ตอนที่ 858
บทที่ 1288 : รนหาที่ตาย!
October 22, 2026
ในขณะที่หลิงหยุนยังคงสงบนิ่งไม่เปลี่ยนแต่เฉิงเม่ยเฟิงกลับมีสีหน้ากระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของแม่ชีมี่ยู่! เพราะหากแม่ชีมี่ยู่หาคนส่งหลิงหยุนออกไปนอกหุบเขาได้จริงแผนการทั้งหมดของเฉิงเม่ยเฟิงที่วางไว้ก็ต้องเป็นอันล้มเหลว! เป็นที่แน่ชัดว่าเมื่อกลุ่มของแม่ชีมี่ยู่มาถึงที่นี่แล้วเฉิงเม่ยเฟิงจะต้องอยู่กับกลุ่มเม่ชีนี้จนกว่าจะเสร็จสิ้นงานชุนุมชาวยุทธในวันพรุ่งนี้ แม้แต่จะปลีกตัวไปคลุกคลีอยู่กับบรรดาศิษย์รุ่นเดียวกันก็ยังทำไม่ได้ จึงแทบไม่ต้องพูดถึงหลิงหยุน ตอนนี้นางยังคงไม่รู้ทั้งชื่อและข้อมูลสำหรับติดต่อของเด็กหนุ่มผู้นี้หากเขาถูกผู้อื่นส่งออกนอกหุบเขาไป การจะตามหาเด็กหนุ่มผู้นี้ให้พบอีกครั้ง ก็จะยากเสียยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร หากเป็นเช่นนี้จริงก็จะเหลืออีกเพียงแค่หนทางเดียวเท่านั้นคือ หลังจากคืนพรุ่งนี้นางจะต้องหาทางหนีออกจากการควบคุมของอารามจิ้งซิน แล้วกลับไปที่เมืองจิงฉู หรือไม่ก็กลับไปปักกิ่งเพื่อไปตามหาหลิงหยุนที่มหาวิทยาลัยหยานจิง นางจึงจะมีโอกาสได้พบเจอหลิงหยุนได้! แต่หากเกิดการต่อสู้กันขึ้นเฉิงเม่ยเฟิงก็อาจอาศัยโอกาสที่ประมือกันนี้สังหารแม่ชีมี่ยู่เพื่อเป็นการล้างแค้นได้ แต่เวลานี้มีแม่ชีอาวุโสของอารามจิ้งซินอยู่อีกมากมายหลายคน อีกทั้งมี่เจียวซือไท่เองก็กำลังจะตามมาสมทบ ด้วยความแข็งแกร่งของนางเวลานี้ไม่มีทางที่จะสามารถหลบหนีออกไปได้แน่ ครั้งนี้ยอดฝีมือระดับสูงของอารามจิ้งซินยี่สิบกว่าคน ต่างก็ลงเขามาเพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมชาวยุทธในครั้งนี้ ด้วยขั้นพลังของเฉิงเม่ยเฟิงเวลานี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถเอาชนะแม่ชีมี่เจียวและอาวุโสคนอื่นที่อยู่ในขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้ เฉิงเม่ยเฟิงมองไม่เห็นโอกาสที่จะหลบหนีได้เลยด้วยซ้ำ แต่ในระหว่างที่เฉิงเม่ยเฟิงกระวนกระวายใจอยู่นั้นนางกลับไม่รู้เลยว่าเด็กหนุ่มที่นางคิดว่าไร้ซึ่งวรยุทธผู้นี้ แท้ที่จริงก็คือหลิงหยุน และเขาก็ได้เตรียมการทุกอย่างไว้เพื่อที่จะนำตัวนางกลับไปอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เฉิงเม่ยเฟิงจึงรีบร้องตะโกนตอบกลับไปว่า“ไม่ได้! เด็กหนุ่มผู้นี้สูญเสียความทรงจำเพราะข้าเป็นเหตุ ข้าเป็นผู้ที่พาเขามายังหุบเขาหลงเฟยด้วย จะปล่อยเขาทิ้งขว้างๆได้อย่างไรกัน