ตอนที่ 860
บทที่ 1290 : การต่อสู้ของสามตระกูลเพิ่งเริ่มต้นขึ้น!
October 22, 2026
ในคืนนี้หลิงหยุนได้วางแผนที่จะทำตัวเป็นหมูเพื่อหลอกกินเสือและเพื่อมอบของขวัญสร้างความตื่นเต้นให้กับเฉิงเม่ยเฟิง เพื่อหวังทลายกำแพรงระหว่างพวกเขาทั้งสอง ดังนั้นหากไม่จำเป็นหลิงหยุนไม่มีทางที่จะเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตนก่อนเป็นแน่ ในสถานการณ์เช่นนี้หากฐานะของหลิงหยุนถูกเปิดเผย เขาก็จะตกเป็นเป้าของผู้คนในที่นี้ทันที และหากไม่สามารถจัดการแก้ไขสถานการณ์ได้ดีเท่าที่ควร ก็คงจะนำไปสู่การต่อสู้ก่อนงานชุมนุมในวันพรุ่งนี้จะเริ่มต้นขึ้น แน่นอนว่าหลิงหยุนไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวงานชุมนุมที่จัดขึ้นเพื่อปราบปรามพรรคมารในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อยแต่จุดประสงค์ของเขาก็เพื่อรอโอกาสให้ศัตรูทั้งหมดเข้ามาอยู่ในงานชุมนุมกันพร้อมหน้าเสียก่อน แล้วจึงค่อยลงมือต่างหาก.. แต่เวลานี้ยอดฝีมือสูงสุดยังอยู่เพียงแค่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับสามเท่านั้นและทั้งหมดดูเหมือนจะมาเพื่อร่วมงานประมูลเท่านั้น ศัตรูที่แข็งแกร่งจริงๆของหลิงหยุนจึงนับว่ายังไม่ปรากฏตัวออกมา หากชิงลงมือก่อนเช่นนี้ ไม่เท่ากับเป็นการฆ่าหอยฆ่าปูหรอกรึ เขาจำเป็นต้องรอคอยให้ปลาใหญ่อย่างแท้จริงเข้ามาติดเบ็ดเสียก่อน อย่างเช่นระดับอาวุโสของอารามจิ้งซินเขาหลงหู่ สำนักดาบสวรรค์ และอีกมากมายรวมทั้งยอดฝีมือระดับสูงของตระกูลหลงกับตระกูลเย่ ทั้งหมดนี้ยังไม่ปรากฏตัวแม้แต่คนเดียว ด้วยเหตุนี้หลิงหยุนจึงอยากจะอยู่นิ่งๆที่สุดเท่าที่จะทำได้มากกว่า เพื่อรอคอยให้ถึงคืนวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันชุมนุมชาวยุทธ และในคืนนั้นเขาจะลงมือสังหารยอดฝีมือระดับสูงของสำนักและตระกูลต่างๆ หลังจากที่แม่ชีมี่ยู่ห้ามหลิงหยุนแล้วนางก็คร้านที่จะสนใจเขาอีก และรีบกระโดดเข้าไปรวมกลุ่มกับเหล่าแม่ชีจากอารามจิ้งซินทันที แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเองจู่ๆเฉิงเม่ยเฟิงก็หยุดเดินและหันหลังมาพูดกับหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด “น้องชายพรุ่งนี้ข้าคงไม่สามารถส่งเจ้าออกจากหุบเขาด้วยตัวเองได้ หากเจ้าไม่กลัวการเดินทางในยามค่ำคืน เจ้าก็สามารถไปจากที่นี่ในคืนนี้ได้เลย แต่หากเจ้าจะรอจนถึงพรุ่งนี้ค่อยออกไปจากที่นี่ ก็อยู่ตรงนี้อย่าเที่ยวเดินเพ่นพ่าน..” เฉิงเม่ยเฟิงยังมีบางสิ่งบางอย่างต้องการบอกหลิงหยุนแต่ด้วยสีหน้าท่าทางของแม่ชีมี่ยู่และคนอื่นๆ นางรู้ดีว่านับจากนี้ไปนางคงไม่มีโอกาสที่จะอยู่ตามลำพังกับเด็กหนุ่มผู้นี้อีกแล้ว และหากนางยังยืนกรานที่จะไปส่งเด็กหนุ่มด้วยตัวเอง ไม่เพียงจะยิ่งสร้างความสงสัยแคลงใจให้กับคนของอารามจิ้งซิน แต่ยังจะยิ่งเป็นอันตรายต่อตัวนางเองกับเด็กหนุ่มคนนี้ด้วย เด็กหนุ่มผู้นี้คือความหวังของนางเวลานี้เหล่าชาวยุทธต่างก็กำลังสนใจการประมูล หากเด็กหนุ่มจะฉวยโอกาสออกไปจากหุบเขาแห่งนี้ได้อย่างปลอดภัย หลังจากที่ความทรงจำของเขาฟื้นคืนมาได้ เขาก็จะต้องไปพบหลิงหยุนและบอกเล่าเรื่องของนางให้หลิงหยุนรู้ และเพียงแค่นั้นนางก็ตายตาหลับแล้ว