ตอนที่ 872
บทที่ 1302 : ปรับร่างกาย
October 22, 2026
ห้องนี้เป็นห้องสูทที่ตกแต่งด้วยโทนสีทองหลังจากที่เปิดไฟ ห้องทั้งห้องก็กลายเป็นสีทองระยิบระยับดูหรูหราราวกับปราสาทราชวังเลยทีเดียว “โอ๊ะ!” ทันทีที่ปิดประตูห้องหลิงหยุนก็คว้าร่างของเฉิงเม่ยเฟิงเข้าไปกอด เพียงแค่หมุนตัวไม่กี่รอบชุดคลุมสีเทาของเฉิงเม่ยเฟิงก็ร่วงหล่นไปกองอยู่กับพื้น เผยให้เห็นเรือนร่างงดงาม และผิวขาวนวลเนียนราวหิมะ รูปร่างที่สมส่วนของนางทำให้หลิงหยุนถึงกับยืนมองด้วยความตกตะลึง! เฉิงเม่ยเฟิงเพิ่งจะกลืนโอสถเยาว์วัยและโอสถโฉมสะคราญเข้าไปเวลานี้ผิวพรรณของนางจึงไม่แตกต่างจากเด็กสาวที่เพิ่งจะอายุสิบแปดปีเท่านั้น แต่เรือนร่างยังคงสมส่วนในแบบผู้ใหญ่ “ข้ารังเกียจชุดนี้นัก!” เฉิงเม่ยเฟิงบ่นพร้อมกับยกเท้าของตนขึ้นเตะชุดแม่ชีสีเทาที่กองอยู่ปลายเท้าออกไปทันที ต่อหน้าหลิงหยุนที่กำลังตกใจอยู่ในตอนนี้เฉิงเม่ยเฟิงไม่มีท่าทีเขินอายหรือเก้อเขินลังเลเลยแม้แต่น้อย การกระทำที่เปิดเผยเป็นธรรมชาตินั้น ทำให้หลิงหยุนยิ่งเห็นเรือนร่างของนางได้ชัดเจนทุกสัดส่วนมากขึ้น หลิงหยุนยกมือขึ้นเชยคางของเฉยเม่ยเฟิงไว้พร้อมกับพูดขึ้นว่า“ดูเหมือนภรรยาคนเดิมของข้าจะกลับมาแล้วสินะ!” “สามี..เจ้าช่วยข้าทำลายชุดแม่ชีนั่นทิ้งซะ ข้าไม่ต้องการเห็นมันอีกต่อไป!” เฉิงเม่ยเฟิงร้องบอกหลิงหยุนและไม่แม้แต่จะชายตามองชุดแม่ชีอีกเลย “ง่ายมาก!” ระหว่างที่พูดนั้นหลิงหยุนก็ใช้พลังจิตของตนเองส่งชุดแม่ชีและรองเท้าผ้าให้ลอยลงไปในถังขยะที่อยู่ภายในห้องทันที จากนั้นเขาก็เรียกยันต์เตโชระดับสามออกมาจากแหวนจักรวาล และซัดเข้าไปที่ถังขยะใบเดิมพร้อมกับร้องสั่งยันต์ให้ทำงาน เปลวไฟสีฟ้าเผาผลาญชุดแม่ชีและรองเท้าผ้าจนกลายเป็นเถ้าถ่านภายในพริบตาเดียวแต่ไม่เพียงเท่านั้น หลิงหยุนยังใช้พลังจิตของตนควบคุมถังขยะใบนั้นให้ลอยละลิ่วออกไปทางหน้าต่าง ก่อนจะตกลงไปกลางทะเลสาบด้านนอก และเวลานี้หลิงหยุนก็ได้กำจัดชุดแม่ชีของเฉิงเม่ยเฟิงจนไม่เหลือสิ่งใดให้รกหูรกตาของนางอีก เฉิงเม่ยเฟิงที่เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับยืนอ้าปากหวอด้วยความตกตะลึง แต่ในที่สุดก็เอ่ยชมออกมา “สามี..เดี๋ยวนี้เจ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวรึ!” หลิงหยุนหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขและอธิบายให้นางฟังว่า“นี่เป็นการใช้พลังจิต หรือจะเรียกว่าเป็นพลังส่วนหนึ่งของจิตหยั่งรู้ก็ได้!” เวลานี้หลิงหยุนเพิ่งจะเผาเสินหยวนไปเก้าหยดและต่อให้เขาไม่เผาเสินหยวนเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับหลิงหยุนเลย ไม่เช่นนั้นเขาคงจะไม่สามารถใช้กระบี่เหินเหาะไปไหนต่อไหนได้ ระหว่างที่อธิบายให้เฉิงเม่ยเฟิงฟังอยู่นั้นสายตาของหลิงหยุนก็กวาดไปทั่วเรือนร่างของนาง “สามีข้าจะไปอาบน้ำก่อน เจ้าจะเข้าไปอาบน้ำพร้อมกับข้าหรือไม่”“แน่นอน!ข้าย่อมไม่ขัดใจเจ้า” หลิงหยุนไม่ได้โง่จึงจะได้ปฏิเสธเฉิงเม่ยเฟิงเข้าไปอาบน้ำชำระกายครั้งนี้ก็เพื่อจะบอกลาอดีตที่ผ่านมา หลังจากที่ร่างกายสะอาดสะอ้านแล้ว นางจึงยอมให้หลิงหยุนสัมผัสและมีความสุขกับเรือนร่างใหม่ของนางทั้งสองคนช่วยกันอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณอยู่ในห้องน้ำอยู่ร่วมชั่วโมงในที่สุดทั้งคู่ก็ออกมานั่งที่ห้องรับแขก แม้เฉิงเม่ยเฟิงจะไม่ได้ระมัดระวังตัวหรือทำท่าทีปัดป้องหลิงหยุนแต่เขาก็ไม่ได้ล่วงเกินอะไรนางมากนัก เพราะเขาต้องการใช้เวลาอยู่กับนางมากกว่าที่จะคิดล่วงเกินนางอีกอย่างฤทธิ์ของโอสถไร้ใจและวิชาไร้ใจที่นางฝึกก็ยังคงมีผลต่อร่างกายของนางอยู่หลิงหยุนจึงต้องระมัดระวังอย่างมาก“เอาล่ะ..