และหากท่านอาจารย์ให้ผู้อื่นส่งเขาออกจากหุบเขาแทนข้าทั้งที่เขายังไม่สามารถจดจำอะไรได้เช่นนี้ ไม่เท่ากับข้าทำร้ายเขาทางอ้อมงั้นรึ?!” ระหว่างที่โต้เถียงกับแม่ชีมี่ยู่นั้นเฉิงเม่ยเฟิงก็หันไปมองหลิงหยุนอย่างเปิดเผย เพื่อหวังให้เขาแสร้งทำเป็นโอดครวญร่วมมือกับนาง เพื่อให้แม่ชีมี่ยู่อนุญาตให้นางเป็นผู้ส่งเขาลงจากหุบเขา เวลานี้ความหวังในการหลบหนีออกจากอารามจิ้งซินของเฉิงเม่ยเฟิงนั้นฝากไว้ที่เด็กหนุ่มตรงหน้าเฉิงเม่ยเฟิงได้แต่คิดว่าขอเพียงแค่ได้เห็นหน้าหลิงหยุนอีกครั้งแม้นต้องตายก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนกลับทำสีหน้านิ่งเรียบไม่รับรู้เขาจ้องมองแม่ชีมี่ยู่พร้อมกับยิ้มออกมา ราวกับจะบอกว่าแม่ชีมี่ยู่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่! หลิงหยุนคร้านที่จะใส่ใจกับแม่ชีมี่ยู่ผู้ที่เปรียบเสมือนร่างไร้วิญญาณในสายตาของเขาแล้ว.. ไอรีนโนเวล “หลี่เฉินเจ้าจะไปไม่ได้ เจ้าต้องอยู่ที่นี่!” แม่ชีมี่ยู่ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นพร้อมกับจ้องมองเฉิงเม่ยเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง“หลี่เฉิน ตั้งแต่เจ้าลงจากเขามา ดูเหมือนเจ้าจะทำผิดกฏของสำนักหลายข้อ คำพูดของอาจารย์เจ้ายังกล้าขัดขืนเช่นนี้! ไม่เท่ากับเห็นกฏของสำนักไม่มีความหมายหรอกรึ” “หึ..เจ้าอย่าได้คิดว่าเป็นศิษย์คนโปรดของเจ้าสำนักแล้วจะประพฤติตนเช่นใดก็ได้และข้าไม่มีศิษย์สั่งสอนเจ้า อย่าลืมว่าเจ้ายังคงเป็นศิษย์ของข้าอยู่!” “แล้วก็อย่าได้ทะนงว่าตนเองมีพรสวรรค์ที่ล้ำเลิศและโอสถหลงหู่ที่เจ้าเพิ่งกลืนเข้าไปเมื่อคืนนี้ได้ช่วยให้เจ้าเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-6 ก็จริง แต่อย่าคิดว่าจะสามารถเอาชนะข้าได้..”“หลี่เฉินเจ้าอย่าได้คิดว่าข้าไม่รู้อะไร ตลอดระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมานั้น เจ้าโกรธแค้นข้ามาโดยตลอดที่บังคับให้เจ้ากลืนโอสถไร้ใจในครั้งนั้น และไม่เคยเคารพนับถือข้าเลยแม้แต่น้อย!”เป็นเพราะการปรากฏตัวโดยบังเอิญของเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้ความขัดแย้งระหว่างเฉิงเม่ยเฟิงกับแม่ชีมี่ยู่ที่เก็บเอาไว้ภายในใจเป็นเวลานาน ได้ระเบิดออกมาในที่สุด!“หลี่เฉินเจ้าเป็นศิษย์ของอารามจิ้งซิน แต่กลับห่วงใยในตัวเด็กหนุ่มผู้นี้จนเกินงาม เจ้ารู้หรือไม่ว่าการกระทำของเจ้านั้นขัดแย้งกับกฏของสำนัก อีกทั้งยังสร้างความเสื่อมเสียให้กับอารามจิ้งซิงด้วย!”