ตอนที่ 859
บทที่ 1289 : โชคช่วย!
October 22, 2026
ศิษย์พี่สองผู้นี้นามว่ามี่หลินอยู่ในขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับสอง และเป็นหนึ่งในศิษย์อาวุโสของอารามจิ้งซิน ฐานะของนางในสำนักจึงนับว่าสูงส่งไม่น้อย นางสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นนานแล้วเพียงแต่ยังไม่เอ่ยปากพูดออกมา นางสังเกตเห็นเฉิงเม่ยเฟิงกำศิลาก้อนนั้นไว้ในมือแน่น สีหน้าและน้ำเสียงที่พูดออกมาก็สงบนิ่งอย่างน่าสังสัย “ค่ะอาจาย์น้า” ที่นี่แม่ชีมี่หลินนับว่าอาวุโสที่สุดแล้วเฉิงเม่ยเฟิงจึงไม่กล้าขัดคำสั่งนาง และได้มอบศิลาในมือให้กับแม่ชีมี่หลินทันที แม่ชีมี่หลินรับศิลามาถือไว้และสัมผัสได้ถึงความหนักที่ผิดปกติของมัน อีกทั้งความเย็นที่แผ่นซ่านไปทั่วทั้งฝ่ามือทำให้จิตใจของนางสงบนิ่งดั่งน้ำใส “ที่แท้หินก้อนนี้ก็คือศิลาเกลาใจ!” ความรู้ของแม่ชีมี่หลินนับว่าเหนือกว่าแม่ชีคนอื่นๆในที่นี้มากทันทีที่นางสัมผัสหินก้อนนี้ ก็สามารถบอกได้ถูกต้องทันทีว่ามันคือศิลาเกลาใจ! “หลี่เฉินบอกอาจารย์มาว่าเจ้าได้ศิลาก้อนนี้มาอย่างไร” เฉิงเม่ยเฟิงได้ฟังถึงกับนึกประหลาดใจและถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่งแต่แล้วก็ตอบแม่ชีมี่หลินไปตามความจริง “ตอบท่านอาจารย์น้าน้องชายผู้นี้เก็บได้ และได้มอบให้แก่ศิษย์!” สายตาทุกคู่ของเหล่าแม่ชีจากอารามจิ้งซินต่างก็หันขวับไปทางหลิงหยุนพร้อมๆกัน แม่ชีมี่หลินเดินถือศิลาเกลาใจผ่านหน้าเฉิงเม่ยเฟิงเข้าไปหาหลิงหยุนทันที“ประสกน้อย เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้าได้ศิลาก้อนนี้มาจากที่ใด และได้มาอย่างไร?” “จากตรงนั้น!” หลิงหยุนตอบพร้อมกับชี้ไปทางที่เขาแสร้งหยิบมันขึ้นมาในใจได้แต่นึกขันอย่างสนุกสนาน แม่ชีมี่หลินหันเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจไปยังทิศทางที่หลิงหยุนชี้แล้วจึงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ “แล้วเจ้าไปทำอะไรที่นั่น” หลิงหยุนตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ข้าไปทำธุระน่ะสิ.. ฉี่ไง!!” ทันทีที่หลิงหยุนพูดออกไปสีหน้าของเหล่าแม่ชีก็พลันเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วน เพราะหลิงหยุนพูดจาตรงไปตรงมามากจนเกินไป พวกนางถึงกับรีบเมินหน้าหนี “แล้วเหตุใดเจ้าจึงต้องมอบศิลาก้อนนี้ให้กับหลี่เฉินด้วยเหตุใดเจ้าจึงไม่เก็บไว้เอง?” แม่ชีมี่หลินถามหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งนางจ้องลึกลงไปในดวงตาของหลิงหยุนราวกับว่ากำลังที่จะจับพิรุธอะไรบางอย่าง “ไม่มีเหตุผล!ข้าพบมันเข้า ก็เลยนึกถึงพี่สาวคนสวย จึงอยากมอบให้นางเป็นของขวัญ ก็เท่านั้นเอง..” หลิงหยุนตอบคำถามของแม่ชีมี่หลินกลับไปอย่างไม่ใส่ใจนักและจงใจพูดจายั่วยวนแม่ชีมี่ยู่หลิงหยุนรู้ดีว่าศิลากลั่นวิญญาณนี้นับเป็นศัตรูของโอสถไร้ใจและวิชาไร้ใจของอารามจิ้งซิน ที่มุ่งให้ผู้ที่กลืนโอสถและฝึกวิชาลืมเลือนชายที่ตนรัก และเรื่องราวความรักทั้งหมดบนโลกใบนี้แต่อานุภาพของศิลากลั่นวิญญาณนี้กลับช่วยปลุกให้จิตใจของคนผู้นั้นตื่นขึ้น และฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ใสสว่างกลับเป็นปกติ เช่นนี้แล้วจะไม่เรียกว่าเป็นศัตรูได้อย่างไรกัน!