหยุนซึ่งเป็นคนเมืองจิงฉูสูญเสียภรรยาของตนไปและภรรยาของเขาก็ชื่อว่าเม่ยเฟิง! คำบอกเล่านี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเฉิงเม่ยเฟิงรุนแรงยิ่งนัก! แม้ว่าหลิงหยุนจะไม่ได้เอ่ยออกมาว่าหญิงสาวผู้นั้นแซ่เฉิงแต่เพียงแค่ชื่อก็ทำให้เฉิงเม่ยเฟิงก็รับรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้ย่อมหมายถึงตัวนาง และหลิงหยุนก็คือผู้ชายของนาง! เฉิงเม่ยเฟิงถึงกับนิ่งอึ้งไปในทันที! หลิงหยุนเห็นเฉิงเม่ยเฟิงเป็นลมหมดสติล้มลงไปเช่นนั้นจึงรีบคว้าร่างของนางไว้ในอ้อมแขน และจ้องมองใบหน้างดงามนั้น ดวงตาคู่งามเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยยิ่งนัก แล้วน้ำตามากมายก็เริ่มพร่างพรูออกมา หลิงหยุนอยากจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เฉิงเม่ยเฟิงฟังตั้งแต่เริ่มต้นที่คนทั้งสองได้มารู้จักกัน จนกระทั่งใช้ชีวิตร่วมกัน นอนเตียงเดียวกัน จนกระทั่งผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันเช่นใดบ้าง หลิงหยุนรู้ว่า..เรื่องราวทั้งหมดนี้ อาจจะยังไม่เพียงพอให้เฉิงเม่ยเฟิงจดจำเขาซึ่งอยู่ตรงหน้าได้ แต่อย่างน้อยมันก็พอจะช่วยให้นางได้รื้อฟื้นภาพความทรงจำต่างๆภายในใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สิ่งที่หลิงหยุนต้องการเล่านั้นมีรายละเอียดมากมายไม่แน่ว่าเมื่อเฉิงเม่ยเฟิงได้ฟัง อาจทำให้ชิ้นส่วนความทรงจำของนางสามารถปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวได้ จนแม้แต่ฤทธิ์ของโอสถไร้ใจก็อาจไม่มีผลต่อความทรงจำของนางอีก….พรึบ!จู่ๆร่างสีดำร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ดวงตาของคนผู้นั้นจับจ้องไปที่ร่างของเฉิงเม่ยเฟิงซึ่งหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของหลิงหยุน พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า“เจ้าทำสำเร็จแล้วสินะ”หลิงหยุนแทบไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำเขายังคงจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของเฉิงเม่ยเฟิงพร้อมกับส่ายหน้า แล้วตอบกลับไปว่า“หากข้าทำสำเร็จข้าจะไม่ยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกครั้งเป็นแน่!”หลิงหยุนรู้ดีว่าระหว่างที่เขาพูดกับเฉิงเม่ยเฟิงนั้นเย่ซิงเฉินคงจะได้รู้ได้เห็นจนหมดแล้วเย่ซิงเฉินยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า“นับว่ายังโชคดีที่ไม่สายเกินไป! เฉิงเม่ยเฟิงผู้นี้เป็นหญิงที่หาได้ยากนัก ความจริงแล้วโอสถไร้ใจมีฤทธิ์ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง มันถูกคิดค้นขึ้นโดยยอดฝีมือของอารามจิ้งซิน นางเป็นหญิงที่ต้องเจ็บปวดเพราะความรักจึงได้โกรธแค้นผู้ชายทั้งโลก หากหญิงสาวธรรมดาทั่วไปกลืนโอสถนี้ลงไปแต่กลับไม่ต้องการลืมชายที่รัก หญิงผู้นั้นก็จะต้องเจ็บปวดทรมานจนตาย! แต่หากโชคดีสามารถลืมชายที่รักได้ หญิงผู้นั้นก็จะมีชีวิตรอด แต่ก็จะไม่สามารถจดจำอีกฝ่ายได้เลย..”“หลังจากที่กลืนโอสถไร้ใจนี้ไปแล้วและสามารถฝึกวิชาไร้ใจจนเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-7 ได้เมื่อใด หญิงผู้นั้นก็จะกลายเป็นคนเย็นชาต่อผู้ชายทั้งโลก และจะลืมความรักในอดีตจนหมดสิ้น!”เย่ซิงเฉินเอ่ยออกมาพร้อมกับชำเลืองตามองไปทางเฉิงเม่ยเฟิงด้วยความรู้สึกชื่นชม..“หึ!”หลิงหยุนทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจก่อนที่จะกล่าววาจาเย้ยหยันออกไป“เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าต่อให้ข้าพบนางในยามที่นางเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-7 แล้ว หรือต่อให้เข้าสู่ขั้นที่สูงกว่านั้น ข้าก็ย่อมมีวิธีฟื้นคืนความทรงจำของนางให้สามารถกลับมาจดจำข้าได้เช่นเดิม!”นี่คือความจริงหาใช่หลิงหยุนพูดจาโอ้อวดแต่อย่างใดไม่..เย่ซิงเฉินเองก็เชื่อเช่นนั้นนางยิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยถามออกไป “แล้วเจ้าคิดที่จะทำเช่นใดต่อไป ทำการรักษาฟื้นความทรงจำให้กับนางงั้นรึ?”หลิงหยุนส่ายหน้า“ข้าจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปก่อน แต่ข้าหวังว่านางจะสามารถจดจำเรื่องราวทั้งหมดได้ภายในคืนนี้ เรื่องของเราขอให้เป็นไปตามแผนเดิม!”เย่ซิงเฉินพยักหน้าพร้อมเอ่ยออกไปว่า“ข้าว่าอารามจิ้งซินคงรู้ว่าเจ้าต้องการพาตัวนางกลับไป ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นแผนให้นางมาที่เขาหลงหู่ก็เพื่อใช้นางเป็นเหยื่อล่อเจ้า…”หลิงหยุนได้ฟังถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง“ฮ่า ฮ่า.. ไม่ใช่อาจจะ แต่นี่คือกับดักต่างหาก! แต่แล้วยังไง.. ข้านี่ล่ะจะเป็นผู้ทำลายกับดักของพวกมันเอง!”สิ่งที่เย่ซิงเฉินชื่นชอบในตัวหลิงหยุนมากที่สุดก็คือความกล้าหาญและไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใดนั่นเอง“เอาล่ะ..พวกเจ้าสองคนเพิ่งได้พบกัน ข้าไม่อยู่รบกวนแล้ว!”