สายตาของแม่ชีมี่ยู่จับจ้องอยู่ที่ร่างของเฉิงเม่ยเฟิงพร้อมกับร้องตะโกนตำหนินางอย่างไม่พอใจ และพร่างพรูคำพูดต่างๆออกมาไม่หยุด แต่แล้วจู่ๆ แม่ชีมี่ยู่ก็ถึงกับต้องนิ่งอึ้งไป! ก่อนจะร้องอุทานออกมาว่า“ห๊ะ..ระดับเริ่มต้นขั้นเซียงเทียน-6 งั้นรึ นี่เจ้า.. จู่ๆพลังของเจ้าตกลงเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?!”แม้แม่ชีมี่ยู่จะมีพรสวรรค์ที่ด้อยกว่าเฉิงเม่ยเฟิงและเวลานี้นางก็อยู่ในระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-5 เท่านั้น แต่เป็นเพราะนางฝึกวิชาไร้ใจมานาน จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับพลังปราณที่ฝึกด้วยวิชานี้มาก จึงสามารถมองออกว่าขั้นพลังของนางได้ตกลงจากเดิม“ศิษย์พี่สองศิษย์พี่ห้า ศิษย์พี่เจ็ด.. พวกท่าน.. พวกท่านเห็นเช่นข้าหรือไม่ว่าพลังปราณของหลี่เฉินได้ตกต่ำลง!”หลังจากที่แม่ชีมี่ยู่ร้องตะโกนถามออกไปเพื่อให้มั่นใจนั้นนางก็สังเกตเห็นแววตาของศิษย์พี่ที่เต็มไปด้วยความผิดหวังศิษย์พี่สองของนางเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นว่า“พลังปราณของนางตกลงจริงๆ เพียงแค่วันเดียวพลังปราณของหลี่เฉินตกลงมาถึงสองขั้นอยู่ในระดับเริ่มต้นเชียวรึ”“เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!ไม่น่าจะเป็นไปได้! เมื่อคืนหลี่เฉินเพิ่งจะกลืนโอสถหลงหู่ไป ท่านเจ้าสำนักเคยบอกว่าอย่างต่ำอีกหกเดือนนางก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-7 ได้แล้ว แล้วนี่..”แม่ชีมี่ยู่เริ่มตระหนกตกใจเพราะการที่เฉิงเม่ยเฟิงนับเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์มากผู้หนึ่ง ทำให้ตัวนางเองมีโอกาสได้ทรัพยากรสำหรับฝึกฝนมากขึ้นเด้วยเช่นกัน และหากไม่มีเฉิงเม่ยเฟิง ลำพังเพียงแค่พรสวรรค์ของนางเอง ป่านนี้นางก็ยังคงอยู่ในขั้นเซียงเทียน-2 เท่านั้นหลี่ซื่อซึ่งอยู่ใกล้ๆได้เห็นแววตาผิดวหวังของเหล่าอาจารย์ ก็ถึงกับจิตใจลิงเโลดด้วยความสุข นางรู้ว่าเฉิงเม่ยเฟิงหมดคุณสมบัติที่จะได้เป็นเจ้าสำนักคนต่อไปแน่!“หลี่เฉิน!”แม่ชีมี่ยู่ร้องตะโกนออกมาด้วยความเดือดดาล“เจ้าพูดมาว่าเกิดอะไรขึ้น”แม่ชีมี่ยู่รู้ได้ทันทีว่าเหตุผลเดียวที่จะมีอิทธิพลต่อการฝึกวิชาไร้ใจจนทำให้พลังปราณของเฉิงเม่ยเฟิงตกต่ำได้ถึงเพียงนี้ หากไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของโอสถไร้ใจที่นางกลืนเข้าไปหมดอานุภาพ ก็ต้องเป็นชายหนุ่มคนใหม่ที่มีผลต่อจิตใจของนาง