มาเริ่มกันได้เลย!”การที่หลิงหยุนพาเฉิงเม่ยเฟิงมาที่โรงแรมแห่งนี้ก็เพื่อที่จะหาสถานที่ส่วนตัวสำหรับทำการรีดผิดที่ตกค้างอยู่ในร่างกายให้กับเฉิงเม่ยเฟิง และเวลานี้ทุกอย่างก็พร้อมแล้วการรีดพิษของโอสถไร้ใจไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับหลิงหยุนเพราะเวลานี้เขาไม่เพียงเข้าใจการทำงานของโอสถไร้ใจ แต่ในร่างกายของเฉิงเม่ยเฟิงยังมีพลังอมตะสีม่วงไหลเวียนอยู่ด้วยบูม! หลังจากที่ทั้งคู่นั่งขัดสมาธิลงกับพื้นหลิงหยุนจึงได้เผาเสินหยวนกว่าร้อยหยดทันที และใช้พลังวิเศษนี้ถ่ายเทพลังอมตะสีม่วงจากร่างของตนเข้าไปยังร่างของเฉิงเม่ยเฟิงอีกครั้ง จากนั้นจึงได้ทำการเดินลมปราณขับเคลื่อนพลังอมตะสีม่วงนี้ไปตามเส้นลมปราณทั่วร่างของเฉิงเม่ยเฟิง หลังจากเดินลมปราณไปทั่วร่างได้ราวสิบสองรอบ หลิงหยุนก็ได้ใช้พลังวิเศษนี้ทำการทะลวงจุดซือไห่ที่อยู่กึ่งกลางหน้าผากให้กับนางด้วย เพื่อให้จิตหยั่งรู้ของนางได้ถือกำเนิดขึ้น!จิตหยั่งรู้นั้นจะแตกต่างจากประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ธรรมดาและทันทีที่จิตหยั่งรู้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว เฉิงเม่ยเฟิงจึงสามารถรับรู้และสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนได้ทันที“สิ่งนี้เรียกว่าจิตหยั่งรู้เจ้าลองเปิดมันออกสำรวจดูว่าสามารถมองเห็นได้ไกลเพียงใด”หลิงหยุนไม่รีบร้อนเขาค่อยๆทำการปรับเปลี่ยนกายาให้กับเฉิงเม่ยเฟิงทีละเล็กทีละน้อย..“น่าจะราวสองพันเมตรได้!”เฉิงเม่ยเฟิงร้องบอกหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“เจ้าเพิ่งจะได้สัมผัสกับจิตหยั่งรู้เป็นครั้งแรกจึงยังไม่สามารถกะระยะการมองเห็นได้แม่นยำนัก ความจริงแล้วน่าจะสามกิโลเมตรเป็นอย่างน้อย”หลิงหยุนตอบยิ้มๆเพราะเขาได้ใช้พลังอมตะสีม่วงทำการทะลวงจุดซือไห่ให้กับเฉิงเม่ยเฟิงเลยทีเดียว อีกทั้งเวลานี้ตัวนางเองก็อยู่ในขั้นเซียงเทียน-6 จิตหยั่งรู้จะมีรัศมีขอบเขตเพียงแค่สองพันเมตรได้อย่างไรกัน“น่าโมโหชะมัด!เพราะอารามจิ้งซินเลยทีเดียว ทำให้เจ้าก้าวหน้าได้ล่าช้าถึงเพียงนี้..”ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้หลิงหยุนมักจะรู้สึกโมโหไม่น้อย หากไม่ใช่เพราะเฉิงเม่ยเฟิงถูกคนของอารามจิ้งซินนำตัวไปตั้งแต่เมื่อหกเดือนก่อน ป่านนี้นางต้องอยู่ในระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่แล้ว! และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลิงหยุนต้องการสังหารแม่ชีมี่ยู่ให้ได้!ในเมื่อจิตหยั่งรู้ของเฉิงเม่ยเฟิงกำเนิดขึ้นแล้วการจะล้างพิษในกายของนางก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ความจริงยังมีวิธีอื่นเช่นกัน แต่หลิงหยุนเลือกที่จะใช้วิธีนี้เพราะพลังอมตะสีม่วงนั้นทรงพลังยิ่งนัก การใช้พลังอมตะสีม่วงขับพิษของโอสถไร้ใจ จึงไม่ต่างจากการตบยุงด้วยเขาลูกใหญ่ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด