ตอนที่ 857
บทที่ 1287 : ชะตาขาด!
October 22, 2026
หลังจากที่หลิงหยุนกับเฉิงเม่ยเฟิงกลับออกไปแล้วที่หน้าผาไกลๆแห่งหนึ่ง ร่างทั้งห้าก็ค่อยๆปรากฏขึ้นในความมืดอย่างช้าๆ เป็นฉินตงเฉี่วย ไป๋เซียนเอ๋อ และคนอื่นๆนั่นเอง “ไม่น่าเชื่อจริงๆ!มันน่าทึ่งมากที่หลิงหยุนสามารถทำให้ภรรยาของเขาค่อยๆ รื้อฟื้นความทรงจำกลับมาได้ แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม ข้าชื่นชมหมอนั่นจริงๆ!” โม่วู๋เตาที่แอบดูหลิงหยุนกันเฉิงเม่ยเฟิงมาตลอดนั้นได้แต่ร้องอุทานออกมาด้วยความชื่นชม! “หญิงสาวผู้นั้นเหมาะสมแล้วที่หลิงหยุนจะทำอะไรเช่นนี้เพื่อนาง..” ฉินตงเฉี่วยถึงกับถอนหายใจพร้อมกับพึมพำออกมาเรื่องราวของเฉิงเม่ยเฟิงและความรู้สึกของนางที่มีต่ออารามจิ้งซินเวลานี้ ทำให้ฉินตงเฉี่วยอดนึกถึงคำพูดของเย่ซิงเฉินไม่ได้ ตัวนางเองกลับไม่เด็ดเดี่ยวต่อสำนักดาบสวรรค์ได้เหมือนกับเฉิงเม่ยเฟิงในตอนนี้ “เฮ้อ..ข้าอยากจะไปบอกพี่เม่ยเฟิงด้วยตัวเองจังเลยว่า ผู้ชายที่อยู่ต่อหน้านางเวลานี้ก็คือพี่หลิงหยุน…” ไป๋เซียนเอ๋อพูดขึ้นด้วยดวงตาแดงก่ำใบหน้าของเธอบูดบึ้งบ่งบอกว่าไม่มีความสุขอย่างมาก เพราะนางเองก็อยู่กับคนทั้งคู่มาโดยตลอด จึงรู้เรื่องราวระหว่างทั้งสองคนเป็นอย่างดี “คุณชายหลิงเป็นเซียนหรืออย่างไรกัน!” แม้แต่หวังชงเซียวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็อดทึ่งไม่ได้เช่นกันแต่ครั้งนี้เขาไม่ได้นึกอัศจรรย์ใจในความสามารถหรือความแข็งแกร่งของหลิงหยุนแต่อย่างใด เขานึกทึ่งในความมุ่งมั่นของหลิงหยุนที่ตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างต่างหาก หลังชงเซียวได้แต่ส่ายหน้าไปมาพร้อมรำพึงรำพันกับตัวเอง “นับว่าข้าเลือกติดตามคนไม่ผิดจริงๆ!” โม่วู๋เตาหันไปพูดกับตี้เสี่ยวอู๋“นี่เจ้าท่อนไม้ หลิงหยุนมีเรื่องน่าประทับใจเช่นนี้เหตุใดข้าจึงไม่ล่วงรู้มาก่อน” ตี้เสี่ยวอู๋ทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายก่อนจะตอบกลับไปอย่างหมดความอดทน“ยังมีเรื่องของพี่หยุนอีกมากมายที่เจ้าไม่รู้!” ตี้เสี่ยวอู๋หาใช่คนที่มีความอดทนเช่นหลิงหยุนหากไม่ใช่เพราะคำสั่งของหลิงหยุนแล้วล่ะก็ เขาคงจะกระโดดไปยืนตรงหน้าเฉิงเม่ยเฟิง แล้วบอกเล่าความจริงทั้งหมดให้นางฟังเป็นแน่! ความอดกลั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก! และในเวลานั้นเองเครื่องมือสื่อสารของฉินตงเฉี่วยก็สั่นนางได้รับข้อความจากเย่ซิงเฉิน หลังจากเปิดออกอ่านจึงร้องบอกทุกคนว่า “ซิงเฉินแจ้งมาว่าการประมูลจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมด้วย!” ในเมื่อหลิงหยุนย้ำนักย้ำหนาว่าเขาต้องการมอบของขวัญชิ้นใหญ่เพื่อทำให้เฉิงเม่ยเฟิงประหลาดใจ ฉินตงเฉี่วยจึงอยากเห็นความปรารถนาของเขาเป็นจริง! …………เมื่อหลิงหยุนกับเฉิงเม่ยเฟิงกลับเข้าไปภายในหุบเขาทั้งคู่ก็พบว่ามีการจุดคบไฟขึ้นในบริเวณนั้นมากมายเป็นวงกว้างกว่าหนึ่งกิโลเมตร แล้วก็มีเสียงพูดคุยดังขึ้นเป็นครั้งคราวในเวลานั้นยอดฝีมือกว่าหกร้อยคนก็ได้มารวมตัวกันอยู่ที่หุบเขาหลงเฟยแล้ว ทุกคนต่างก็เป็นชาวยุทธที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ และส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในด่านสุดท้ายขั้นเซียงเทียน มีราวสี่สิบคนเท่านั้นที่อยู่ในขั้นพลังเหนือธรรมชาติหลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกครอบคลุมทั่วทั้งหุบเขาแห่งนี้ควบคู่กับการใช้วิชาเคลื่อนย้ายธาตุ ภายใต้จิตหยั่งรู้ของเขานั้น มียอดฝีมือที่เขาคุ้นหน้าอยู่หลายคนเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเส้าหลินบู๊ตึ๊ง สำนักกระบี่เทวะ สำนักหมัดเทวะ ทวนตระกูลเล่ย…แต่ยอดฝีมือขั้นสูงสุดในเวลานี้ดูเหมือนจะเป็นระดับสามขั้นพลังเหนือธรรมชาติเท่านั้นเห็นได้ชัดว่ายอดฝีมือที่ล้ำเลิศจริงยังไม่ปรากฏตัว!‘หึ..คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอสหายเก่าที่นี่ ดูท่าคงจะเลี่ยงไม่ได้อีกแล้วสินะ..’หลิงหยุนได้แต่แอบถอนหายใจเวลานี้เขาไม่ได้ใช้พลังของตนทำการเปลี่ยนรูปลักษณ์ หากยอดฝีมือเหล่านั้นพบเห็นเข้า ย่อมต้องสามารถจดจำได้ทันที!“น้องหลี่เฉินเหตุใดจึงออกไปนานเช่นนี้ พวกเจ้าสองคนออกไปทำอะไรกัน”ทันทีที่เห็นเฉิงเม่ยเฟิงกับหลิงหยุนเดินกลับมาพร้อมกันศิษย์พี่หลี่ซื่อก็รีบเอ่ยถามด้วยความสงสัยหลังจากที่หลี่ซื่อกลับจากการออกไปสืบเรื่องการประมูลนางจึงได้รู้ว่าเฉิงเม่ยเฟิงพาหลิงหยุนออกไปพูดคุยข้างนอก เพื่อช่วยให้เขาได้ฟื้นคืนความได้จำเร็วขึ้น ในใจก็เริ่มกระวนกระวาย และหากไม่ใช่เพราะหลี่สุ่ยกับคนอื่นๆห้ามไว้แล้วล่ะก็ นางจะต้องออกไปตามหาเฉิงเม่ยเฟิงกับหลิงหยุนเป็นแน่นางหาได้เป็นห่วงเฉิงเม่ยเฟิงไม่แต่นางเป็นห่วงว่าหลิงหยุนจะฟื้นคืนความทรงจำได้เร็วกว่าที่คิดไว้ต่างหาก เพราะหลิงหยุนเป็นผู้ที่สามารถทำให้จิตใจของเฉิงเม่ยเฟิงหวั่นไหวได้ เขาจึงสำคักญกับหลี่ซื่อมาก!“ข้าพาเด็กหนุ่มผู้นี้ออกไปเดินเล่นพูดคุยเพื่อช่วยเขาฟื้นความทรงจำแต่พูดคุยถามรายละเอียดมากเกินไปหน่อย จึงได้กลับมาล่าช้าเช่นนี้!”เฉิงเม่ยเฟิงอธิบายให้หลี่ซื่อฟังเพียงสั้นๆแค่นั้นแต่ครั้งนี้นางไม่แม้แต่จะเรียกหลี่ซื่อว่าศิษย์พี่เหมือนเช่นเคย หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากหลิงหยุน เวลานี้เพียงแค่ได้ยินหลี่ซื่อเรียกตนว่า ‘หลี่เฉิน’ เฉิงเม่ยเฟิงก็นึกรังเกียจและสะอิดสะเอียนกับชื่อนี้ยิ่งนัก!อารามจิ้งซินอย่างนั้นรึ!จิ้งซินแปลว่าจิตใจที่ใสสะอาด แต่ชื่อนี้ไม่เหมาะกับอารามแห่งนี้เลย ควรจะชื่อว่าอารามไร้เมตตาทำลายคนบริสุทธิ์เสียมากกว่าระหว่างนั้นหลี่ซื่อก็แอบสังเกตดูขั้นพลังของเฉิงเม่ยเฟิงและพบว่าเวลานี้ขั้นของนางกลับมาอยู่ที่ระดับเริ่มต้นของขั้นเซียงเทียน-6นี่นับเป็นครั้งแรกที่ที่ขั้นของเฉิงเม่ยเฟิงตกลงจากระดับสูงสุดมาสู่ระดับเริ่มต้นการฝึกฝนกำลังภายในก็ไม่ต่างจากการพายเรือนั่นล่ะ มีนิ่งอยู่กับที่บ้าง และมีถดถอยได้บ้าง และการที่กำลังภายในของเฉิงเม่ยเฟิงถดถอยเช่นนี้ ก็ยากนักที่จะฟื้นคืนกลับไปที่จุดเดิมในเวลาอันรวดเร็ว หลี่ซื่อดูสีหน้ามีความสุขยิ่งนักนางแสร้งทำเป็นถามออกไปด้วยความเป็นห่วง“อ่อ.. แล้วประสกผู้นี้เป็นเช่นใดบ้าง ความทรงจำของเขาฟื้นคืนกลับมาบ้างหรือยัง?”เฉิงเม่ยเฟิงตอบกลับไปทันที“เขาพอจดจำอะไรได้บ้างแล้ว แต่สิ่งที่จำได้ล้วนไร้ประโยชน์ อย่างเช่นงานอดิเรกที่ชื่นชอบ.. แต่กลับยังไม่สามารถจดจำชื่อของตัวเองได้..”��