หลังจากที่เฉิงเม่ยเฟิงบอกกับเด็กหนุ่มไปนางก็หวังว่าเขาจะเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของนาง เพราะเขาดูเป็นคนเฉลียวฉลาด และอยู่ต่อหน้าเหล่าอาวุโสของอารามจิ้งซินเฉิงเม่ยเฟิงจึงไม่กล้าแม้แต่จะพูดผ่านทางกระแสจิตกับหลิงหยุน เพราะเกรงว่าจะถูกแม่ชีมี่หลินและอาวุโสคนอื่นๆจับได้เสียก่อน หลิงหยุนได้แต่หัวเราะเสียงดังและตอบกลับไปว่า“ฮ่า ฮ่า.. พี่สาวคนสวย เจ้าอย่าได้เป็นห่วงข้าไปเลย แสงจันทร์และขุนเขาไม่อาจสร้างความหวาดกลัวให้ข้าได้ ข้าลาก่อน!” จากนั้นหลิงหยุนก็โบกมือร่ำลาเฉิงเม่ยเฟิง“ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแล้ว ข้ามีที่ที่ข้าต้องการจะไป พี่สาวคนสวย ข้าไปก่อนล่ะ พวกเราจะต้องได้พบกันอีกแน่!” ทันทีที่พูดจบหลิงหยุนก็หันหลังเดินตรงไปตามเส้นทางที่มุ่งหน้าออกจากหุบเขาแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ระหว่างที่มองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ค่อยๆห่างไกลออกไปหัวใจของเฉิงเม่ยเฟิงก็เจ็บปวดราวกับถูกค้อนหนักฟาดลงมา นางรู้ดีว่าตลอดเส้นทางจากที่หุบเขาแห่งนี้ไปถึงยอดเขาเทียนเหมินซานนั้นทั้งยาวและอันตราย กว่าที่เด็กหนุ่มจะเดินลงไปถึงตีนเขาก็เป็นระยะทางที่ยาวกว่ายี่สิบกิโลเมตรเลยทีเดียว อีกทั้งตลอดเส้นทางลงเขานั้นยังมีทั้งสัตว์ร้ายและเหล่าชาวยุทธยังคงเดินทางขึ้นมาที่นี่อยู่เรื่อยๆ เส้นทางนี้จึงนับว่าอันตรายต่อเด็กหนุ่มไม่น้อยแต่ถึงกระนั้นเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ยังเดินจากไปอย่างไม่ลังเลทำให้เฉิงเม่ยเฟิงรู้ว่าเขาเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของนางจริงๆ เขาต้องการไปหาหลิงหยุน และให้เขากลับมาช่วยนางเฉิงเม่ยเฟิงรู้สึกเป็นห่วงเด็กหนุ่มอย่างมากแต่กลับรู้สึกเสียใจมากยิ่งกว่า!“เหตุใดเจ้าจึงหันหลังกลับไปโดยไม่ลังเลเช่นนี้”เมื่อพบว่าตนเองรู้สึกผิดหวังที่เด็กหนุ่มหันหลังจากไปอย่างไม่ลังเลเช่นนั้นเฉิงเม่ยเฟิงก็ถึงกับสับสนในตัวเอง และไม่อาจคิดหาเหตุผลได้ว่าเพราะเหตุใดนางจึงรู้สึกใกล้ชิดกับเด็กหนุ่มผู้นี้มากแม้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะสำคัญกับนางมากแต่ความรู้สึกผิดหวังที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นั้นก็ไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้ มันเป็นความรู้สึกพิเศษที่เกิดจากจิตใต้สำนึกของนาง“หลี่เฉินปล่อยให้เขาดูแลตัวเองไป เจ้าไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก ไปกันได้แล้ว!”แม่ชีมี่ยู่เห็นเด็กหนุ่มเดินจากไปแล้วแต่เฉิงเม่ยเฟิงกลับยังคงยืนจ้องมองนิ่งเช่นนั้น ก็นึกโมโหขึ้นมาทันที และสั่งให้นางเลิกสนใจเขาอีก“น้อมรับคำสั่งอาจารย์”เฉิงเม่ยเฟิงกดข่มความรู้สึกโกรธและเคียดแค้นภายในใจเอาไว้และกำลังรอคอยโอกาสที่จะสังหารแม่ชีมี่ยู่เป็นการแก้แค้น…….หลิงหยุนเดินออกไปไกลราวหนึ่งกิโลเตรร่างบอบบางเคลื่อนที่เบาราวกับภูติผีวิญญาณก็ได้เดินตามหลังเขามาอย่างเงียบๆ“ข้าไม่เป็นอะไร!”หลิงหยุนเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนเย่ซิงเฉินตอบกลับไปยิ้มๆ“ดวงตาแดงก่ำถึงเพียงนี้ เจ้ายังกล้าบอกว่าไม่เป็นอะไรอีกรึ”หลิงหยุนหยุดนิ่งทันทีแล้วหันหลังกลับไปมองเย่ซิงเฉิน “นี่เจ้าแอบดูอยู่ตลอดงั้นรึ”��