ตอนที่ 856
บทที่ 1286 : จากศิษย์สำนักกลายเป็นศัตรู!
October 22, 2026
“ย่อมได้อยู่แล้วพี่สาวคนสวย!เจ้าเองก็นับว่าเป็พี่สะใภ้ของข้า ข้าเองก็มีความสุขมากที่ได้พบเจ้า!” หลิงหยุนร้องตะโกนบอกเฉิงเม่ยเฟิงด้วยความดีอกดีใจ “เจ้าเรียกเขาว่าพี่หลิงหยุนงั้นรึ” เฉิงเม่ยเฟิงได้ยินเด็กหนุ่มเรียกตนว่าพี่สะใภ้จึงร้องถามออกไปด้วยความสงสัย หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆแล้วเริ่มเล่าเรื่องของหลิงหยุนให้นางฟัง “สามีของเจ้าเก่งกาจแล้วก็แข็งแกร่งยิ่งนัก พวกเราเพิ่งจะรู้จักกันตอนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนี่เอง เขาสั่งให้ข้าเรียกเขาว่าพี่ และอนุญาตให้ข้าเป็นลูกน้องติดตามเขาได้..” “งั้นรึ!” เฉิงเม่ยเฟิงได้ฟังถึงกับหัวเราะออกมาและนางก็พบว่าเวลานี้วิชาไร้ใจที่นางฝึกนั้น ดูเหมือนว่าเวลานี้จะค่อยๆสิ้นฤทธิ์ลงไปเรื่อยๆ และไม่สามารถควบคุมจิตใจของตนได้อีกแล้ว ช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกินที่เวลานี้นางกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดทรมานแต่อย่างใด! “หินก้อนนี้..” เฉิงเม่ยเฟิงยกความดีทั้งหมดให้กับก้อนหินที่อยู่ในมือของนางนางเชื่อว่าเป็นเพราะอานุภาพของหินก้อนนี้ทำให้เกิดความรู้สึกบางเบาแจ่มใสขึ้นภายในใจของตน และเวลานี้ภายในใจของนางก็มีภาพเลือนลางของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นแล้วก็หายไปอยู่เช่นนั้น “เจ้าเล่าต่อสิข้าอยากรู้ว่าระหว่างเขากับข้ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เจ้าเล่าทุกอย่างที่ได้ยินได้ฟังมาจากเขา ยิ่งเล่าได้ละเอียดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!” เฉิงเม่ยเฟิงต้องการให้ภาพที่ปรากฏในใจของตนนั้นชัดเจนยิ่งขึ้นนางจึงขอให้เด็กหนุ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตนฟังอย่างละเอียด นางต้องการจะรื้อฟื้นความทรงจำที่หายไปนั้นให้กลับมาได้โดยเร็วที่สุด เพราะนี่คือชีวิตของนาง! “แต่..เรื่องนี้เล่าไปก็ยาวมาก” หลิงหยุนแสร้งทำเป็นขมวดคิ้วพร้อมกับพูดขึ้นว่า“นี่พี่สาว.. ในเมื่อเจ้าเองก็รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เหตุใดไม่รอพบหลิงหยุนด้วยตัวเองแล้วค่อยถามจากปากเขาเองเล่า ยังต้องให้ข้าเป็นผู้เล่าอีกทำไมกัน” เฉิงเม่ยเฟิงได้แต่คิดในใจว่า‘หากมันง่ายเช่นนั้น ข้าก็คงไม่ต้องพาเจ้ามาที่หุบเขาหลงเฟย แล้วพาเจ้ามาหลบคุยกันอยู่ตรงนี้เป็นแน่’ การอยู่กับชายหนุ่มตามลำพังสองต่อสองนั้นเป็นกฏข้อห้ามแรกของสำนักจิ้งซินและหากผู้ใดกระทำการเช่นนั้นย่อมถือเป็นการทรยศหักหลังต่อสำนัก ด้วยความแข็งแกร่งของนางในเวลานี้ เฉิงเม่ยเฟิงเกรงว่าตนจะถูกอาวุโสในอารามจิ้งซินจับตัวไว้ก่อนที่จะได้พบหลิงหยุน และอาจถูกสังหารตายพร้อมกันทั้งสามคนด้วย!เฉิงเม่ยเฟิงรู้ว่าหากมี่เจียวไท่ซือล่วงรู้เรื่องนี้เข้าไม่รู้ว่าตนจะถูกทำโทษเช่นใด และหลิงหยุนกับเด็กหนุ่มตรงหน้านี้จะต้องถูกสังหารตายอย่างแน่นอน!และไม่มีทางที่เฉิงเม่ยเฟิงจะปล่อยให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นแน่ด้วยเหตุนี้นางจึงต้องรีบหาทางสืบรู้เรื่องราวระหว่างตนกับหลิงหยุนให้ได้โดยเร็ว เพื่อที่นางจะได้ฟื้นฟูความทรงจำที่หายไปได้ จากนั้นตั้งใจว่าจะพาเด็กหนุ่มผู้นี้หนีออกไปจากหุบเขาพร้อมกับตนอย่างปลอดภัยเฉิงเม่ยเฟิงจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้งลงแล้ว พร้อมเร่งเร้าให้หลิงหยุนบอกเล่าออกมา“น้องชายเจ้ารีบเล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังเถิด คำพูดของเจ้าจะทำให้ข้าตัดสินใจได้ว่าต้องจัดการกับเรื่องนี้เช่นใด”หลิงหยุนพอเข้าใจได้ว่าเฉิงเม่ยเฟิงกำลังวิตกกังวลใจเรื่องใดเขาจ้องมองแววตาที่เต็มด้วยความกระวนกระวายร้อนใจของอีกฝ่าย และได้แต่แอบถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นว่า“เอาล่ะถ้าเช่นนั้นข้าจะเล่าทุกอย่างที่เขาบอกแก่ข้าให้เจ้าฟัง..”จากนั้นหลิงหยุนก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับเฉิงเมิ่ยเฟิงฟังอย่างละเอียดเริ่มตั้งแต่ที่วันที่ซันจิ้งขับรถชนนางจนเป็นเหตุให้เขาและนางได้พบเจอกัน คืนวันฝนตกหนักที่เฉิงเม่ยเฟิงเดินตากฝนไปหาเขาที่โรงเรียน รวมทั้งการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของทั้งคู่ในอพาร์ทเมนท์เล็กๆแห่งหนึ่ง จนกระทั่งเรื่องของนักฆ่าสาวเสี่ยวเม่ยเม่ย และคืนที่เขาพาหลินเมิ่งหานกลับมารักษาที่บ้านแต่เหตุการณ์ที่เป็นเสมือนจุดสำคัญของเรื่องนั้นก็คือคืนที่เฉิงเม่ยเฟิงถูกจับตัวไป และหลิงหยุนบุกเข้าไปช่วยนางที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิง และเรื่องที่นางถูกแม่ชีมี่ยู่แห่งอารามจิ้งซินบีบบังคับให้กลืนโอสถไร้ใจเข้าไป รวมถึงเรื่องที่เขาบุกไปสังหารยอดฝีมือตระกูลซันและสังหารซันเทียนเปียวตาย…แต่หลิงหยุนไม่ได้เล่ารายละเอียดในการต่อสู้มากนักเพราะหากเล่าทั้งหมดมันจะดูเหมือนภาพยนต์แอคชั่นมากจนเกินไป ระหว่างคนทั้งสองยังมีผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยวเม่ยเม่ย หลินเมิ่งหาน ตี้เสี่ยวอู๋ ถังเมิ่ง เกาเฉินเฉิน เสี่ยวเม่ยหนิง ไป๋เซีนเอ๋อ เหมี่ยวเสี่ยวเหมา เฉิงเทียน เฉิงเมี่ยน รวมทั้งเล่าเรื่องที่เขาขอให้นางเปิดบัญชีเล่นหุ้นให้ด้วยหลังจากที่เล่าเรื่องทั้งหมดให้เฉิงเม่ยเฟิงฟังไปแล้วหลิงหยุนยังไม่กล้าหวังว่าเฉิงเม่ยเฟิงจะสามารถจดจำตนได้ในทันที แต่ระหว่างเขากับเฉิงเม่ยเฟิงนั้นมีเรื่องราวร่วมกันมากมาย เขาหวังเพียงแค่ว่าเรื่องราวที่เล่าไปนั้นจะช่วยไปเติมเต็มชิ้นส่วนความทรงจำที่ขาดหายไปของนางให้ฟื้นคืนกลับมาได้บ้าง!นับตั้งแต่ที่หลิงหยุนเริ่มเล่าจนกระทั่งจบนั้นเฉิงเม่ยเฟิงบ้างก็ร้องไห้ออกมา บางครั้งก็หัวเราะพร้อมน้ำตา เป็นภาพที่งดงามและสะเทือนใจหลิงหยุนยิ่งนัก..เรื่องราวต่างๆที่หายไปจากความทรงจำของนางนั้นช่างเป็นเรื่องราวที่ปะปนไปทั้งทุกข์และสุข ชายหนุ่มที่นางหลงลืมไปจากชีวิตช่างดีกับนางอย่างมากเหลือเกิน ทั้งสองคนต่างก็ผ่านเหตุการณ์ความเป็นความตายมาด้วยกัน…และนางก็ถูกบังคับให้กลืนโอสถไร้ใจจนกระทั่งลืมเลือนหลิงหยุนไปจากชีวิต!“โอสถไร้ใจ..แม่ชีมี่ยู่งั้นรึ”และเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่แม่ชีมี่ยู่ทำกับตนเองแล้วเฉิงเม่ยเฟิงก็ถึงกับกัดฟันกรอด นางกล้ำกลืนความเกลียดชังที่ปะทุขึ้นภายในใจไว้!