และหากหลิงหยุนนำศิลากลั่นวิญญาณที่หนักร้อยกว่ากิโลกรัมไปตั้งกลางอารามจิ้งซินอารามจิ้งซินไม่ต้องปิดสำนักไปเลยอย่างนั้นรึแต่แล้วจู่ๆแม่ชีมี่หลินก็พุ่งเข้าไปคว้าข้อมือของหลิงหยุนไว้และเริ่มทดสอบว่าหลิงหยุนไม่มีวรยุทธจริงหรือไม่ความจริงแล้วนางเองก็ได้ใช้จิตหยั่งรู้ของตนสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่นานแล้วแต่กำลับไม่สามารถตรวจพบพลังปราณพวยพุ่งออกมาเลยแม้แต่น้อย นางเห็นเขาเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลามากเท่านั้น!แต่เมื่อพบเห็นศิลาเกลาใจเช่นนี้นางกลับยิ่งสงสัยในตัวเด็กหนุ่มมากขึ้น จึงต้องการที่จะพิสูจน์ด้วยตนเองอีกครั้ง..หลิงหยุนกลับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนไม่หลบหนี และปล่อยให้นางสำรวจได้ตามใจชอบระหว่างนั้นหลิงหยุนก็ได้รวบรวมพลังปราณทั้งหมดทั่วร่างของตนเข้าไปเก็บไว้ในจุดตันเถียนที่น่าอัศจรรย์ของตน ด้วยวิธีนี้อย่าว่าแต่แม่ชีมี่หลินที่อยู่ในขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับสองเลย ต่อให้เป็นโจวเหวินอี้ก็ยังยากที่จะตรวจพบพลังปราณในร่างกายของเขาได้แต่ต่อให้อีกฝ่ายตรวจพลังปราณของเขาจริงเขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่น และพร้อมที่จะประมือกับบรรดาแม่ชีของอารามจิ้งซินทันที!“ประสกน้อยช่างมีร่างกายที่วิเศษนักเป็นร่างกายที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ล้ำเลิศมากทีเดียว!”หลังจากนั้นแม่ชีมี่หลินก็ปล่อยข้อมมือหลิงหยุนพร้อมกับส่ายหน้าไปมา“น่าเสียดาย.. น่าเสียดายยิ่งนัก..”ที่นางบ่นเสียดายนั้นเพราะหลิงหยุนเป็นบุรุษในความเห็นของนางนั้น หากเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ฝึกวรยุทธและกำลังภายใน ความก้าวหน้าของเขาจะรวดเร็วอย่างน่าทึ่งมากทีเดียว!“อ่อ..เพื่อนข้าเองก็บอกกับข้าแบบนี้เช่นเดียวกัน!”หลิงหยุนแสร้งทำสีหน้าภูมิอกภูมิใจและคำพูดของเขาประโยคนี้ก็ทำให้เฉิงเม่ยเฟิงถึงกับกังวลจนเหงื่อตก นางเกรงว่าเด็กหนุ่มจะหลุดพูดชื่อหลิงหยุนออกมานั่นเอง เพราะหากเป็นเช่นนั้นทุกอย่างก็จะต้องจบสิ้นทันที! “หากเจ้ามีโอกาสเช่นนั้นก็ดี..”หลังจากที่แม่ชีมี่หลินสำรวจด้วยตัวเองจนมั่นใจแล้วในที่สุดนางก็เอ่ยออกมาว่า “เขาไม่มีวรยุทธจริงๆ!”เวลานี้แม่ชีมี่หลินเชื่อแล้วว่าหลิงหยุนบังเอิญเก็บศิลาก้อนนี้ได้ในระหว่างที่ไปทำธุระส่วนตัวจริงๆนางได้แต่แอบคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ช่างโชคดีอย่างที่สุด!เด็กหนุ่มผู้นี้มีร่างกายที่วิเศษมีพรสวรรค์ที่ล้ำเลิศ และมีโชคที่ยิ่งใหญ่ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีวรยุทธ!ระหว่างนั้นหลิงหยุนก็ได้แต่นึกเย้ยหยันอยู่ในใจ‘หึ คิดจะสำรวจพลังปราณของข้า เจ้ายังอ่อนด้อยนัก!’“ปัญหาของหลี่เฉินไม่ได้อยู่ที่เด็กหนุ่มผู้นี้แต่เป็นเพราะศิลาก้อนนี้ต่างหาก..” แม่ชีมี่หลินหันไปพูดับศิษย์น้องมี่ยู่