ตอนที่ 887
บทที่ 1317 : สะสางบัญชีเก่า
October 22, 2026
“ห๊ะ!เป็นพวกเขาเองหรือนี่?” เมื่อไป๋เซียนเอ๋อฉินตงเฉี่วย และคนอื่นๆปรากฏตัว ชายยุทธหลายคนในที่นั้นต่างก็ร้องอุทานออกมาพร้อมกันทันที เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงไปทั่วทั้งหุบเขา! ในงานชุมนุมชาวยุทธเมื่อคืนนี้ไป๋เซียนเอ๋อไม่ได้เปิดเผยตนเอง ส่วนเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็ยังอยู่เพียงแค่ขั้นเซียงเทียน-3 เท่านั้น จึงไม่เป็นที่สะดุดตาของผู้ใดนัก และไม่มีผู้ใดจดจำพวกนางได้ แต่คนอื่นๆอย่างเฉิงเม่ยเฟิง ฉินตงเฉี่วย และตี้เสี่ยวอู๋นั้น เมื่อคืนทั้งสามคนยืนอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กันอยู่กลางลานประมูลเพื่อทำการสาธิตคุณสมบัติของโอสถเยาว์วัย และโอสถโฉมสะคราญ ทุกคนที่อยู่ในงานประมูลเมื่อคืนนี้จึงสามารถจดจำได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ทันทีที่ทั้งสามคนปรากฏตัวขึ้นทุกคนจึงพากันวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุด เพราะเวลานี้ทุกคนเพิ่งจะรู้ว่าทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นคนของหลิงหยุนทั้งสิ้น! เหตุการณ์เมื่อคืนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นแผนของหลิงหยุนที่จะช่วยให้รื้อฟื้นความทรงจำของเฉิงเม่ยเฟิงกลับมาแม้หลิงหยุนจะไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน แต่เมื่อคืนเขากับเย่ซิงเฉินก็ได้ปลอมตัวเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ แม้บางคนอย่างนักพรตชงซวีหลวงจีนเจี๋ยวหยวน คนของสำนักดาบสวรรค์ และแม่ชีของอารามจิ้งซิน ต่างก็รู้จักหนึ่งในสามคนนี้ ก็ยังคิดไม่ถึงว่าทั้งหมดจะเป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้าของหลิงหยุน! ชาวยุทธหลายคนที่ได้พบเห็นตี้เสี่ยวอู๋ในลานประมูลเมื่อคืนนี้ยังถึงกับตกใจอย่างมากเมื่อพบว่าในคืนนี้ตี้เสี่ยวอู๋กลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า ทั้งที่เพิ่งผ่านไปเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น! และสามคนที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นในคืนนี้ก็ได้ทำให้สำนักต่างๆสามสำนักในที่นี้ถึงกับหวาดกลัวจนขนหัวลุก ซึ่งอก็คือเฉิงเม่ยเฟิง ฉินตงเฉี่วย และไป๋เซียนเอ๋อ! นั่นเพราะทั้งสามคนล้วนแล้วแต่มีความแค้นกับสามสำนักใหญ่เฉิงเม่ยเฟิงกับอารามจิ้งซิน ฉินตงเฉี่วยกับสำนักดาบสวรรค์ และไป๋เซียนเอ๋อกับสำนักเขาหลงหู่! “ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8!” ศิษย์อารามจิ้งซินต่างก็พากันร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจเพราะเมื่อคืนขั้นพลังของเฉิงเม่ยเฟิงได้ตกไปอยู่ที่ระดับเริ่มต้นขั้นเซียงเทียน-6 แต่ผ่านไปเพียงแค่คืนเดียว นางกลับเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8 ได้แล้ว! สำหรับแม่ชีมี่หลินและแม่ชีมี่เจียวนั้นนี่เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจมากจนเกินไป เกินกว่าที่พวกนางสองคนจะเชื่อได้! เพราะด้วยฤทธิ์ของโอสถไร้ใจนั้นหากหญิงใดได้กลืนกินเข้าไปแล้ว ยังฝืนที่จะนึกถึงชายคนรัก หญิงนั้นก็จะมีแต่สูญเสียขั้นพลัง และตกต่ำลงไปเรื่อยๆ ฤทธิ์ของโอสถไร้ใจนั้นเหล่าแม่ชีแห่งอารามจิ้งซินต่างก็รู้ดีว่าเป็นเช่นนี้มานับร้อยๆปีแล้วและในรอบสามร้อยปีที่ผ่านมานี้ ก็เพิ่งจะมีเฉิงเม่ยเฟิงเพียงผู้เดียวที่กลืนโอสถไร้ใจแล้ว กลับยังสามารถกลับมาจดจำชายคนรักได้ดังเดิม แต่ต่อให้สามารถจดจำความรักได้ขั้นพลังก็ย่อมตกต่ำลงไป แต่เวลานี้.. สิ่งที่พวกนางได้พบเห็นนั้นกลับตรงกันข้าม!หลังจากสังเกตดูอยู่ครู่หนึ่งทั้งแม่ชีมี่เจียวและแม่ชีมี่หลินต่างก็พบว่า ไม่เพียงโอสถไร้ใจภายในร่างของเฉิงเม่ยเฟิงจะถูกกำจัดออกจนหมดแล้ว แม้แต่พลังปราณที่เกิดจากการฝึกวิชาไร้ใจ ยังไม่หลงเหลือร่องรอยให้เห็นเลยแม้แต่น้อย นี่ย่อมเท่ากับว่าเฉิงเม่ยเฟิงกับอารามจิ้งซินไม่หลงเหลือความสัมพันธ์ใดๆที่ข้องเกี่ยวกันอีกแล้วจริงๆ!สองแม่ชีแห่งอารามจิ้งซินได้แต่หวาดผวาในความก้าวหน้าที่เหลือเชื่อของเฉิงเม่ยเฟิง! เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกันทันทีที่ได้เห็นขั้นพลังของเฉิงเม่ยเฟิงที่ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ทั้งแม่ชีมี่หลินและแม่ชีมี่เจียวต่างก็รู้สึกสูญเสียความมั่นใจไปอย่างมาก“เด็กนั่นช่างน่าหวาดกลัวมากจริงๆ!”แม่ชีมี่หลินพึมพำออกมาเบาๆพร้อมกับถอนหายใจออกมาในขณะที่มองหน้าเฉิงเม่ยเฟิงที และมองหน้าหลิงหยุนที!เพียงแค่ข้ามคืนกลับสามารถทำให้เฉิงเม่ยเฟิงก้าวหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้คงจะมีหลิงหยุนเพียงผู้เดียวเท่านั้น มิน่าเขาถึงได้จองหองแล้วก็ผยองถึงเพียงนี้!“เด็กนั่นพูดถูก..ถึงคราวที่อารามจิ้งซินต้องสิ้นชื่อจริงๆแล้ว!”หลังจากนึกถึงชะตากรรมของอารามจิ้งซินแม่ชีมี่หลินก็ถึงกับหน้าซีด ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา และเป็นลมหมดสติไปในทันที! “น้องมี่หลิน..เจ้า..”แม่ชีมี่เจียวถูกหลิงหยุนตบหน้าสั่งสอนแต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนักและบนใบหน้ายังคงมีรอยนิ้วมือห้านิ้วของเขาประทับอยู่ เมื่อเห็นแม่ชีมี่หลินหมดสติไปก็ถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ!จากนั้นจึงรีบพุ่งเข้าไปรับร่างของแม่ชี่มี่หลินไว้พร้อมกับถ่ายเทพลังปราณลงไปในร่างของนางและพยายามช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจที่สั่นคลอนให้กลับมามั่นคงดังเดิม แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล..ด้วยสภาพจิตใจที่สั่นคลอนอย่างรุนแรงทำให้ขั้นพลังของแม่ชีมี่หลินตกต่ำลงเรื่อยๆ และเวลานี้ดูเหมือนจะต่ำกว่าขั้นเซียงเทียน-8 แล้วด้วยซ้ำไป!“…”แม่ชีมี่เจียวจำต้องถอนฝ่ามืออออกจากแผ่นหลังของแม่ชีมี่หลินเพราะไม่สามารถช่วยอะไรได้อีกแล้ว ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด และเริ่มสัมผัสได้ถึงชะตากรรมที่กำลังจะมาถึงเช่นกัน……